คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนา “Unlock 60: Keys to the Betterverse of Communication” ปลดล็อกคีย์เวิร์ดสู่อนาคตการสื่อสาร เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งคณะ โดยงานจัดที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

ซึ่งในเซกชั่น Keyword to the Next Decade of Tech & Communication วิทยากรรับเชิญ 4 คน มาร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับการสร้างสรรค์สื่อและคอนเทนต์ไทย ท่ามการภูมิทัศน์การสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแบ่งปันวิธีคิดใหม่ ๆ เพื่อพาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยก้าวข้ามความท้าทาย พร้อมเติบโตไปสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

คุณประสาน อิงคนันท์ ผู้ก่อตั้งเพจมนุษย์ต่างวัย ในหัวข้อเกี่ยวกับการเปิดโอกาสสร้างคอนเทนต์เชื่อมความต่างระหว่างวัย และการพัฒนาเพจจากเฉพาะกลุ่ม สู่แมส สู่คอมมูนิตี้
ตอนเริ่มต้นทำเพจ ‘มนุษย์ต่างวัย’ เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ความตั้งใจแรกคือเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับ ‘สังคมผู้สูงวัย’ แต่ต่อมาก็เข้าใจว่าเราไม่สามารถพูดถึงสังคมผู้สูงวัยอย่างเดียวได้ แต่ต้องพูดถึงการอยู่ร่วมกันของคนทุกเจนเนอเรชั่น ทลายกำแพงอคติแห่งวัย เพื่อให้เกิดคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืน
ในยุคเริ่มต้นทำเพจ สังคมผู้สูงวัยยังคงเป็นเรื่องไกลตัวในสังคมไทย แต่มาช่วง 2-3 ปีหลัง ได้รับการพูดถึงมากขึ้นชัดเจน อีกทั้งอายุเฉลี่ยของประชากรโลกที่มีความยืนยาวมากขึ้น ทำให้เพจเริ่มนำเสนอถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวอีกด้วย
เพจมุ่งมั่นในการนำพลังของการเล่าเรื่องมาทำให้สังคมมองเห็นถึงมุมมองเชิงบวกของการเป็นผู้สูงวัยและการเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย ทั้งสื่อสารกับคนต่างวัยว่าความสุขของผู้สูงวัย ล้วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับพวกเขา
หัวใจสำคัญในการนำเสนอของเพจจึงเป็น ‘แค่ต่างวัยและไม่ได้มาจากต่างดาว” คีย์เวิร์ดซึ่งคนวัยไหนเป็นคนพูดก็ได้ และใช้ ‘คน’ เป็นแกนหลักของการเล่าเรื่องราวที่สื่อสารว่า ‘สูงวัยไม่จำเป็นต้องอ่อนแอ’
โดยจากเพจที่นำเสนอคอนเทนต์ผู้สูงวัยซึ่งโดนตั้งคำถามว่าจะยืนระยะได้ไม่นาน สุดท้ายก็สามารถทำสิ่งที่เป็นคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มไปสู่คอนเทนต์สำหรับกลุ่มแมส และได้ขยายการทำงานไปสู่อีเวนต์ออนกราวด์ อาทิ การเปิดเวิร์กชอปให้คนรุ่นใหม่และคนสูงวัยได้มาใช้เวลาร่วมกัน ต่อยอดสู่การเป็นคอมมูนิตี้
เพราะสุดท้าย เจนเนอเรชั่น เป็นเพียงเครื่องมือการแบ่งช่วงวัยตามอายุ ไม่ใช่เครื่องมือในการแบ่งแยกการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งเพจมนุษย์ต่างวัยมีอยู่เพื่อสร้างความเข้าใจนี้สู่สังคม

