คุณอาจจะเคยเห็นหนุ่มลักษณะดังต่อไปนี้ตามที่ต่างๆ โดยเขาอาจจะกำลังโพสท่าจิบมัทฉะลาเต้พร้อมหนังสือเล่มโปรดของผู้หญิงหัวก้าวหน้าในมือ หรือทำทีเป็นฟังเพลงลึกๆ ของ Lana Del Rey กับ Laufey แต่หูฟังกลับไม่ได้เสียบ 

หรืออาจไปถึงขั้นพกผ้าอนามัยติดตัวไว้เผื่อผู้หญิงที่ต้องการใช้ โดยนี่คือ Performative Male ต้นแบบผู้ชายยุคใหม่ที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ พร้อมกับเสียงวิจารณ์และล้อเลียนอย่างหนาหู 

ลักษณะเด่นของชายกลุ่มนี้คือการแสดงออกว่าใส่ใจในสิ่งที่ผู้หญิงหัวก้าวหน้าชื่นชอบ ซึ่งมีเป้าหมายเดียวคือ เพื่อให้ดูดีในสายตาของผู้หญิง โดย Performative Male มีลักษณะเด่นต่อไปนี้ เริ่มจากมีตุ๊กตา ลาบูบู้ ห้อยอยู่กับกระเป๋าหรือห่วงเข็มขัด 

ต่อด้วยหิ้วถุงผ้าสกรีนสโลแกนเฟมินิสต์ ใช้กล้องฟิล์ม ขณะที่สไตล์การแต่งตัว ก็มักใส่กางเกงทรงหลวม (อาจเป็นยีนส์ริมแดงจากญี่ปุ่น) สร้อยคอ Vivienne Westwood หรือ Chrome Hearts 

J’Nae Phillips ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์กล่าวว่า Performative Male ทำตัวแบบนี้เพราะคิดว่าภาพลักษณ์ของชายยุคนี้กำลังถูกจับจ้อง ทั้งจากสายตาผู้หญิงและโลกออนไลน์ 

เทรนด์นี้อาจมองได้ว่าเป็นวิวัฒนาการมาจาก Softboi หรือหนุ่มอารมณ์อ่อนไหว ในช่วงปลายยุค 2010 ที่เป็นหนุ่มดูเข้าถึงอารมณ์ตัวเองง่าย แต่ Performative Male มีความหลากหลายกว่า 

เพราะเขาสามารถแสดงได้ทั้งความแข็งแกร่ง ความอ่อนโยน ความรู้ด้านการเมือง หรือจิตวิญญาณ ตราบใดที่มันดูเป็นการสร้างความประทับใจให้ผู้หญิง 

Dr. Ashley Morgan ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศภาวะศึกษา เปรียบเทียบว่า ในอดีตผู้ชายอาจแสดงความเป็นชายผ่านการขับรถเร็วเครื่องแรงสีสะดุดตาเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ชายด้วยกัน 

ทว่าใน 2025 ได้กลายมาเป็น Performative Male ที่เปลี่ยนเป้าเป็นการแสดงออกในมุมที่ดูเข้าอกเข้าใจและครอบคลุมกว่าเดิมเพื่อเอาใจผู้หญิง ซึ่งก็ถือเป็นแง่ดีที่ช่วยขยายนิยามของความเป็นชายให้กว้างขึ้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นการปรับลุคเพื่อเอาใจผู้หญิง Performative Male จึงเลี่ยงไม่ได้ต่อกระแสวิจารณ์ว่าเป็นผู้ชายปลอมเปลือก ทั้งจากคนทั่วไป ผู้หญิงที่ดูออกและไม่หลงไปกับภาพที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านี้ รวมไปถึงผู้ชายปกติทั่วไป 

ต่อเนื่องไปจนผู้ชายที่มีความเป็นชายมากๆ หรือที่มีคำเรียกในภาษาไทยยุคนี้ว่า “ชายแทร่” โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคที่ความเป็นชายกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต หลังบทบาททางเพศแบบดั้งเดิมเริ่มเลือนหายไป 

ขณะที่ผู้หญิงก็ทำแทบจะทุกอย่างได้เท่าเทียมกับผู้ชาย ต่อเนื่องไปถึงความหลากหลายทางเพศ ดังนั้นผู้ชายจึงมองหาการปรับภาพลักษณ์และวางตัวใหม่ 

Performative Male ยังเกิดจากยุคที่ภาวะผู้ชายเป็นพิษ (Toxic Masculinity) ซึ่งแสดงออกผ่านการกดขี่เพศหญิงหรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลับมาสู่แวดวงการเมืองโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ 

นี่ทำให้ผู้ชายที่ต้องการแยกตัวเองออกจากแนวคิดดังกล่าวจึงพยายามส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่าพวกเขาเป็นผู้ชายที่ตื่นรู้และหัวก้าวหน้ากว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายปลายทางของหลายคนก็เพื่อดึงดูดผู้หญิงที่น่าจะชอบการแสดงออกแบบเฟมินิสต์ของพวกเขานั่นเอง 

ความน่าสนใจของ Performative Male ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะแม้แต่คอนเทนต์ที่ทำขึ้นมาเพื่อล้อเลียน Performative Male สุดท้ายผู้สร้างคอนเทนต์เหล่านั้นก็มักจะมีลุคแบบเดียวกัน ทั้งทรงผม การฟังเพลง การแต่งตัว (เสื้อตัวเล็ก กางเกงตัวใหญ่ และกระเป๋าผ้า) 

Eugene Healey ที่ปรึกษาด้านแบรนด์กล่าวไว้ว่า การตระหนักรู้ว่าตัวเองกำลังแสดง ไม่ได้แปลว่าคุณอยู่เหนือการแสดงนั้น มันกลับเป็นการทำให้การปลอมเปลือกหนักขึ้นไปอีก 

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว แม้ดูเหมือนว่า Performative Male จะดูเหมือนพวกเสแสร้ง แต่ก็มีหนุ่มลุคละมุนอยู่จริงๆ โดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่าใครจะมองอย่างไร เพราะเป็นแบบนี้มานานแล้ว 

และหากมองด้วยสายตาที่เข้าใจ Performative Male ก็เป็นแค่การปรับตัวของผู้ชายให้เข้ากับยุคสมัย เช่นเดียวกับเทรนด์ Metrosexual เมื่อ 20 กว่าปีก่อน และเทรนด์ผู้ชายอีกประเภทที่ใกล้เคียงกับ Performative Male เมื่อปี 2024 

นั่นคือ หนุ่มกล้ามโตแต่นิสัยละมุนละไม กล้าใส่เสื้อผ้าโทนสีหวานๆ ที่ผู้หญิงชอบ หรือ Soft Jocks โดย Soft Jocks ที่ดังสุดยุคนี้คือ Travis Kelce หนุ่มนักอเมริกันฟุตบอลไว้หนวดกล้ามโตที่เพิ่งประกาศขอ Taylor Swift แต่งงาน / theguardian  

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer