จากงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair หรือ “บางกอกเจมส์” ครั้งที่ 72 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 9–13 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระบุว่า งานนี้สร้างมูลค่าการค้าเกือบ 4,700 ล้านบาท
โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ พลอยสี ที่มีมูลค่าการค้ากว่าหนึ่งในสามของทั้งหมด ยืนยันบทบาทของงานในฐานะแหล่งค้าพลอยสีใหญ่ที่สุดของโลก
ทำไมไทยถึงกลายเป็นแหล่งค้าพลอยสี (coloured gemstones) ที่สำคัญของโลก
ในแง่ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์
ไทยมีแหล่งพลอยสีที่สำคัญมาแต่เก่า เช่น จังหวัดตราดและจันทบุรี เคยเป็นแหล่งผลิตทับทิมและไพลินในภูมิภาค และยังมีภูมิประเทศที่เอื้อต่อการสะสมและล้างพลอยแบบ alluvial (พลอยที่ถูกชะล้างลงมารวมในดินทราย) ซึ่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาและเก็บเกี่ยว พลอยที่พบในพื้นที่เหล่านี้ได้แก่ ทับทิม ไพลิน และพลอยสีต่าง ๆ
แม้ว่าแหล่งพลอยสีในบางจังหวัดจะลดลง หรือหมดไปบ้าง แต่ไทยยังคงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ช่าง ฝีมือ และสายธุรกิจที่เกี่ยวข้องไว้ได้อย่างเข้มแข็ง และมีตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง
ที่สำคัญ ไทยมีชื่อเสียงด้านการเจียระไน (polishing) พลอยสี และการรักษา (enhancement) สีและคุณภาพของพลอย เช่น การเผา (heating) เพื่อปรับสี ซึ่งช่วยให้พลอยที่อาจไม่โดดเด่นในธรรมชาติกลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้
ช่างไทยมีฝีมือที่ละเอียดอ่อน และมีประสบการณ์ยาวนานด้านการแก้ไขและเจียรไนพลอยที่มาจากต่างประเทศ เช่น เมียนมา เวียดนาม และแหล่งอื่น ๆ ซึ่งทำให้ไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการแปรรูปพลอยดิบ (rough stones) ให้เป็นพลอยเจียระไนพร้อมขายในตลาดโลก
โครงสร้างพื้นฐาน ตลาด และสถาบันสนับสนุน
ไทยมีสถาบันต่าง ๆ ที่รองรับทั้งการศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบพลอย เช่น Asian Institute of Gemological Sciences (AIGS) ในกรุงเทพฯ ซึ่งให้บริการด้านห้องปฏิบัติการวิเคราะห์พลอย สี การปรับปรุงคุณภาพ ฯลฯ
ตลาดพลอยในจันทบุรีเป็นหนึ่งในตลาดกลางพลอยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ซื้อจากทั่วโลกมาซื้อพลอยเจียระไนหรือพลอยดิบที่จันทบุรี เพราะราคาที่แข่งขันได้ ความหลากหลายของพลอย และความเชี่ยวชาญในการประเมินราคาพลอย
ความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
พลอยและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทย มีมูลค่าสูงมาก ตัวอย่างเช่น ช่วงต้นปี 2025 การส่งออกพลอยและเครื่องประดับ (gem & jewelry) รวมทองคำดิบมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ลดลงเมื่อหักทองคำดิบแล้วก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความสามารถในการผลิตจากพลอยดิบถึงสินค้าเสร็จครบวงจรในไทย ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และเวลาที่ใช้ในการผลิตเมื่อเทียบกับการส่งพลอยดิบไปแปรรูปที่อื่น
อีกทั้งยังเป็นเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ และการตลาดระหว่างประเทศที่ดี
ประเมินว่ามูลตค่าตลาดพลอยสีที่ผ่านการเจียระไนทั่วโลกมีประมาณ 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ ประมาณ 240,000 ล้านบาท ในปี 2023 โดยไทยครองส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ที่ ราว 15-20%
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
ถึงแม้ไทยมีจุดแข็งมากมาย แต่ก็มีหลายประเด็นที่ต้องระวัง โดยเฉพาะ แหล่งพลอยดิบในประเทศลดจำนวนลง หลายแหล่งถูกใช้ไปจนหมดหรือผลิตได้ลดลงมาก
ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าพลอยดิบจากแหล่งผลิตในเมียนมา แอฟริกา (โมซัมบิก ฯลฯ) เวียดนาม กัมพูชา
นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องการแข่งขันจากประเทศอื่น ๆ ที่มีต้นทุนแรงงานและการแปรรูปพลอยถูกกว่า เช่น อินเดีย เวียดนาม และความผันผวนของราคาพลอยที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นได้
ที่มา
