Sony Pictures คว้าสิทธิ์ในการนำ Labubu ตุ๊กตาอาร์ตทอยสุดฮิตไปสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว ซึ่งจะมีคาแรกเตอร์อื่นๆ อย่าง Zimomo, Mokoko และ Tycoco มาปรากฏตัวในหนังด้วย

ตามรายงานของสื่อในวงการภาพยนตร์สหรัฐฯ ที่สำนักข่าวในซีกโลกตะวันตกต่างนำมารายงานต่อระบุว่า แม้ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นพัฒนาในด้านต่างๆ ไล่ตั้งแต่บท หาตัวผู้กำกับ และต้องพิจารณาว่าจะทำเป็นหนังแบบคนแสดง (Live action) หรือแอนิเมชัน แต่ก็เชื่อว่าจะไปได้สวย เพราะเป็นของเล่นดังที่คนทั่วโลกยุคนี้รู้จักอยู่ดีแล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ก็พร้อมเดินหน้าสร้างภาคต่อได้เลย
รายงานเดียวกันนี้ระบุอีกว่า ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับดีล Labubu ทาง Sony Pictures ยังได้คว้าสิทธิ์ในการนำ View Master ของเล่นดังในรูปแบบกล้องของ Mattel ที่ดังมากช่วงยุค 80 และยังมีการทำเวอร์ชั่นใหม่ออกมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ Sony Pictures มีขึ้นหลังหนังแบบ Live action ของ Barbie ในปี 2023 จากตุ๊กตาดังของ Mattel ทำเงินทั่วโลกไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32,400 ล้านบาทขึ้นไป) และปี 2026 หนังจากของเล่นดังอีกเรื่องคือ He-Man ก็มีคิวเข้าฉาย ท่ามกลางตลาดของเล่นเจาะกลุ่ม เทรนด์ผู้ใหญ่ใจยังเด็ก (Kidult) มีกำลังซื้อและชอบของเล่นกำลังโต
หลักฐานยืนยันคือ ดันตลาดของเล่นในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรในปี 2025 โตทั้งที่ข้าวของส่วนใหญ่ราคาแพง และยังเป็นปัจจัยบวกหนุนตลาดของเล่นในญี่ปุ่นโตทั้งที่อัตราการเกิดต่ำสุดอันดับต้นๆ ในโลกอีกด้วย
ซึ่งในทุกครั้งที่หนังจากของเล่นออกฉาย ทั้งค่ายของเล่นกับค่ายหนังต่างก็ได้ประโยชน์และผนึกกำลังกันทำการตลาด เพราะค่ายของเล่นเหมือนได้มีหนังโฆษณาทุนสูงจากค่ายหนังช่วยกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่ายหนังก็ได้ของเล่นช่วยโปรโมทหนัง โดยที่ไม่ต้องเปลืองงบทำสินค้าออกมาเอง
สำหรับ Labubu ออกแบบโดย Kasing Lung ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์เชื้อสายฮ่องกง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายแถบยุโรปเหนือ (Nordic) ซึ่งเป็นที่จดจำจากรูปร่างน่ารักแบบตุ๊กตาแต่หน้าตาดูกวนๆ และร้ายๆ ออกไปทางปีศาจนิดๆ
Labubu เริ่มโด่งดังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2019 ซึ่งฝ่ายที่เก็บเกี่ยวดอกผลของความสำเร็จนี้ไปมากสุดคือ Pop Mart บริษัทของเล่นในจีน ที่ใช้กลยุทธ์กล่องสุ่มซึ่งปี 2025 ทำกำไรพุ่งสูงถึง 350% นอกจากนี้ ยังมีการซื้อ-ขายกันในตลาดรอง ท่ามกลางรายงานว่า ราคาประมูลตัวหายากบางตัวแพงระดับเลข 6 หลักเลยทีเดียว
ยังมีอีกสาเหตุที่ทำให้ Labubu โด่งดังและขายดี ขนาดที่หากมีเปิดร้านใหม่ในประเทศไหน ตัวที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ จะขายหมดในเวลาไม่นาน นั่นคือเป็นของประดับติดกระเป๋าของบรรดาคนดังอย่าง Lisa Rihanna และ Emma Roberts

ความดังของ Labubu ยังก่อเกิดอีกหลายอย่างตามมามากมาย เริ่มจากเทรนด์ของชิ้นเล็กแต่ราคาแพง ไล่ตั้งแต่ Micro Hydro Mini กระติกน้ำขนาดเท่าฝ่ามือ และกระเป๋าสะพายข้างทรงกล้วยของ Uniqlo ไปจนถึงตุ๊กตาห้อยกระเป๋า LaVuVu ของ Louis Vuitton menswear คล้าย Labubu ที่ราคาสูงถึง 4 หมื่นบาท
ต่อด้วยการเป็นหนึ่งของที่ “ต้องมี” ของหนุ่มมาดละมุนแต่อาจปลอมเปลือก (Performative Male) เพื่อหวังเรียกความสนใจจากสาวๆ
ไปจนถึงการเป็นของที่ธนาคารในจีนใช้จูงใจการเปิดบัญชีเงินฝาก และทำให้เกิดการทำ Labubu ปลอมที่เรียกกันว่า Lafufu ซึ่งไล่ปราบยาก เพราะเป็นสินค้าขายดีความต้องการสูง มีการหลบเลี่ยงการจับกุมของทางการจีนอย่างเป็นระบบอีกด้วย และแยกระหว่างของจริงกับของปลอมยากมาก
Labubu ยังทำให้จีนถูกจับตามอง เพราะ ด้านหนึ่งเป็นการย้ำถึงความดังของสินค้าจีนในตลาดโลกยุคนี้ ต่อเนื่องจากรถอีวี BYD และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแบรนด์จีน แต่อีกด้านก็สะท้อนว่า สินค้าปลอมเป็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียที่จีนยังคงแก้ไม่ตก / theguardian
