สิ่งที่ชุบชูใจในช่วงชีวิตวัยรุ่น คือการได้ตกหลุมรักศิลปินสักคน แล้วเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งที่พร้อมซัปพอร์ตทุกสิ่งอย่าง เป็นแฟนคลับที่มีความภักดี และนั่นทำให้ประเทศไทยเป็นฐานแฟนเบสใหญ่ของศิลปินมากมาย

ประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นของโลกด้านการเสพวัฒนธรรมไอดอลที่เฟื่องฟู สะท้อนผ่านปรากฏการณ์ความโด่งดังของด้อมหมีเนย ด้อมอากาเซ่ ด้อมเพนกวิน ด้อมหลิงออม ฯลฯ  ไม่ว่าศิลปินจะขยับทำอะไร  แฟน ๆ ก็พร้อมสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับวัยรุ่น Gen Z กลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง มักจะเป็นกำลังพลสำคัญที่ทำให้เกิดการตอบสนองต่อแคมเปญแบบเรียลไทม์  จนทำให้ปัจจุบันศิลปินและด้อมแฟนกลายเป็นด้ายแดงที่เชื่อมโยงกันเป็นธุรกิจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Fan Economy เติบโตอย่างมากในประเทศไทย และมีมูลค่ากว่า 3.5 พันล้านบาท อัตราการเติบโตที่ 30% ต่อปี เป็นโอกาสที่ Trinket แพลตฟอร์มน้องใหม่ ที่จะมาพลิกโฉมการสร้างรายได้จากฐานแฟนคลับ ด้วยการยกระดับ Merchandise สู่ของสะสม Hyper-Personalized Merch แบบเฉพาะบุคคล อันช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างศิลปินกับแฟนโดยเฉพาะ และเลือกเปิดตัวแพลตฟอร์มในไทยเป็นที่แรกของโลก

Trinket คืออะไร

Trinket คือ แพลตฟอร์มที่จะรวมเอาสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟของเหล่าศิลปินดารา มาจำหน่ายอย่างถูกลิขสิทธิ์  แต่จะไม่ได้เป็นเพียงสินค้าทั่วไปที่จำหน่ายอย่างดาษดื่น  ทุกชิ้นที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มจะเป็นสินค้าผลิตขึ้นพิเศษ หาซื้อที่อื่นไม่ได้ มีจำนวนจำกัด และจำกัดเวลาในการจำหน่าย หากสินค้าล็อตนั้นถูกซื้อหมด หรือหมดเวลาในการสั่งซื้อ  สินค้าก็จะหยุดจำหน่ายลงทันที และที่สำคัญคือ หมดแล้วหมดเลยไม่มีการผลิตซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น Merchandise บน Trinket จะเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูงและสามารถยืนยันความเป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน ทั้งข้อมูลใบรับรองการเป็นเจ้าของแบบดิจิทัล (Digital Ownership Certificate), รหัส QR code ที่เชื่อมโยงไปยังใบรับรองดังกล่าว, หมายเลขประจำสินค้าที่ไม่ซ้ำกัน ไปจนถึงวันที่และเวลาที่ทำการสั่งซื้อแบบเฉพาะเจาะจง เมื่อสแกน QR code บนสินค้า Trinket จะแสดงใบรับรองความเป็นเจ้าของของสินค้าชิ้นนั้นทันที ซึ่งไม่เพียงแต่พิสูจน์ว่าสินค้านั้นเป็นของแท้ แต่ยังแสดงความเป็นเจ้าของของผู้ซื้อได้อย่างแม่นยำด้วยระบบดิจิทัลอีกด้วย

