แต่ละยุคจะมีหนังสยองขวัญสุดฮิตที่ทำเงินสูงๆ โดยในยุคนี้อาจกล่าวได้ว่า ออบเซสชั่น และ แบ็ครูมส์ คว้าตำแหน่งดังกล่าวของปี 2026 ไปเรียบร้อย 

เพราะหนังทั้ง 2 เรื่องที่แม้ใช้ทุนสร้างไม่มาก แต่ต่างก็สามารถโกยเงินมหาศาล โดยความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ได้มีที่มาจากการวางโครงเรื่อง และแผนการตลาดเท่านั้น แต่ยังมาจากการสะท้อนถึงความกลัวของ Gen Z ประชากรกลุ่มใหญ่ของยุคนี้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย    

สำหรับกลุ่ม Gen Z ชีวิตในโลกความเป็นจริงอาจไม่ต่างอะไรกับหนังสยองขวัญ เพราะโตในยุคที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เจอข่าวเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนบ่อยครั้ง และโรคระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลกในช่วงล็อกดาวน์ระหว่างปี 2020-2022 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหนังสยองขวัญสองเรื่องอย่าง ออบเซสชั่น และ แบ็ครูมส์ ถึงสามารถดึงดูดวัยรุ่นยุคนี้ให้ตีตั๋วเข้าโรงภาพยนตร์ได้อย่างถล่มทลาย เพราะมันคือพื้นที่ที่นักทำหนังเนรมิตความกลัวมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นที่กำลังรู้สึกเหมือนติดอยู่ในฝันร้ายของชีวิตจริง

ลอเรน คุก นักบำบัดและผู้เขียนหนังสือคู่มือรับมือความวิตกกังวลของคนรุ่นใหม่ กล่าวถึงรสนิยมการดูหนังหรือคอนเทนต์ของ Gen Z ว่า มันเปลี่ยนไป โดย พวกเขาชอบดูหนังที่ขุดลึกไปถึงประเด็นด้านมืดในชีวิตจริง มากกว่าแค่ฉากเลือดสาดสะใจ

แม้ว่าเรื่อง ออบเซสชั่น มีฉากนองเลือดอยู่บ้าง แต่หนังที่กำกับโดย เคอร์รี เบเกอร์  ยูทูบเบอร์วัย 26 ปีเรื่องนี้ กลับสอดแทรกประเด็นที่ลึกซึ้งกว่านั้น 

เช่น แนวคิดชายเป็นใหญ่สุดโต่งที่มองว่าผู้ชายกำลังถูกสังคมกดขี่ ต่อต้านเฟมินิสต์ และโหยหาค่านิยมแบบเดิม 

เช่นเดียวกับ แบ็ครูมส์ ผลงานของ เคน พาร์สันส์ ผู้กำกับดาวรุ่งกลุ่ม Gen Z อีกคน ที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์สุดหลอนบนยูทูบของตัวเอง ตัวหนังเล่าถึงเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่หลุดเข้าไปในมิติลี้ลับในร้านตัวเอง

ซึ่งสะท้อนประเด็นเรื่อง ความโดดเดี่ยว, บาดแผลในใจ และโอกาสในชีวิตที่จำกัด ซึ่งเป็นคำที่คน Gen Z คุ้นเคยเป็นอย่างดี

ลอเรน คุก เสริมว่า Gen Z ชอบความจริงใจในหนังสยองยุคใหม่ซึ่งกำกับโดยคนรุ่นเดียวกัน เพราะมันสะท้อนให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เคลือบน้ำตาลว่า

พวกเขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับความหดหู่ได้มากกว่าคนรุ่นก่อนๆ ที่มักจะพยายามซ่อนปัญหาแล้วฝืนยิ้ม จนอาจกล่าวได้ว่านี่คือจุดแข็งของ Gen Z 

หากมองย้อนไป วัยเด็กของ Gen Z เริ่มต้นด้วยวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 ตามมาด้วยตลาดแรงงานที่มืดมน ซึ่งตอนนี้ยิ่งดูแย่ลงไปอีกจากการถูกเอไอแย่งงานทั้งที่้เพิ่งเริ่มทำงาน  

นอกจากนี้ยังเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติ ต้องซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินหากมีคนร้ายบุกยิงในโรงเรียน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 

เคทลิน รูอาโน ครูมัธยมที่ก็เป็นทั้งคนกลุ่ม Gen Z และนักวิจารณ์ภาพยนตร์ อธิบายว่า ทุกยุคต่างมีหนังสยองขวัญที่สะท้อนภาพของยุคตัวเอง 

