ดุสิตธานี แม้ศึกสายเลือดจะสั่นคลอน แต่ตำนาน 55 ปียังคงยืนหยัดต่อไป

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาขณะที่เรื่องราวในละคร สายรักสายเลือดของ ช่อง 3 กำลังเข้มข้น

ศึกสายเลือดในดุสิตธานีก็ดุเดือด ร้อนแรงสะท้านวงการเช่นกัน

ในช่วงเวลานั้นแน่นอนว่าต้องสร้างความอึดอัดใจให้กับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) CEO นอกตระกูลคนแรก

ที่ผ่านมาเธออาจจะไม่ค่อยได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ  แต่เลือกตอบด้วยผลลัพธ์

ดุสิตธานีส่งงบการเงินทันตามเวลา หุ้นไม่ถูกขึ้น SP ผู้ถือหุ้นลงมติผ่านวาระสำคัญ

ณ วันนี้ วิกฤติที่เกิดขึ้นผ่านไปด้วยดี

แต่ ณ วันหน้า หากไม่มีปัญหาอะไรอีก “ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค” ก็เดินหน้าตามแผน กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของกรุงเทพฯ

ส่วนความขัดแย้งของพี่น้องผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ทุกสายตากำลังจับจ้อง ทุกคนก็ได้แต่หวังว่า เรื่องราวภายในครอบครัวจะคลี่คลายลงด้วยดี ไม่ควรปล่อยให้เงาแห่งความขัดแย้งนั้นมาบดบังแสงแห่งความภาคภูมิใจของ ดุสิตธานี ที่เป็นดั่งลมหายใจของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ผู้เป็นแม่ที่ก่อตั้ง

และหล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งการบริการให้โรงแรมแห่งนี้อย่างลึกซึ้งและสง่างามมานานถึง 55 ปี

ตามไปอ่านเรื่องราวของ “แม้ศึกสายเลือดจะสั่นคลอน แต่ตำนานของดุสิตธานียังคงยืนหยัด”

ดราม่าสตอรี่เริ่มขึ้นเมื่อลูกสาวและลูกชายของคุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย (ชนินทธ์ โทณวณิก , สินี เธียรประสิทธิ์ และ สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค) ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ได้มีความขัดแย้งกันรุนแรงจนสู่จุดแตกหัก จนชนินทร์ผู้พี่ ถูกถอดออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในดุสิตธานี

25 เมษายน เรื่องราวยิ่งประทุหนักขึ้นเมื่อ “บริษัทชนัตถ์และลูก” โหวตคว่ำงบปี 2567 โดยให้เหตุผลว่าผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี และมีข้อสงสัยเรื่องการบริหารงาน

กลางเดือนพฤษภาคม ศุภจีได้ออกมากล่าวถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นว่า

“ข่าวที่ออกมาพูดถึงความขัดแย้งของผู้ถือหุ้น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ขัดแย้งเรื่องอะไร แล้วมันก็ถูกตีความว่าเพราะทายาทเข้ามาบริหาร ผลงานไม่เป็นไปตามคาด แต่ความจริงคือ คนที่บริหารบริษัทนี้คือตัวดิฉัน ไม่ใช่คนในข่าว”

เป็นข่าวที่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เธอออกมาชี้แจงเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นฝ่ายผู้บริหารก็เลือกที่จะเงียบ

ในขณะที่ความสงสัยยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจของผู้ถือหุ้นและพนักงานว่าเรื่องราวจะจบอย่างไร

ล่าสุดเธอยืนยันกับ Marketeer ว่า “ปัญหาหลักที่กลัวว่า กรณีของผู้ถือหุ้นใหญ่จะนำไปสู่วิกฤติขององค์กร ณ วันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี และเราก็กำลังเดินหน้าต่อไปตามแผนที่วางไว้”

โดยก่อนหน้านี้มีความกังวลว่ามติผู้ถือหุ้นใหญ่จะกระทบธุรกิจ DUSIT แต่สุดท้ายปัญหาไม่เกิดขึ้นจริง เพราะ สามารถส่งงบการเงินทัน 15 พ.ค. 68 หุ้นจึงไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP และยังซื้อขายได้ตามปกติ ผู้ถือหุ้นก็ลงมติอนุมัติผู้สอบบัญชีเรียบร้อยแล้วในวันที่ 28 พ.ค. 68

แต่ต้องยอมรับว่าในฐานะซีอีโอ ศึกสายเลือดดุสิตฯ เขย่าบัลลังก์บริหารของเธอพอสมควร

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 วันที่ศุภจีเข้ามารับตำแหน่ง การทุบทิ้งโรงแรมดุสิตธานี เพื่อสร้าง “ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค” โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มูลค่า 46,000 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงด้านรายได้ในอนาคต ที่กลุ่มดุสิตจะไม่ต้องพึ่งรายได้จากโรงแรมเพียงทางเดียวอีกต่อไป คือโจทย์สำคัญที่เธอรับมาจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย

และเมื่อรายได้หลักที่มาจากตัวโรงแรมต้องขาดหายไป 2 กลยุทธ์หลัก ที่เตรียมไว้คือ ขยายโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และไดเวอร์ซิฟายไปยังธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยง

