สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ผู้ท้าชิงตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy & Salad) ที่กำลังแข่งขันกันสนุก ซึ่งในงาน Marketeer Talk Ep. The Challenger: ถึงเวลาของผู้ท้าชิง! ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน เปิดมุมมองใหม่ในการทำการตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ได้สรุปเส้นทางของสลัดแฟคทอรี่ตั้งแต่วันแรกเริ่มผ่าน 10 ข้อ โดย ปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ หรือ สลัดแฟคทอรี่

1. สลัดแฟคทอรี่ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 ตอนเวลานั้น ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่คุณปิยะมองเห็นเทรนด์ดังกล่าวที่กำลังได้รับความสนใจในต่างประเทศ ประกอบกับธุรกิจเกษตรอินทรีย์ที่กำลังเติบโต จึงตัดสินใจลงมือสร้างสลัดแฟคทอรี่
2. Pain Point ของตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ 10 ปีก่อน ฝั่งของ ผู้บริโภค คือ ราคาที่สูงเกินไป, รสชาติที่จำเจ, การเข้าถึงที่จำกัด, เจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ฝั่งผู้ประกอบการ คือ การบริหารจัดการซัพพลายเชนและควบคุมต้นทุนในการดำเนินงาน และในยุคนั้นยังไม่มีเจ้าตลาดที่เป็นโมเดลต้นแบบการทำร้าน
3. สลัดแฟคทอรี่ จึงวางตำแหน่งเป็นธุรกิจครอบครัว ที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เข้าถึงได้ ชูคอนเซปต์ Variety, Healthy และ Friendly คือ นำเสนอเมนูที่หลากหลายตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบครัวซึ่งเป็นเป้าหมายของร้าน, นำเสนอเมนูสลัดที่ไม่ได้มีแค่ผักอินทรีย์ แต่ยังเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยเมนูครีเอตกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ออร์แกนิก และนำเสนอราคาขายและบริการที่เข้าถึงได้ง่าย
4. Turning Point แรกของสลัดแฟคทอรี่ คือ การเข้าไปเปิดสาขาในศูนย์การค้า ทำให้ได้เรียนรู้ระบบการจัดการร้านสาขา ครัวกลาง และการบริหารจัดการซัพพลายเชน โดยช่วงปี 2014 – 2019 มีการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยปีละ 1-2 สาขา เน้นการควบคุมคุณภาพและใกล้ชิดกับลูกค้า
5. Turning Point ถัดมาคือปี 2019 สลัดแฟคทอรี่ ได้การเข้ามาร่วมทุน (Joint Venture) กับทาง เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) แต่ก็เป็นช่วงเดียวกับการเกิดขึ้นของโควิด ช่วงปี 2020 – 2022 ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวอยู่ในโหมด Survive
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สลัดแฟคทอรี่ ผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้คือ “การรักษาทีมงานที่ทำงานด้วยกันมาไว้ได้ครบทุกคน” จึงสามารถทำงานด้วยความเข้าใจและประสบการณ์ร่วมกัน
6. ปัจจุบันมีมีแบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพราว 20 แบรนด์ การแข่งขันที่สูง สลัดแฟคทอรี่หาจุดต่างให้ตัวเอง หาวิธีการขายและประสบการณ์ใหม่ ๆ มานำเสนอลูกค้าอยู่เสมอ และดำเนินงานภายใต้ความยั่งยืน สร้างการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน
7. สลัดแฟคทอรี่มีอยู่ราว 48 ร้านสาขา 50% อยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์ เกมรุกจากนี้ไป คือการเปิดร้านขนาดกลาง เจาะพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน และจะขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น

8. หัวใจสำคัญของสลัดแฟคทอรี่ คือเรื่องของการรักษาคุณภาพ ตลอดช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา แบรนด์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ในร้านอาหารของลูกค้า และสร้างพันธมิตรที่แข็งแรงกับพาร์ตเนอร์ในระบบซัพพลายเชน ทำให้สลัดแฟคทอรี่มีความแข็งแรงในฐานลูกค้าที่กลับมารับประทานอาหารซ้ำ โดยมีสัดส่วนถึงราว 70% ของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน
9. ช่วง 1-2 ปีหลังจากนี้ สลัดแฟคทอรี่ก็จะมีการทำการตลาดมากขึ้นชัดเจน โฟกัสการสื่อสารว่าแบรนด์ไม่ได้มีแค่สลัดผัก แต่เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์ลูกค้าครอบครัวผ่านเมนูกว่า 300 เมนู
10. 3 สิ่งที่ฝากถึงผู้ประกอบการที่กำลังสร้างแบรนด์ 1. มีความรักในสิ่งที่ตัวเองทำ 2. รักษาความสม่ำเสมอ 3. หาความแตกต่างหรือจุดแข็งของตัวเองให้เจอ เพราะตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพมีขนาดใหญ่ ยังมีช่องว่างสำหรับการเติบโตของผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นอยู่เสมอ