ยุค 70 เป็นยุคของหนังแนวไล่เชือด อย่าง เท็กซัส เชนซอว์ มาสซาเคอร์ และ ฮัลโลวีน ซึ่งมีที่มาจากภาพข่าวของเหตุฆาตกรรมสยองขวัญมากมายในช่วงนั้น

พอมายุค 80 และ 90 ก็มีหนังแนวลัทธิและความเชื่อลึกลับ อย่าง เดอะ คราฟต์ ที่ก็มาจากข่าวของกลุ่มลัทธิต่างๆ 

ต่อมาในยุค 2000 ถือเป็นยุคทองของหนังซอมบี้แนวแอ็กชัน สะท้อนภาพสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและบรรยากาศการทหารของสหรัฐฯ จึงเกิดมีหนังอย่าง เรสซิเดนต์ อีวิล และ ทเวนตี้เอต เดย์ส เลเทอร์ รวมถึง ดอว์น ออฟ เดอะ เดต ออกมา 

ส่วนในปัจจุบัน เป็นยุคของ Gen Z ที่ เน้นประเด็นทางสังคม ซึ่งหนังสยองขวัญยุคนี้ตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด ซึ่งก็สะท้อนออกมาผ่าน ออบเซสชั่น และ แบ็ครูมส์ นั่นเอง 

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยสตาทิสต้า ยืนยันว่า Gen Z เป็นกลุ่มช่วงอายุที่ดูหนังและซีรีส์สยองขวัญมากที่สุดถึง 91%

ส่วน เอเจนซีโฆษณาระดับโลกอย่างแดนสึ ระบุว่า ตัวเลขนี้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ โดยหนังผีกลายเป็นแนวโปรดอันดับ 3 ของ Gen Z รองจากแนวตลกและแอ็กชัน 

และปัจจุบันยอดขายตั๋วหนังในอเมริกาเหนือก็มาจากหนังสยองขวัญถึง 17% เพิ่มจากเมื่อสิบปีก่อนที่มีเพียง 4% เท่านั้น 

ความสำเร็จของแบ็ครูมส์ ส่งให้ เคน พาร์สันส์ กลายเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูดที่พารายการหนังขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงสุดสัปดาห์แรก

และเมื่อฉายมาได้ไม่นาน ก็ทำรายได้แตะ 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท)

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะหนังใช้ทุนสร้างเพียง 10 ล้านดอลลลาร์ (ประมาณ 327 ล้านบาท) เท่านั้น 

ส่วน ออบเซสชั่น ที่เปิดตัวในสัปดาห์เดียวกัน ทำรายได้ไปแล้ว 300 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างเพียง 750,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 27 ล้านบาท) เท่านั้น

ความสำเร็จของหนังทั้งสองเรื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมของ Gen Z ที่ชอบคอนเทนต์ที่ชวนตั้งคำถาม ให้ไปถกเถียงกันต่อบนโลกออนไลน์ 

เคทลิน รูอาโน กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เพราะ Gen Z มากับสื่อและการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น Gen Z เลยชอบวิเคราะห์สิ่งต่างๆ มากกว่าคนรุ่นก่อน

ชอบคิดซับคิดซ้อนกับทุกคอนเทนต์ที่เจอ เพราะโตมากับคลิปบทความวิเคราะห์เจาะลึกและคลิปสรุปประเด็นต่างๆ บนสื่อออนไลน์ 

เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า ความบันเทิงเพื่อการหลบหนีจากความจริง ของคนรุ่นนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งนี้ได้ทำให้หนัง โรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดในอดีตอย่าง ฮาว ทู ลูส อะ กาย อิน เท็น เดย์ ไม่สามารถทำให้ Gen Z มีความสุขได้อีกต่อไป 

เพราะโลกที่สดใสเกินจริงแบบนั้น มันดูตลกและตบตาเกินไปในโลกปัจจุบัน และเมื่อดูหนังหรือซีรีย์ประเภทนั้นจากยุค 90 หรือ 2000 ที่ตัวละครเรียนจบแล้วได้งานทำดีๆ ได้ฝึกงานในที่เจ๋งๆ ทันที มันทำให้รู้สึกหงุดหงิด

จนกลับไปคิดในใจว่า โลกยุคนั้นมันใช้ชีวิตง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? และมันช่างตรงข้ามกลับชีวิตในยุคนี้มากมายเหลือเกิน / cnn