คุณผ่านศึก ธงรบ ผู้เชี่ยวชาญแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและคอนเทนต์จาก iQIYI ในหัวข้อเกี่ยวกับคอนเทนต์ไทยจะไปต่ออย่างไรในยุคแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
จากเดิมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้คุณค่ากับจำนวนคนส่วนใหญ่ อาทิ หนึ่งคนดูทีวีเท่ากับหนึ่งเรตติ้ง มาในปัจจุบัน ความสนใจในคอนเทนต์ของผู้คนกระจายตัว สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทหลัก จนมาในยุคของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ที่ทำให้จำนวนประชากรกลับมามีความสำคัญอีกครั้งผ่านการอยู่ได้ด้วยโมเดลการบอกรับสมาชิก
ขณะที่ภูมิทัศน์สื่อในอีก 5 ปีข้างหน้า ก็กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง หลังอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย ซึ่งขณะนี้ ยังรอความชัดเจนในการจัดทำข้อมูลฉากทัศน์อนาคตของอุตสาหกรรม ก่อนที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลงในเดือนเมษายน 2572
ด้านอนาคตของคอนเทนต์ไทยในตลาดต่างประเทศ หากมองผ่าน 3 ซีรีส์ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีในปี 2568 อย่างเช่น Gelboys สถานะกั๊กใจ, สงครามส่งด่วน, เขมจิราต้องรอด ซึ่งแต่ละเรื่องมีที่มาและรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถสร้างกระแสความสนใจได้ในวงกว้าง
สอดคล้องกับคอนเทนต์ไทยที่ทำงานได้ดีในตลาดคอนเทนต์โลก อย่าง ‘ซีรีส์วาย’ (BL – Boy’s Love) ซึ่งกำลังเติบโตสวนกระแสการซื้อขายคอนเทนต์ไทยไปต่างประเทศที่ภาพรวมกำลังชะลอตัวลงจากการแข่งขันที่สูงในตลาด
ซึ่งเขามองว่าสิ่งที่ทำให้ซีรีส์วายของไทยทำงานได้ดีในตลาดต่างประเทศ คือเรื่องราวความรักที่มีความละมุนละม่อม โดยอาจเกิดจากวัฒนธรรมที่เหมือนจะเปิดกว้างแต่ก็ยังมีความกดทับบางอย่างอยู่ ทำให้เกิดส่วนผสมที่ลงตัวและดึงดูดสำหรับผู้ชมต่างชาติ
อีกทั้งซีรีส์วายไทยมีตัวละครที่ไม่ได้ถูกจำกัดกรอบทางเพศอย่างตายตัว ทำให้ผู้ชมที่เป็นผู้หญิง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ชมหลัก สามารถแทนตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นำมาสู่การทำการตลาดในกลุ่มเป้าหมายอย่าง ‘สาววาย’ ซึ่งนับเป็นพลังของคอมมูนิตี้แฟนคลับที่แข็งแรงในการช่วยส่งออกและโปรโมตซีรีส์วายไทยไปต่างประเทศ
สุดท้ายการจะนำคอนเทนต์ไทยไปสู่ตลาดโลก เขามองว่าควรเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในรูปแบบ ‘เขย่งก้าวหนึ่ง’ แต่ก็ยังยืนอยู่บนฐานความชอบเดิมของกลุ่มผู้ชมหลัก ซึ่งอาจเป็นวิธีในการพาคอนเทนต์ไปสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในอนาคตก็จะสามารถนำสูตรสำเร็จใหม่ ๆ ที่ได้มาจากการทดลอง มาปรับใช้สำหรับการทำงานต่อไป

คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ CEO The One Enterprise ในหัวข้อเกี่ยวกับอนาคตของเอนเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ไทยไปอย่างไรให้ไกลกว่าหน้าจอ
ปัจจุบันคนไทยดูโทรทัศน์น้อยลงชัดเจน อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังเชื่อว่าโทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อจำเป็นในการสื่อสารข้อมูลหากเกิดเหตุการณ์สำคัญในสังคม แต่ในแง่ของคอนเทนต์เอนเตอร์เทนเมนต์ ยังจำเป็นอยู่หรือไม่
เขาเล่าว่าหากมองมายังซีรีส์หลายเรื่องที่โด่งดังในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทุกวันนี้ ก็ยังมีที่มาเช่าเวลาฉายกับสถานีโทรทัศน์ คงคล้ายกันกับสินค้าแบรนด์เนม ที่ยังต้องมีแฟลกชิปสโตร์อยู่ในประเทศบริษัทแม่ ซึ่งแม้จะขาดทุนในการดำเนินงาน แต่ก็จำเป็นสำหรับการใช้เป็น ‘โชว์รูม’ ให้คนมองเห็น ก่อนไปติดตามในช่องทางอื่น ๆ
ทั้งบ่งบอกว่าตัวคอนเทนต์เอนเตอร์เทนเมนต์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เพียงแต่ช่องทางในการรับชมตอนนี้มีความหลากหลายมากขึ้น
เขายกตัวอย่างผู้ชมละครช่องวันในเวลา 19.00 น. จะเป็นการดูพร้อมกันทั้งครอบครัว ส่วนละครเวลา 20.30 น. ผู้ชมหลักจะเป็นผู้หญิงซึ่งต้องการดูแบบตั้งใจ นำมาสู่พฤติกรรมของคนดูที่มีความแตกต่างกัน เป็นโอกาสที่เปิดกว้างในการสร้างการเข้าถึงผู้บริโภคของผู้ผลิต
ด้านทิศทางของคอนเทนต์เอนเตอร์เทนเมนต์สู่ตลาดโลก เขามองว่ากลยุทธ์สำคัญต้องไม่ใช่การทำตามแนวทางที่ประสบความสำเร็จของกลุ่มผู้ผลิตจากตะวันตก แต่คือการนำเสนอ ‘วิถีชีวิตความเป็นไทย’ โดยใช้วิธีเล่าให้มีความเป็นสากล ต้องมีความกระชับ และเนื้อหาเข้าใจง่าย
เขายังชี้ให้เห็นถึงโอกาสของการนำเอนเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ไทยพัฒนาไปให้ไกลกว่าหน้าจอ อาทิ ซีรีส์วายที่โด่งดังมาก ๆ แต่ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน ก็สามารถสร้างกำไรทดแทนได้จากการบริหารจัดการตัวศิลปินจากเรื่องนั้นไปสู่เวทีนานาชาติ

คุณยงยุทธ ทองกองทุน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ Netflix ประเทศไทย ในหัวข้อเกี่ยวกับการพัฒนาและโอกาสของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยุคสตรีมมิ่ง
เขามองว่าบุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยทุกคนคือ ‘มนุษย์ทองคำ’ เพราะโดยพื้นฐานแล้วคนทำงานของไทยนั้นเก่งมาก สามารถสร้างงานคุณภาพสูงภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด
ซึ่งเมื่อตลาดสตรีมมิ่งเข้ามาเป็นแพลตฟอร์มหลักในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ก็นำมาสู่โจทย์ที่ว่าคนทำงานจะสามารถคว้าโอกาสที่เข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน
ซึ่งเขามองว่าคนทำงานต้องเปิดใจกว้าง พร้อมทำงานเป็นทีม และกล้าเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่อาจจะทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายนักในช่วงแรก
อีกทั้งเขามองว่าการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของคนทำงานในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยยุคสตรีมมิ่ง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ในระดับสากล เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงาน แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก หนึ่ง ความครีเอทีฟ สอง โปรดักชั่น
ในส่วนของความครีเอทีฟ คนทำงานต้องมีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการเล่า และรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตนเอง เพราะสตรีมมิ่งจัดกลุ่มคนดูไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เราเพียงต้องพร้อมเรียนรู้ที่จะเล่าเรื่องด้วยภาษาที่เป็นสากล เน้นใช้ภาพสื่ออารมณ์เพื่อลดข้อจำกัดด้านความเข้าใจในภาษาที่แตกต่างของผู้ชมต่างประเทศ
ด้านงานโปรดักชั่น เขาเชื่อว่าทุกคนมีทักษะที่ต้องใช้ฝีมืออยู่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมการมีทักษะเกี่ยวกับการวางแผน, ความปลอดภัย, การทำประกัน, ความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา, การทำบัญชี ซึ่งอย่างหลังสุดมีผลอย่างมากต่อการขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะท้ายที่สุด การจะผลักดันให้คนทำงานในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยเติบโต ต้องมีระบบนิเวศที่แข็งแรง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ
