ฝ่ายปกครองในบาหลี เมืองท่องเที่ยวดังของอินโดนีเซีย ได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการลิฟต์แก้วริมหน้าผา ความสูง 182 เมตร (ประมาณ 597 ฟุต) บนหาดเกอลิงกิง ที่นักท่องเที่ยวจะเห็นหน้าผาทีเร็กซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดของเกาะ หลังโครงการนี้จุดชนวนความไม่พอใจอย่างรุนแรงถึงผลกระทบมากมายที่จะตามมา
โครงการลิฟต์มูลค่า 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณเกือบ 400 ล้านบาท) ที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2023 นี้มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปยังชายหาดด้านล่างได้ง่ายขึ้น
แต่ภาพถ่ายที่มีการโพสต์ขึ้นสื่อโซเชียลแสดงให้เห็นปล่องลิฟต์ที่เริ่มเจาะทะลุหน้าผาทีเร็กซ์ กำลังทำลายความงามตามธรรมชาติของพื้นที่และเร่งให้เกิดการกัดเซาะ

พร้อมกันนี้ยังบดบังวิวเมื่อมีการถ่ายภาพ และจากการตรวจสอบของฝ่ายปกครองยังพบว่าโครงการนี้สร้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกด้วย
สื่อในบาหลีได้รายงานกระแสต่อต้านและการวิจารณ์โครงการนี้จากคนในท้องถิ่น เช่น นักท่องเที่ยวมาดูวิวไม่ได้มาดูลิฟต์แก้ว และโครงการนี้ทำให้ทุกอย่างดูแย่ลง
นีลุห์ ดเจลันติก สมาชิกวุฒิสภาของบาหลี ซึ่งคัดค้านโครงการนี้มาโดยตลอด กล่าวว่า ได้แสดงจุดยืนคัดค้านมานานก่อนที่ลิฟต์นี้จะเริ่มสร้างด้วยซ้ำ เพราะความเสี่ยงมันสูงเกินไป และเชื่อว่าจะเป็นโครงการที่ได้ไม่คุ้มเสีย
นักการเมืองท้องถิ่นรายนี้ยังย้ำเรื่องนี้ผ่านโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกว่า ควรชื่นชมความงามของบาหลีอย่างชาญฉลาด อย่าสร้างทางเข้าที่ดูเหมือนการนำนักท่องเที่ยวไปสู่ประตูแห่งหายนะ
แม้ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งนี้จะสามารถระงับโครงการต่อไปถึงเมื่อไร และหากได้สร้างต่อจนเสร็จจะช่วยลดเวลาไปดูหน้าผาทีเร็กซ์ลงไปได้มาก แต่ก็เริ่มมีกระแสเรียกร้องให้ทางการหันไปปรับปรุงซ่อมแซมบันไดเดิมที่ใช้เดินลงหาดแทน ดีกว่าที่จะมาทำโครงการที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้
นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังกังวลกันว่า การที่ลงไปชายหาดเกอลิงกิงได้ง่ายขึ้น อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจากการลงเล่นน้ำ เนื่องจากแม้หาดเกอลิงกิงจะมีวิวที่สวยงาม แต่แนวชายฝั่งแคบและมีคลื่นลมแรงจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตและบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง
โครงการสร้างลิฟต์แก้วนี้ยังมีอีก 2 ประเด็นน่าสนใจ โดยประเด็นแรกคือ เป็นโครงการที่พัฒนาโดยบริษัท China Kaishi Group ของจีน ท่ามกลางการพากันมาลงทุนของบริษัทก่อสร้างจีนมากมายในบาหลี เช่น สนามบินแห่งที่ 2 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 97,000 ล้านบาท) ก็เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทจีนกับบริษัทท้องถิ่น

ส่วนประเด็นที่ 2 คือเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในช่วงที่ฝ่ายปกครองของบาหลี และรัฐบาลกลางของอินโดนีเซียกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวล้นเกินจนเมืองช้ำ (Overtourism)
ซึ่งนอกจากทำลายความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว สร้างความแออัดแล้ว ยังไปปิดทางระบายน้ำจนเมื่อฝนตกก่อปัญหาน้ำท่วมขังบ่อยครั้งอีกด้วย จากปัญหาดังกล่าวทำให้ฝ่ายปกครองบาหลีต้องสั่งห้ามสร้างโรงแรมเพิ่ม / bbc
