2568 ถือเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนหลากหลายด้าน ทั้งกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว การลดลงของนักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโลกที่แทคทีมกันเข้ามาไม่ว่างเว้น จนนักการตลาดมองหาแสงสว่างของกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจให้กับธุรกิจได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ผ่านมา

ภายใต้ความเบลอ ๆ ของการมองหากลุ่มเป้าหมาย ที่เข้ามาสร้างพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจ ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI Group ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่น่าสนใจผ่านกลุ่มเป้าหมาย 8 กลุ่ม ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ และการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า พร้อมช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

 

ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย 8 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มแรงงานเกษตรกร

กลุ่มแรงงานเกษตรกร ถือเป็นกลุ่มจะใช้ชีวิตอยู่ตามต่างจังหวัด และเป็นกลุ่มที่เป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยจำนวนประชากรกลุ่มนี้มีมากถึง 12 ล้านคน

จากจำนวนประชากรที่มีจำนวนมากได้กลายเป็นกำลังซื้อที่สำคัญในตลาด FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) และสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ

และผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีการเปิดรับการใช้งานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เปิดรับนวัตกรรมการเกษตร และเข้าถึงโซเชียลมีเดียผ่านมือถือ

สำหรับนักการตลาดการเข้าถึงกลุ่มแรงงานเกษตรกรนอกเหนือจากการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียหลักที่ใช้ ยังคงต้องสื่อสารผ่านสื่อท้องถิ่น เช่น ป้ายโฆษณา, สื่อวิทยุ พร้อมกับเข้าถึงผ่านอีเวนต์ต่าง ๆ ในชุมชน และงานประเพณี เพื่อสื่อสารให้ครอบคลุมถึงสื่อที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้เสพทุกมิติ

 

แรงงานบริการ

ที่ผ่านมากลุ่มแรงงานบริการ มักเป็นกลุ่มที่ถูกมองข้าม จากประชากรเพียง 5 ล้านคน

แต่ความน่าสนใจของผู้บริโภคกลุ่มนี้คือ พลังในการจับจ่ายใช้สอยสูง ที่แฝงตัวอยู่ในทุกมิติของการบริการ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสุขภาพและท่องเที่ยว

ด้วยความเป็นผู้ให้บริการการเข้าถึงสื่อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะมีการเข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก ทำให้การสื่อสารถึงกลุ่มแรงงานบริการ เน้นไปยังช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook และ YouTube พร้อมกับตอกย้ำแบรนด์ให้อยู่ใน Journey อย่างต่อเนื่องด้วยสื่อนอกบ้านอย่างป้ายโฆษณา, โฆษณาต่าง ๆ ในพื้นที่ที่เป็นตลาดเช้า และศูนย์การค้า รวมถึงการจัดบูธกิจกรรมในบริเวณแหล่งชุมชนและที่ทำงานเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อีกทางหนึ่ง

 

Gen Z (13–29 ปี)

กลุ่มที่เป็นกำลังซื้อในปัจจุบันและอนาคตด้วยประชากรมากถึง 13 ล้านคน ที่มีพฤติกรรมและทัศนคติในการซื้อสินค้า เสพสื่อต่าง ๆ ในแบบของตัวเอง และไม่ยึดติดกับแบรนด์ จนได้คำนิยามว่า Trend Setter ตัวจริง

Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกดิจิทัลเป็นหลัก และเป็นแรงขับเคลื่อนของทุกแพลตฟอร์ม ที่มาพร้อมกับพฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมีส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง
ช่องทางในการเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ที่สำคัญส่วนใหญ่จึงเป็นช่องทางบนโลกออนไลน์ ได้แก่ TikTok, IG, YouTube, X (Twitter) รวมถึงแพลตฟอร์ม Gaming และ Discord

แต่ควรไม่ลืมใช้สื่อนอกบ้าน เช่นสื่อ Transit สื่อนอกบ้านต่าง ๆ ที่ใกล้สถานศึกษา และศูนย์การค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์

 

พนักงานบริษัท

กลุ่มพนักงานบริษัทถือเป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อสูง และมองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคง

และด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เปิดรับข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเป็นจำนวนมาก เพื่อหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริงก่อนตัดสินใจซื้อเป็นหลัก
ช่องทางในการสื่อสารเข้าถึงกลุ่มพนักงานบริษัทจะต้องประกอบด้วยช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการสื่อสารผ่าน Facebook, TikTok, YouTube, LinkedIn รวมถึงการสร้างการรับรู้ผ่านสื่อนอกบ้าน เช่นป้ายโฆษณา สื่อ Transit และโฆษณาต่าง ๆ ในพื้นที่อาคารสำนักงาน รวมถึงการจัด Roadshow ทดลองใช้ หรือสมัครบริการเป็นสมาชิก เป็นต้น

 

กลุ่ม Silver Gen

กลุ่ม Silver Gen หรือกลุ่มพนักงานใกล้เกษียณ และผู้สูงวัย ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากร 18.6 ล้านคน

ด้วยความเป็นวัยใกล้เกษียณ และผู้สูงวัย ที่มีเวลาว่าง ทำให้คนกลุ่มนี้มีทั้งเวลาและกำลังซื้อในการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อดูแลตัวเองและคนรอบข้าง

และเป็นกลุ่มที่มี Brand Loyalty สูง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