4 ปีแรกเธอไม่ทำให้ใครผิดหวัง รายได้ กำไรเพิ่มขึ้นจนกระทั่งถึงวันที่ต้องทุบทิ้งโรงแรมในปี 2562 และวิกฤตโควิด19 ที่เข้ามากระทบเต็ม ๆตั้งแต่ปี 2563 การขาดทุนครั้งแรกก็เกิดขึ้น

ปี 2563 รายได้ 2,811 ล้านบาท ขาดทุน 1,011 ล้านบาท

ต่อมาปี 2564 รายได้ 2,661 ล้านบาท ขาดทุน 945 ล้านบาท

สำหรับปี 2565 รายได้ 4,748 ล้านบาท ขาดทุน 501 ล้านบาท

และปี 2566 รายได้ 6,313 ล้านบาท ขาดทุน 570 ล้านบาท

9 ปีผ่านไป

ผลประกอบการปี 2567 รายได้รวมอยู่ที่ 11,204 ล้านบาท (+74.8% YoY) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่ารายได้เมื่อ 10 ปีก่อนถึงกว่า 20 เท่า

ถึงแม้จะยังมีตัวเลขขาดทุนที่ขาดทุน 237 ล้านบาท (ปี 2557 มีรายได้รวม 499 ล้านบาท และปี 2558 อยู่ที่ 474 ล้านบาท)

เป็นการขาดทุนเพราะมีต้นทุนทางการเงินรวมประมาณ 578 ล้านบาท แบ่งเป็น ดอกเบี้ยจ่ายจากหุ้นกู้ที่ออกในช่วงโควิด เพื่อเสริมสภาพคล่อง ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประมาณ 281 ล้านบาท ดอกเบี้ยจากหนี้สินตามสัญญาเช่า ตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 อีกประมาณ 297 ล้านบาท

แล้ววันนี้ ดุสิตธานี ใหญ่แค่ไหน

ในช่วง 10 ปี จากที่เคยมีโรงแรม 27 แห่งใน 8 ประเทศ ปัจจุบัน (ณ ไตรมาส 1/68) “ดุสิตธานี” มีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 294 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 12,909 ห้อง ใน 18 ประเทศ (เป็นโรงแรม 55 แห่ง และวิลล่าหรู 239 แห่ง)

ปี 2568 จะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2567

ดุสิตธานียังมีรายได้จาก

ธุรกิจอาหาร มีรายได้ 1,470 ล้านบาท (+18.6% YOY) ขยาย Epicure/Bonjour และอยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับการนำธุรกิจอาหารเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รายได้ 3,829 ล้าน โครงการ Dusit Residences และ Dusit Parkside มียอดขายสะสม 87.9% คิดเป็นมูลค่าราว 15,850 ล้านบาท เริ่มทยอยโอนปลายปี 2568 และรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้

ธุรกิจการศึกษา รายได้ 427 ล้าน โรงเรียนสอนทำอาหาร เดอะ ฟู้ด สคูล (TFS) เพิ่งเปิดดำเนินการเป็นปีที่ 2 ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมาทาง TFS มีจำนวนนักเรียนหลักสูตรระยะสั้น 1,401 คน และหลักสูตรระยะยาว 181 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น ๆ ที่เปิดมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น เลอ กอร์ ดองเบลอ ดุสิต หรือวิทยาลัยดุสิตธานี

ฐานะการเงิน สินทรัพย์รวม 38,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า จากปี 2557 ที่อยู่ที่ 9,012 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ 47.86 ล้านบาท ลดลง 61% YoY จากต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น หลังเปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และส่งมอบพื้นที่ในโครงการ Dusit

ความคืบหน้าของอภิมหาโครงการ Dusit Central Park

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เปิดเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่ปลายปี 2024 ในส่วนออฟฟิศ จะเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมรีเทล

รีเทลจะเปิดเป็นทางการ วันที่ 15 ส.ค. 2568 (พร้อม sky walk จาก BTS ศาลาแดง) ส่วน roof park จะมีการออกข่าวเร็วๆ นี้

ถ้าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด และเป็นไปตามแผนที่ศุภจีกล่าว หมายถึงปี 2568 นี้ จะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ส่วนปี 2569 จะมีรายได้จากการโอนห้องของโครงการที่พักอาศัยเข้ามา เป็นการรับรู้รายได้เมื่อโอน โดยปลายปีนี้โอนบางส่วน และปีหน้าจะโอนเกือบทั้งหมด

ดังนั้น ดุสิตธานี ยังคงเป็นโรงแรมในตำนานที่อยู่กลางใจของนักเดินทางทั่วโลก

ส่วนความขัดแย้งของพี่น้องผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ทุกสายตากำลังจับจ้อง ทุกคนก็ได้แต่หวังว่า เรื่องราวภายในครอบครัวจะคลี่คลายลงด้วยดี ไม่ควรปล่อยให้เงาแห่งความขัดแย้งนั้นมาบดบังแสงแห่งความภาคภูมิใจของ “ดุสิตธานี” ที่เป็นดั่งลมหายใจของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ผู้เป็นแม่ที่ก่อตั้ง และหล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งการบริการให้โรงแรมแห่งนี้อย่างลึกซึ้งและสง่างามมานานถึง 55 ปี.

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer