ฟอร์ดฉายภาพตลาดรถยนต์ในไทย 6 เดือนแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ของปี 2025 หดตัวต่อเนื่อง กระบะเจ็บหนักสุด รถไฟฟ้าสัดส่วนตลาดแตะ 41% เบียดรถสันดาปเผชิญความท้าทาย ฟอร์ดเปิดโปรแกรมช่วยผ่อน เพิ่มกระบะรุ่นใหม่ปี 2026 เตรียมลุยรถไฟฟ้า รับเทรนด์ผู้บริโภค

| ตลาดรถยนต์ไทย ครึ่งปีแรก กระบะเจ็บหนัก
รถไฟฟ้าสัดส่วนแตะ 41% เบียดรถสันดาปเผชิญความท้าทาย |
|||
| ปี ค.ศ. | ยอดขายรถยนต์รวมในไทย | ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล | ยอดขายรถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) |
| 2021 | 751,868 | 251,800 | 341,452 |
| 2022 | 849,388 | 265,069 | 388,298 |
| 2023 | 775,780 | 292,505 | 264,738 |
| 2024 | 572,675 | 224,148 | 163,347 |
| ปี 2025 (คาดการณ์) | 565,000 | 235,900 | 140,000 |
| หน่วย: คัน | |||
| ที่มา: Marketeer รวบรวม, ก.ค. 2025 | |||

คุณรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในไทย ช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ของปี 2025 ยอดขายอยู่ที่ราว 300,000 คัน ลดลง 1% เฉพาะรถกระบะ ลดลง 18% เซกเมนต์ที่เติบโตจะเป็นกลุ่มรถยนต์อีวี ซึ่งสัดส่วนตลาดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18% และหากรวมทั้งกลุ่มพลังงานทางเลือก (อีวี, ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด) อยู่ที่ 41% ซึ่งหมายความว่าสัดส่วนตลาดรถยนต์สันดาปปัจจุบันอยู่ที่ 59% นำมาสู่ความท้าทายของบริษัท
ส่วนตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่ยังเติบโตได้จากเทรนด์รถยนต์พลังงานทางเลือกที่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่องของค่ายข้ามชาติ ซึ่งกลุ่มที่มีกำลังซื้อและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อย อาศัยจังหวะนี้เข้าซื้อรถยนต์นั่งกลุ่มนี้มากขึ้น และมองว่าตลาดยังเติบโตอยู่บนฐานของการทำสงครามราคา และการแข่งขันที่รุนแรง
โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ฟอร์ดทำตลาดอยู่ในประเทศไทยอย่าง ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ (Ford Ranger)’ และ ‘ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest)’ ล้วนอยู่ในเซกเมนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
หลังปี 2024 ยอดขายรถกระบะในตลาดรวมลดลงถึง 39% จากปัญหาหนี้ครัวเรือน, ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน, กำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs กลุ่มเกษตรกร ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้นก็จะส่งผลดีต่อตลาด
โดยในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ของปี 2025 ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 สำหรับเซกเมนต์รถกระบะ และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (พีพีวี) ด้วยยอดขายรวมทั้ง 2 รุ่น อยู่ที่ 9,401 คัน มีอัตราลดลงระดับเดียวกับตลาดรวม

ปี 2025 บริษัทได้เดินหน้าปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ
ตั้งแต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง ไปจนถึงรุ่นราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ XLS และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นพรีเมียมอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม พร้อมเครื่องยนต์ V6 จนถึงฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ที่คุ้มค่า ฟังก์ชั่นครบครัน
ฟอร์ดวางเป้ายอดขายปี 2025 อยู่ที่ 21,000 คัน จากเดิมปีที่แล้วขายได้ 20,800 คัน ซึ่งตอนนี้ยอดขายต่อเดือน เรนเจอร์อยู่ที่ 1,000 คัน เอเวอเรสต์ 700 คัน จากโปรแกรมช่วยผ่อนค่างวด แคมเปญการตลาด แผนงานด้านผลิตภัณฑ์ ที่วางไว้ตลอดปี บริษัทคาดหวังรักษายอดขายเดือนละ 1,700 คันต่อเนื่อง เพื่อให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมุ่งมั่นสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านโปรโมชั่น และกิจกรรมสร้างประสบการณ์พิเศษ สร้างชุมชนเจ้าของรถฟอร์ดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ส่วนปี 2026 มีแพลนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ กระบะ 4 ประตู ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty)’ และเตรียมนำโปรดักต์ใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้นหลังจากนี้ ขณะที่รถยนต์พลังงานทางเลือก เป็นทิศทางที่ฟอร์ดวางไว้เช่นกันสำหรับอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังสนใจ
นับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในไทย ปี 1996 ตลอด 29 ปีที่ผ่านมา ฟอร์ดยึดมั่นในพันธกิจการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูง เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยม และประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 133,500 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ส่วนประเด็นที่ฟอร์ดเป็นบริษัทยานยนต์ข้ามชาติจากสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าโรงงานในประเทศไทย ไม่ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ เพราะสัดส่วนส่งออกหลัก ส่งไปยังแถบตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย แต่บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง
