คอเกมทั่วโลกคงอยากให้ปี 2026 มาถึงเร็วๆ โดยสาเหตุไม่ใช่แค่เพียงเกมใหม่ๆ ที่จะทยอยออกมาเท่านั้น แต่ยังมาจากการเปิดศึกครั้งใหม่ของสองค่ายเกมดังที่ย้ายไปอยู่ในโรงหนังอีกด้วย
เมษายน 2026 The Super Mario Galaxy Movie หนังสร้างซีจีคอมพิวเตอร์ จะลงโรงฉายทั่วโลก โดยประเด็นแรกที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจและถูกจับตามองคือ เป็นภาคต่อของ The Super Mario Bros. Movie เมื่อปี 2023 หนังที่สร้างจากเกมซึ่งทำเงินทั่วโลกมหาศาล

ส่วนประเด็นต่อมาเป็นการสะท้อนว่า Nintendo ค่ายเกมดังของญี่ปุ่นเจ้าของลิขสิทธิ์เกม Mario กำลังพยายามต่อยอดความสำเร็จ โดยมีหนังเป็นหนึ่งในช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ซึ่งถัดจาก The Super Mario Galaxy Movie ก็ต่อด้วย The Legend of Zelda ฉบับคนแสดง (live-action) ในพฤษภาคม 2027
ชิเงรุ มิยาโมโตะ ผู้บริหารระดับสูงของ Nintendo และผู้สร้าง Super Mario มองว่า การนำเกมมาสร้างเป็นหนังเปรียบเสมือนประตูที่เปิดให้แฟนๆ ได้กลับมาเชื่อมต่อกับเกมของบริษัทอีกครั้ง
นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการผลักดันให้ Nintendo กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ยั่งยืน เพราะเกมมีวันเลิกเล่นเมื่อมีภาคใหม่ออกมา แต่ภาพยนตร์จะคงอยู่ตลอดไป

ด้าน Capcom ค่ายเกมดังของญี่ปุ่นอีกแห่งก็ไม่น้อยหน้า โดยมีแผนส่ง Street Fighter หนังแบบ Live action เข้าฉายในตุลาคม 2026 ซึ่งก็มาพร้อมประเด็นน่าสนใจเช่นกัน เพราะถือเป็นการแข่งกับ Nintendo ทำให้เป็นปีที่หนังจากเกมดังเข้าฉายถึง 2 เรื่อง
ทว่าขณะเดียวกัน ก็ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากแม้เป็นเกมดังสุดของ Capcom แต่หนังเวอร์ชั่นก่อนๆ กลับไม่ประสบความสำเร็จ
ฮิเดกิ ยาสุดะ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Toyo Securities วิเคราะห์ว่า การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ค่ายเกมมีรายได้ที่หลากหลายขึ้น และสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ให้กว้างขวางขึ้น
นอกจากนี้ในยุคที่การเล่นเกมเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยมากขึ้น รวมไปถึงทำให้ Gen X กับ Y ที่มีครอบครัวแล้วและมีกำลังซื้อให้ย้อนไปคิดถึงความสุขช่วงวัยเด็กที่กลับมาในรูปแบบใหม่ (Newstalgia)
ต่อเนื่องไปถึงตลาดกลุ่มผู้ใหญ่ที่ใจยังเด็ก (Kidult) ก็จะยิ่งทำให้เกมและหนังทำรายได้ให้ค่ายเกมได้มากขึ้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในยุคที่ตลาดคอนเทนต์จากวงการเกมกำลังเติบโต หลังหนังและซีรีส์จากการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่เสื่อมความนิยมลงไป สวนทางกับหนังและซีรีส์จากเกมที่เมื่อฉายก็ทั้งกระแสดีและทำเงิน
โดยหลักฐานยืนยันคือคำชมอย่างล้นหลามของซีรีส์ Last of Us และรายได้มหาศาลของ The Super Mario Bros. Movie
ท่ามกลางคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2027 มูลค่าตลาดของเกมมิ่งทั่วโลกจะเพิ่มเป็นมากถึง 215,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.3 ล้านล้านบาท) แซงทั้งเคเบิลทีวีและวิดีโอสตรีมมิ่ง / japantoday