วิธีการใช้งาน

สมัครเข้าใช้งานโดยการลงทะเบียนหน้าแอปพลิเคชันตามขั้นตอน แล้วเลือกซื้อสินค้าได้

โดยสินค้าจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ

  • Clear Box  : เห็นหน้าตาของสินค้าจริงได้
  • Blind Box  : โชว์สินค้าทั้งหมดที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ แต่จะเป็นการส่งแบบสุ่ม ผู้ซื้อต้องไปลุ้นเองอีกทีว่าจะได้รับสินค้าชิ้นไหน
  • Mystery Box : คล้ายกล่องสุ่ม ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเพียงชิ้นเดียว แต่จะไม่รู้ว่าจะได้รับชิ้นไหนเลย

หลังจากนั้นศิลปินจะเป็นผู้มาเซตข้อจำกัดว่าใครมีสิทธิ์จะซื้อสินค้าชิ้นนั้นได้บ้าง โดยแบ่งกลุ่มผู้ซื้อออกเป็น 4 ประเภทอีกรอบ ประกอบด้วย

1. Fan : บุคคลทั่วไปสามารถกดเข้าไปซื้อได้

2. Superfan :  สำหรับ Top 10% ที่สเปนด์เงินกับศิลปินท่านนี้สูงสุดเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์

3. Dedicated Collector : แฟนคลับที่ซื้อสินค้าสม่ำเสมอ

4. Invite Only : ศิลปินจะเป็นคนส่งคำเชิญเอง

ศิลปินสามารถใช้เครื่องมือบริหารแฟนคลับขั้นสูง ด้วยการกำหนดระดับการเข้าถึงแบบ Tiered Access เพื่อให้รางวัลแก่แฟนคลับระดับ Superfan เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แฟนคลับทั่วไปยกระดับการมีส่วนร่วมได้ด้วย ซึ่งจะช่วยขยายกระแสได้ต่อเนื่อง และสร้างความภักดีและคุณค่าในระยะยาว

เมื่อเลือกกลุ่มลูกค้าได้แล้ว จากนั้นศิลปินจะเลือกหมวดหมู่ของสินค้า ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  • Standard : รูปโพลารอยด์,  vinyl records, t-shirts ซึ่ง Trinket จะเป็นผู้ผลิตให้เอง
  • Bespoke : ศิลปินมาร่วมเสนอกับทางแพลตฟอร์มเองได้ว่าอยากทำอะไร แล้วทำงานร่วมกัน
  • Bring Your Own : ศิลปินทำสินค้ามาเอง แล้วมาขายบนแพลตฟอร์ม

เมื่อซื้อ Merch ผ่าน Trinket คุณไม่เพียงจะได้รับสินค้าจริง แต่ยังสามารถโพสต์ใบรับรองความเป็นเจ้าของดิจิทัลบนโซเชียล เพื่อแสดงว่าเป็นเจ้าของชิ้นงานนั้นได้ เมื่อคนสแกน QR บนใบรับรองก็จะเห็นข้อมูลในแอป Trinket ทันที และสินค้านั้นสามารถจำหน่ายต่อบน Vintage Shop ของทางแอปได้อีก

ระบบ Vintage Shop ทำงานอย่างไร

Vintage Shop เป็นระบบตลาดมือสองที่ Trinket ตั้งใจออกแบบมาให้ผู้ที่ซื้อสินค้าสามารถนำสินค้ากลับมาขายต่อได้อีกทอด โดยที่ศิลปินจะได้รับค่าลิขสิทธิ์ 5% ทุกครั้งที่มีการซื้อขายสินค้าชิ้นนั้นต่อด้วย ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ซื้อขยายวงกว้างไปมากกว่าแค่แฟนคลับ แต่นักสะสมที่อยากซื้อสินค้าไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคตก็จะมาร่วมจอยด้วย

ระบบรองรับการชำระเงินครบทุกช่องทาง ทั้ง Paypal, Credit Cards, Transfer Banking, Apple Pay และ Promptpay

มากกว่าสินค้าแต่คือการสร้างประสบการณ์ที่จับต้องได้ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับ

Trinket ไม่ได้จำกัดแค่สินค้าเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มยังขยายคำนิยามของคำว่า “Merch” ไปสู่ประสบการณ์สุดพิเศษ เช่น การวิดีโอคอลส่วนตัวกับศิลปิน ไลฟ์ลับเฉพาะกลุ่ม และอีเวนต์เฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ ตอบโจทย์พฤติกรรมของแฟนยุค Gen Z ที่ต้องการสร้างความผูกพันส่วนตัวและการยอมรับในกลุ่มสังคม ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและทรงพลังยิ่งขึ้นระหว่างแฟนกับศิลปิน

วิธีการสมัคร 

สำหรับศิลปิน Trinket เปรียบเสมือนช่องทางสร้างรายได้ใหม่ที่ทรงพลัง  ซึ่งมีการคาดการณ์เบื้องต้นว่า แต่ละล็อตของสินค้าที่ศิลปินทำร่วมกับแพลตฟอร์ม จะสามารถสร้างรายได้สูงกว่าการขาย Merch แบบดั้งเดิมถึง 200–900% และที่สำคัญศิลปินจะยังได้รับค่าลิขสิทธิ์ 5% ทุกครั้งที่มีการซื้อขายสินค้าชิ้นนั้นต่อในตลาดมือสอง

สำหรับศิลปินที่สนใจอยากทำสินค้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มสามารถส่งข้อมูลโพรไฟล์ส่วนตัวและผลงานที่ผ่านมาไปยังแพลตฟอร์ม เพื่อให้ Trinket พิจารณาอนุมัติ  โดยคุณสมบัติหลักของศิลปินที่แพลตฟอร์มคาดหวังคือบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามค่อนข้างมาก มีผลงานอันเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และที่สำคัญคือมีกลุ่มแฟนคลับที่มีพลังมากพอ

Matthew G. Badalucco ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Trinket กล่าวว่า Trinket ใช้เวลาสร้างร่วมสองปี ก่อนจะเลือกมาเปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรก เพราะเล็งเห็นว่าคนไทยเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิง  และวงการเพลงป๊อปกำลังเฟื่องฟูในไทย ทั้ง Kpop Tpop ไทยยังเป็นฐานแฟนคลับที่ใหญ่ของศิลปินหลายคน

เพราะแฟนคลับชาวไทยมักให้ความสำคัญกับความผูกพันทางอารมณ์กับศิลปิน  นิยมซื้อ Merch ที่เกี่ยวกับศิลปิน โดยเฉพาะของสะสมที่มีเพียงชิ้นเดียว หรือของที่มีหมายเลขเฉพาะ จะเป็นสินค้าที่มีคุณค่ามากในสายตาแฟนคลับชาวไทย เพราะต้องการรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของที่แท้จริง และได้รับความพิเศษเหนือใคร

อีกทั้งคนไทยติดอันดับต้นของโลกในฐานะผู้ใช้งาน QR code, กระเป๋าเงินดิจิทัล และระบบสะสมแต้ม สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยสนับสนุนการใช้งานฟีเจอร์ยืนยันความเป็นเจ้าของด้วย AI encryption บนแพลตฟอร์ม Trinket ได้เป็นอย่างดี

หลังซอฟต์ลอนช์ในเมืองไทยไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจับมือกับเวที Miss Universe กระแสตอบรับเป็นไปด้วยดี มีผู้สมัครเข้าใช้งานบนแพลตฟอร์มแล้วกว่า 10,000 คน พร้อมเสียงเรียกร้องให้ลงจำหน่ายสินค้าเพิ่มอีก สัญญาณบวกที่เริ่มต้นชัดเจนจากตลาดในเมืองไทย แพลตฟอร์มจะพร้อมขยายไปทั่วโลก เพื่อนำประสบการณ์แบบสินค้าจำกัดจำนวนและผลิตขึ้นแบบเฉพาะบุคคลส่งมอบสู่แฟนคลับทั่วโลก

คาดว่าหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะทำให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 20,000-50,000 คนภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกับการบุกตลาดอินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นลำดับถัดไป

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer