อิชิตัน ตลาดต้องไม่ตัน ภารกิจผลักดันน้ำด่างให้เป็นเครื่องดื่มดูแลสุขภาพประจำบ้าน

กว่า 5 ปีที่อิชิตันเปิดตัว “น้ำด่าง อิชิตัน” ออกสู่ตลาด เครื่องดื่มน้ำด่างกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดกับตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาดฉบับ “อิชิตัน”ทำให้ น้ำด่าง อิชิตันกลายเป็น “เครื่องดื่มประจำวัน” ของผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มองหาคุณค่ามากกว่าน้ำเปล่าแบบเดิม

นี่คือจุดเปลี่ยนที่กำลังพาตลาดน้ำด่างเข้าสู่เฟสใหม่ของการเติบโต และเป็นจุดตัดสำคัญที่ทำให้เส้นเรื่องของแบรนด์ น้ำด่าง อิชิตันน่าสนใจยิ่งขึ้น

“วันนี้ น้ำด่าง อิชิตันไม่ได้เป็นเพียง “น้ำนวัตกรรมสุขภาพ” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนรายได้สำคัญของอิชิตันด้วยสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้ทั้งหมด พร้อมการเติบโตแบบ Double-Digit อย่างต่อเนื่อง และขณะเดียวกันทิศทางของแบรนด์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ยอดขาย

แต่เดินหน้าไปสู่บทบาทใหม่ในการใช้ “นวัตกรรม” เพื่อสร้างประโยชน์กับสังคม ผ่านภารกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมมูลค่ากว่า 421 ล้านบาท ที่จะส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอและอุปกรณ์การแพทย์กว่า 480 ชุดให้กับโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศภายใน 3 ปี”

คุณตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รีแคปเรื่องราวที่สะท้อนภาพใหญ่ของแบรนด์ น้ำด่าง อิชิตันและเส้นทางใหม่ของอิชิตันในฐานะบริษัทที่มองนวัตกรรมแบบ “มากกว่า Hardware แต่คือ Heart Ware” ในแบบที่หาได้ยากในตลาด FMCG วันนี้ ให้ Marketeer ฟังก่อนเจาะลึกรายละเอียดแต่ละประเด็น

คุณตันเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการหัวเราะให้กับความจำของตัวเองก่อนจะเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ในนั้นมีตลาดน้ำด่างที่เพิ่งเริ่มและยังเล็กมาก”

คำว่า “เล็กมาก” ในที่นี้ หมายถึงมีสัดส่วนเพียงประมาณ 2-3 % ของตลาดน้ำดื่มทั้งหมด ตัวเลขที่ดูเล็กน้อย แต่กลับเป็นโอกาสสำคัญของ น้ำด่าง อิชิตันเพราะหมวดหมู่ที่เล็ก มักเป็นหมวดหมู่ที่ยังไม่มีผู้ชนะ และยังไม่มีภาพจำตายตัวในใจผู้บริโภค

คุณตันบอกว่า สิ่งที่ทำให้ตลาดนี้น่าสนใจคือผู้บริโภคเริ่มมองน้ำด่างเป็น “ทางเลือกใหม่แทนน้ำเปล่า” มากกว่าการมองเป็น เครื่องดื่มเฉพาะกิจ นั่นคือจุดเปลี่ยนน้ำด่าง เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองว่าดื่มเพื่อแก้ปัญหา แต่มองว่า “ดื่มเพราะดีต่อร่างกายในระยะยาว” และความเชื่อมโยงเล็กๆ อย่างเรื่อง “ความเป็นกรด-ด่าง” ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองดื่ม และเมื่อผู้บริโภคเริ่มทดลอง…การดื่มซ้ำคือคำตอบ

น้ำด่าง อิชิตันจาก Niche Market สู่การเติบโตแบบ Mass ที่ชัดเจน

น้ำด่าง อิชิตัน ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ง่าย ๆ แต่ทรงพลัง นั่นคือ “ดื่มเหมือนน้ำเปล่า แต่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น”

คุณตันเล่าว่าเสียงจากผู้บริโภคคือเหตุผลที่แบรนด์เติบโตเร็ว เพราะคำชมไม่ได้มาจากแคมเปญหรือคำโฆษณา แต่มาจากประสบการณ์ของคนที่ดื่มจริงและซื้อต่อซ้ำ “ผู้บริโภคส่วนใหญ่พูดเหมือนกันว่า มันหอม อร่อย ดื่มง่าย และดื่มแทนน้ำเปล่าได้”