แม้กลุ่ม Silver Gen เป็นกลุ่มที่อาจไม่ได้ไวกับเทคโนโลยี เหมือนกับกลุ่มอื่น ๆ แต่พวกเขาได้ใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสารอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้ช่องทางในการสื่อสารถึงกลุ่มนี้จะต้องประกอบด้วย Media Mix ที่หลากหลาย ทั้งการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย อย่าง Line, YouTube, Facebook และการสื่อสารผ่านสื่อดั้งเดิม เช่น สื่อ TV,  สื่อนอกบ้าน เช่น ป้ายโฆษณา สื่อ Transit, สื่อในศูนย์การค้า สื่อโรงพยาบาล รวมถึงการจัดบูธกิจกรรมดึงดูดกลุ่มนี้ในด่านต่าง ๆ เช่น บูธตรวจสุขภาพ, แจกสินค้าตัวอย่าง เพื่อทดลองใช้ เป็นต้น

 

Micro Sellers

กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์/ออฟไลน์ หรือ Micro Sellers ที่เป็นเจ้าของร้านเล็ก ๆ  ถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจฐานราก จากจำนวนประชากรมากถึง 4 ล้านคนขึ้นไป

โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ ทั้งไลฟ์สด ขายหน้าร้าน และโซเชียล เพื่อเข้าถึงลูกค้าของตัวเอง

ในมุมของแบรนด์การเข้าถึงกลุ่ม Micro Sellers ถือเป็นโอกาสที่สามารถสร้างพลังในการบอกต่อสินค้าของแบรนด์อีกทางหนึ่ง ผ่านการสื่อสารในช่องทาง Facebook Group, TikTok, ป้ายโฆษณาตามตลาด และหน้าร้านขายส่ง รวมถึงจัดอีเวนต์ฝึกอาชีพ และแจกแพ็กเกจเริ่มต้นให้กับผู้ประกอบการ

 

แรงงานต่างด้าว

จำนวนประชากรของแรงงานต่างด้าว มีมากกว่า 10 ล้านคน และมากกว่า 6-7 ล้านคน เป็นชาวเมียนมา (จากการแรงงานเข้าประเทศถูกต้องตามกฎหมาย 3 ล้านคน และผิดกฎหมายกว่า 3 ล้านคน)

และชาวต่างด้าวเมียนมาได้กลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศไทย จากเดิมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ถูกมองข้ามจากการมองเป็นกลุ่มแรงงาน และทำงานโรงงาน

เนื่องจากต่างด้าวชาวเมียนมาได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายการเข้ามาทำงานในไทยจากเดิมวางเป้าหมายทำงานในไทยไม่กี่ปีและไม่ยอมใช้จ่ายเพื่อเก็บเงินส่งกลับประเทศ

เป็นการเข้ามาเพื่อตั้งรกรากในในไทยเพื่อหนีเหตุการณ์ไม่สงบภายในประเทศ และนโยบายการปกครองที่เปลี่ยนไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเข้ามาตั้งรกรากในไทย เพราะไม่สามารถเดินทางไปกลับไทยเมียนมาได้สะดวกเหมือนก่อน ทำให้พวกเขามีความคิดใช้จ่าย กิน เที่ยว ในประเทศไทย ซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่จำเป็นกับชีวิตส่วนตัว และการตั้งรกรากในไทย เช่น มือถือ หม้อหุงข้าว ตู้เย็น ในสัดส่วน 60% และออมเพียง 40% รวมถึงการสร้างชุมชนของตัวเองขึ้นมา

สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นโอกาสให้กับแบรนด์ต่าง ๆ สร้างการเติบโตจากลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น ที่ผ่านมาเทสโก้ และ โกโฮลเซลล์ ทำตลาดโฟกัสชาวเมียนมา ผ่านป้ายต่าง ๆ ที่เป็นภาษาเมียนมา มีการทำ CRM ให้กับชาวเมียนมามากขึ้น

สำหรับ Marketer ที่สนใจเจาะกลุ่มลูกค้าเมียนมา การสื่อสารจะต้องใช้ภาษาถิ่น ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่พวกเขาใช้จริง เช่น Facebook, YouTube, สื่อนอกบ้าน อย่างป้ายโฆษณา สื่อ Transit สื่อสารผ่านร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ ป้ายโฆษณาตามแหล่งที่พัก, นิคมอุตสาหกรรม/โรงงาน และการออกบูธแจกซิม แจกสินค้าตัวอย่าง เป็นต้น

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากไตรมาส 1/2568 จะเห็นถึงการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกับทัวร์ จากดีลภาครัฐที่ไม่ลงตัว

แต่การหายไปของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้หายไปทั้งหมด เพราะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเองยังคงเดินทางมาประเทศไทย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ เช่น ยุโรปที่เข้ามาแทนที่

ซึ่งในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้วางเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ที่ 36-39 ล้านคน ผ่านกลยุทธ์การโปรโมตซอฟต์พาวเวอร์ไทยในด้านต่าง ๆ และในกลุ่มนักท่องเที่ยวนี้ส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวสายเปย์ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในไทยเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ความแตกต่างเฉพาะถิ่น ใช้จ่ายในสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า

และกลายเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการสื่อสารผ่าน Travel Platform รีวิว รวมถึงสื่อนอกบ้าน เช่น ป้ายโฆษณาในสนามบิน/แลนด์มาร์ก/แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer