HomePro Online จาก Direct to Shop สู่ผู้นำ Omni-Channel ที่ครองใจผู้บริโภคไทย
ตลาด E-Commerce กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนค้าปลีกไทยในยุคนี้ ปัจจัยที่ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์เติบโตไม่ใช่แค่เรื่อง “ความสะดวก” แต่รวมถึงการที่ผู้เล่นในตลาดต่างพยายามอุดช่องว่าง (Pain Point) ของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ ตั้งแต่การจัดส่งที่รวดเร็ว โปรโมชั่นที่คุ้มค่า ไปจนถึงประสบการณ์เสมือนจริงที่ช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องง่ายขึ้น
นั่นทำให้ปีนี้ Marketeer ได้ทำการสำรวจ No.1 Brand Thailand แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในหมวดแพลตฟอร์ม E-Commerce (Home & Living) เป็นปีแรก และอีกครั้งที่ โฮมโปร (HomePro) คว้ารางวัลนี้ไปครองอย่างขาดลอย ด้วยผลโหวตมากถึง 37.04%
HomePro Online ตั้งแต่ยุคบุกเบิก
หากมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น โฮมโปรได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลด้วยการบุกเบิกธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตั้งแต่ปี 2010 แม้ในช่วงเวลาที่กระแสอีคอมเมิร์ซยังไม่ถูกมองว่าเป็นเมกะเทรนด์ก็ตาม โดยได้เริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ DirectToShop.com ซึ่งเป็นเสมือนก้าวแรกที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
ต่อมาในปี 2015 โฮมโปรได้ขยายขอบเขตการดำเนินงาน โดยการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์หลัก HomePro.co.th ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ จากนั้นในปี 2018 ได้มีการยกระดับทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โฮมโปรมีความพร้อมอย่างมาก เพราะเพียงครึ่งปีหลังจากนั้น โลกก็ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่จากโควิด-19

“ช่วงเวลาวิกฤตที่โลกเผชิญหน้ากับโควิด-19 ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจล่วงหน้าของโฮมโปรเป็น “Right way, Right time” อย่างแท้จริง ยอดขายออนไลน์พุ่งทะยานจากไม่ถึง 50 ล้านบาทต่อเดือน สู่ระดับ 300 – 400 ล้านบาทต่อเดือน อย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่ต้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โฮมโปรสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนได้ทันท่วงที” คุณอภิรดี ทวีลาภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Business & Merchandise Center กล่าว
E-Commerce โตด้วยเทคโนโลยีและการแก้ Pain Point
ปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มอง E-Commerce แค่เป็น “ช่องทางซื้อของ” แต่คือ แพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์แบบใหม่ ผ่านฟีเจอร์อย่าง Picture Search, Voice Search และ Augmented Reality (AR) ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อทำให้การค้นหาและตัดสินใจซื้อสะดวกขึ้น เช่น การลองวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแบบเสมือนจริงก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังมีการเกิดขึ้นของ Live Commerce ที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถสื่อสารกันได้แบบเรียลไทม์ เกิดเป็นความสัมพันธ์แบบ “Personal Connected” ที่ Online แบบเดิมทำไม่ได้
สิ่งที่ HomePro เดินหน้าอย่างจริงจังคือ Omni-Channel ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าบน Online แล้วเลือกไปรับที่สาขา เปลี่ยนหรือคืนสินค้าที่หน้าร้าน หรือจะให้บริษัทไปรับสินค้าที่บ้านก็ทำได้ รวมถึงการแชร์สต๊อกแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะดูสินค้าจริงที่สาขาหรือสั่งซื้อ Online ได้ทันที
คุณอภิรดี ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคคนเดียวมักใช้หลายช่องทางผสมกัน เช่น สั่งน้ำยาถูพื้นผ่าน Online แต่ไปเลือกซื้อโซฟาที่ต้องลองนั่งจากหน้าร้าน พฤติกรรมลักษณะนี้สะท้อนว่าการมี Omni-Channel ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “กลยุทธ์” ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อทำให้ลูกค้าใช้ชีวิตง่ายขึ้น เมื่อนึกถึงเรื่องบ้าน
จากเดิมยอดขาย Online มีสัดส่วนเพียง 1% ของยอดขายรวม ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ตอนนี้เติบโตขึ้นเป็น 8% แม้สินค้า Home & Living จะต่างจากสินค้า Grocery ที่ซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องเห็นของจริง แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยก็มั่นใจในคุณภาพและเลือกซื้อผ่าน HomePro Online ทันที

จุดแข็งของ HomePro Online
ถามว่าสิ่งที่ทำให้ HomePro Online แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นคืออะไรบ้าง คุณอภิรดี ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า
อันดับแรกคือ “ความเชื่อมั่นในแบรนด์” ที่สั่งสมมากว่า 20 ปีในฐานะผู้นำตลาด Home Solution & Living Experience เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างได้ในเวลาอันสั้น ความไว้วางใจนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการจาก HomePro Online
อีกหนึ่งจุดแข็งที่เห็นได้ชัดคือ ความครอบคลุมของสินค้า บนแพลตฟอร์ม HomePro Online ที่มีมากกว่า 100,000รายการ ครอบคลุมตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน เรียกได้ว่าเป็น One Stop Solution สำหรับทุกความต้องการที่เกี่ยวข้องกับบ้าน
นอกจากนี้มี บริการครบวงจร ที่ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งให้เหนือกว่า Online ทั่วไป ไม่เพียงแค่การซื้อสินค้า แต่ยังมาพร้อมบริการติดตั้งจากทีมช่างโฮมโปรที่ได้มาตรฐาน และมีความเชี่ยวชาญ พร้อมรับประกันคุณภาพ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทุกการซื้อจะครบจบในที่เดียว
และสุดท้ายคือ การจัดส่งที่รวดเร็วและยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งฟรีเมื่อช้อปครบ 500 บาทขึ้นไป บริการ Same Day Delivery สำหรับผู้ที่ต้องการสินค้าด่วน หรือแม้แต่บริการส่งฟรีพร้อมติดตั้ง โดยช่างโฮมโปร ในสินค้ากว่า 20 หมวด ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยกระดับประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ให้สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม

พัฒนา UX/UI และ Customer Data Platform
เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกยุค อีกหนึ่งสิ่งที่โฮมโปรทำอย่างต่อเนื่องคือ การปรับปรุงและพัฒนา UX/UI ให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการนำเสนอสินค้าควบคู่กับบริการติดตั้ง, การเพิ่มบริการสั่งตัดประตู หรือการจัดส่งในรูปแบบใหม่ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้นด้วย AI-Driven โดยใช้ระบบ Customer Data Platform (CDP) เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า นำเสนอสินค้าและบริการ และโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการแบบ Personalization
นอกจากนี้ยังวางแพลตฟอร์ม HomePro Online ให้เป็น Marketplace และขยายหมวดสินค้าใหม่ โดยจากเดิมที่ขายเฉพาะสินค้าของโฮมโปร ปัจจุบันได้เปิดพื้นที่ให้คู่ค้า และแบรนด์ชั้นนำ เข้ามาขายบนแพลตฟอร์ม Online ได้เหมือน Marketplace ทำให้เพิ่มความหลากหลาย และตอบโจทย์ลูกค้าได้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมวดเฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลายดีไซน์ หมวดผู้สูงอายุที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ไปจนถึงหมวดสัตว์เลี้ยงที่กำลังเติบโต
“ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอด เราจึงไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่พัฒนาเทคโนโลยี ขยายสินค้า และยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้การช้อปปิ้ง “สะดวก คุ้มค่า และรวดเร็ว” มากที่สุด และนี่คือเหตุผลที่ทำให้HomePro Onlineกลายเป็นผู้นำในตลาด E-Commerce (Home & Living) ของไทยในวันนี้” คุณอภิรดี กล่างทิ้งท้าย
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