ปีล่าสุด น้ำด่าง อิชิตัน เติบโตที่เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ของรายได้รวมของบริษัท กลายเป็นสินค้าหลักของกลุ่มเครื่องดื่ม Non-Tea ของอิชิตัน และขึ้นทะยานเป็นสินค้าอันดับหนึ่งในกลุ่มนี้

“เราได้ขยายฐานผู้ดื่มจากกลุ่มสุขภาพ นักวิ่ง ฟิตเนส สู่กลุ่มครอบครัวที่เริ่มซื้อน้ำด่างขวดใหญ่สำหรับดื่มเป็นประจำในบ้านและที่ทำงาน”

การเปลี่ยนผ่านจาก Segment เฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นเครื่องดื่มประจำวัน คือสัญญาณที่บอกว่าหมวดหมู่น้ำด่างกำลังเข้าสู่จุดขยายตัวจริง และมีโอกาสกลายเป็น Category ที่ใหญ่กว่าที่หลายคนคาดคิด

คู่แข่งไม่ใช่แบรนด์ แต่คือ “การสื่อสารให้คนได้ลอง”

เมื่อถามว่า คู่แข่งของ น้ำด่าง อิชิตันคือใคร คุณตันบอกกับเราว่า “คู่แข่งที่แท้จริงคือการสื่อสารกับผู้บริโภค”

แม้จะอยู่ในตลาดมากว่า 5 ปี “น้ำด่าง” ยังใหม่เกินกว่าที่ผู้บริโภคจะเข้าใจได้จากการดูโฆษณาเพียงอย่างเดียว การ Educate ผ่านสื่อมวลชนทำได้ไม่มาก เพราะคำว่า “น้ำด่าง” เองก็ยังไม่ใช่คำที่คนทั่วไปคุ้นหู เพราะเหตุนี้ กลยุทธ์ใหญ่ของ น้ำด่าง อิชิตัน จึงไม่ใช่ดิจิทัลคอนเทนต์ แต่คือการ “ให้ผู้คนได้ทดลองจริง”

“กลยุทธ์หลักของเราคือการเอาน้ำด่าง อิชิตันไปให้ทุกคนได้ลอง ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต, งานวิ่ง, อีเวนต์ในโรงพยาบาลและโรงเรียน, หรือกิจกรรมทดลองดื่มในพื้นที่ต่างๆ น้ำด่าง อิชิตัน ใช้ทุกเวทีเป็นพื้นที่ทดลอง และนี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะทุกครั้งที่คนได้ลอง ดีกรีการยอมรับก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พอเขาดื่มแล้ว เขาจะเป็นคนเล่าเอง เราไม่ต้องพูดมาก” คุณตันกล่าว

ปัจจุบัน น้ำด่าง อิชิตันมี 2 รสชาติ ได้แก่ วิตามินบีรวม และวิตามินดีและสารสกัดใบแปะก๊วย พร้อม 4 ไซส์ที่วางขายในตลาด ตั้งแต่ 350 ml, 550 ml ไปจนถึง 1 ลิตร ซึ่งกลายเป็นไซส์ที่ขายดีที่สุดเพราะเหมาะกับการบริโภคในบ้านและออฟฟิศสำหรับไซส์พิเศษถูกผลิตมาเพื่อกิจกรรมเฉพาะ เช่น งานอีเวนต์ งานเลี้ยง หรือ Snack Box ที่ต้องการขวดขนาดเล็ก

นวัตกรรมในสินค้า สู่บทบาท “นวัตกรรมเพื่อสุขภาพของสังคม”

นวัตกรรมในสินค้า สู่บทบาท “นวัตกรรมเพื่อสุขภาพของสังคม”

ทิศทางของ น้ำด่าง อิชิตันไม่ได้หยุดอยู่แค่การโตในตลาด แต่เดินหน้าสู่บทบาทใหม่ของแบรนด์ที่มองนวัตกรรมเป็น “หัวใจของการเปลี่ยนแปลง” และนั่นคือที่มาของโครงการ ขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของอิชิตัน กับโครงการมอบหุ่นยนต์ดินสอให้กับโรงพยาบาลกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ

โดนหุ่นยนต์ดินสอ คือหุ่นยนต์บริการสัญชาติไทยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ในด้านต่างๆ ทั้งการบริการในโรงพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการใช้เป็นเครื่องมือแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรค

“เราตัดสินใจใช้เทคโนโลยีเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือภาคสาธารณสุข ผ่านโครงการมอบหุ่นยนต์ดินสอหุ่นยนต์บริการในโรงพยาบาล และการมอบเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลรัฐกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี รวมมูลค่ากว่า 421 ล้านบาท”

คุณตันอธิบายว่า “เราอยากลดภาระเบื้องต้นของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกปี ให้เขาเอาเวลาไปดูแลรักษาคนป่วย ไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า”

บทบาทของหุ่นยนต์อิชิตันดินสอช่วยวัดความดัน เฝ้าไข้ ตรวจอาการเบื้องต้น และลดการสัมผัสกับผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ นี่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมนุษยธรรมอย่างแท้จริง หรือที่อิชิตันเรียกว่า “Heart Ware” ไม่ใช่แค่ Hardware โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการช่วยคัดกรองผู้ป่วย ซักประวัติ วัดสัญญาณชีพ แจ้งเตือนรอบยา และเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความแม่นยำและสม่ำเสมอ

เฟสแรกของโครงการเริ่มที่โรงพยาบาลนครปฐมและจะทยอยขยายไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดอื่น เช่น ชลบุรี และอยุธยา พร้อมดีลโรงพยาบาลทั้งหมด 30 แห่งเรียบร้อยแล้ว

“เราตั้งใจมอบหุ่นยนต์รวมกว่า 480 ตัวภายใน 3 ปีครอบคลุมทั้งหุ่นยนต์ดินสอ และอุปกรณ์การแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดมยาสลบ เครื่องช่วยหายใจ ตามความต้องการของแต่ละโรงพยาบาล เพราะเราเชื่อว่า โครงการที่ดีต้องตอบโจทย์สถานการณ์จริง ไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากมอบให้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ปลายทางต้องการ”

ที่สำคัญ โครงการนี้ไม่ได้ถูกล็อกให้เป็น “หุ่นยนต์เท่านั้น” คุณตันย้ำว่าในอนาคต หากมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กว่า องค์กรพร้อมปรับเปลี่ยนทันที เพราะหัวใจของโครงการคือการใช้นวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้คน ไม่ใช่การยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

โครงการนี้สะท้อนตัวตนของ น้ำด่าง อิชิตันอย่างลึกซึ้ง เพราะทั้งสินค้าและโครงการต่างยืนอยู่บนแกนเดียวกัน คือ “นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ”

น้ำด่าง อิชิตันเกิดจากเทคโนโลยีสิทธิบัตรญี่ปุ่นในการผลิตน้ำที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ดื่มง่าย และช่วยรักษาสมดุลร่างกาย ส่วนโครงการส่งมอบหุ่นยนต์อิชิตันดินสอเป็นโครงการใช้นวัตกรรมช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งสองสิ่งนี้ผสานกันเป็นภาพลักษณ์เดียว นั่นคือแบรนด์ที่เชื่อในการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น

น้ำด่าง อิชิตันจึงมีจุดยืนที่ชัดเจนขึ้นว่าเป็น “แบรนด์น้ำด่างที่ล้ำด้วยนวัตกรรม และจริงจังกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม”

เรื่องราวของ น้ำด่าง อิชิตันในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเติบโตของสินค้า แต่คือการเติบโตของบทบาทแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้น จากน้ำนวัตกรรมที่คนยังไม่รู้จัก สู่เครื่องดื่มที่คนดื่มแทนน้ำเปล่าจริง สู่แบรนด์ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ด้วยงบกว่า 421 ล้านบาท ด้วยเห็นถึงปัญหาในปัจจุบันที่ โรงพยาบาลรัฐ แพทย์และพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมากต่อวัน

โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) ที่แพทย์ 1 คนอาจต้องตรวจผู้ป่วยตั้งแต่หลายสิบรายต่อวัน ในขณะที่พยาบาล 1 คนดูแลคนไข้ 10-20 คน ต่อเวร (6-8 ชม.) ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร ภาระงานจำนวนไม่น้อยเป็นงานซ้ำ งานเดิน งานเฝ้าระวัง และงานจัดการข้อมูลซึ่งแม้มีความสำคัญ

แต่ไม่จำเป็นต้องใช้การตัดสินใจเชิงการแพทย์ทุกขั้นตอน อิชิตันจึงนำเทคโนโลยีมาช่วยแบ่งเบาภาระเหล่านี้ พร้อมติดตามผลการใช้งานอย่างใกล้ชิดเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้างต้นแบบนวัตกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ที่ลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้อย่างยั่งยืน

ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่มีความหมาย น้ำด่าง อิชิตัน จึงเป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่ไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่ขายวิธีคิด และขายบทบาทที่ยืนเคียงข้างสังคม

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline