เบื่อที่ต้องเห็น Labubu ห้อยกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองในปีที่ผ่านมาหรือยัง ในปีใหม่นี้ตำนานบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ลองจินตนาการว่าถ้าตุ๊กตาที่ห้อยกระเป๋าสามารถขยับตัว เอียงคอ แล้วส่งสายตาเว้าวอนคุณได้ จะรู้สึกแปลกใหม่หรือไม่

พื้นที่บนกระเป๋าในปี 2026 กำลังจะถูกแทนที่ด้วยตุ๊กตาห้อยกระเป๋า AI สุดล้ำสอดรับกับยุคสมัย ตุ๊กตาขนปุยน่ารักนี้มีชื่อว่า “Mirumi” สร้างขึ้นโดยบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Yukai Engineering ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ไลฟ์สไตล์ สิ่งนี้เรียกว่าชาร์มห้อยกระเป๋าหุ่นยนต์เอไอ เปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2025 สร้างเสียงฮือฮาอย่างมาก เพราะรูปลักษณ์ที่เหมือนตุ๊กตาอาร์ตทอยแต่สามารถขยับตัว แสดงสีหน้าได้ และแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ได้อย่างน่ารัก

Mirumi คืออะไร

คือชาร์มห้อยกระเป๋าหุ่นยนต์เอไอ แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะจริงจัง มองผิวเผินอาจเหมือนตุ๊กตาทั่วไป แต่หากลองเข้าไปใกล้ ๆ จะพบการเคลื่อนไหว ทั้งหันศีรษะไปมองตามเสียง ตอบสนองต่อการลูบหัวเพราะมีเซ็นเซอร์อยู่บนศีรษะ โดยจะแสดงปฏิกิริยาตอบโต้แบบน่ารักซึ่งจะถูกสุ่มเลือกโดยอัลกอริทึม เช่น ตื่นเต้น สงสัย หรือดีใจ แขนของหุ่นยนต์สามารถโอบรัดสายกระเป๋าได้เองอัตโนมัติ เป็นเหมือนเพื่อนตัวเล็ก ๆ ที่อยู่เคียงข้าง ฮีลใจคุณระหว่างวัน

ชื่อ “Mirumi” มาจากการผสมคำภาษาญี่ปุ่นสองคำคือ “Miru” (มอง) และ “Nuigurumi” (ตุ๊กตาผ้า)

ทำไมถึงกำลังเป็นกระแส

Mirumi ตอบโจทย์หลายเทรนด์พร้อมกัน ในญี่ปุ่นเชื่อว่าสิ่งน่ารักเท่ากับการเยียวยา ทั้งเป็นของฮีลใจ (Emotional Support Object) เป็นแฟชั่นไอเทมห้อยกระเป๋าที่สะท้อนตัวตนผู้ใช้

ในปีที่ผ่านมาเราอาจได้เห็นอาร์ตทอยตุ๊กตามาสคอตห้อยกระเป๋าทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับ 2026 ตุ๊กตาเหล่านั้นกระแสจะเริ่มเบาบางลง แล้วถูกแทนที่ด้วยไอเท็มใหม่ ๆ จะเป็นชาร์มห้อยกระเป๋า AI ก็ดี หรือชาร์มแบรนด์ลักชัวรีก็ดี

เทคโนโลยี

ความซับซ้อนของพฤติกรรมที่ดูเหมือนเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของ Mirumi แท้จริงแล้วถูกควบคุมโดยอัลกอริทึมพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท ระบบนี้จะช่วยเลือกการแสดงท่าทางที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อให้การตอบสนองของหุ่นยนต์ดูเป็นธรรมชาติ

เมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย Mirumi จะแสดงสีหน้าอ่อนเพลียด้วยการส่ายหัวช้า ๆ ราวกับเหนื่อยล้ามาทั้งวัน  เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าของพาไปชาร์จ โดยใช้สาย Type-C ทั่วไปได้ การใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ยังช่วยลดขยะจากแบตเตอรี่ใช้แล้วทิ้ง ลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์

เตรียมระบาดเกลื่อนเมืองใน 2026

Mirumi สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ของเล่นของสะสม เป็นสิ่งของที่ผูกพันทางอารมณ์ ไม่ต่างจากการเลี้ยง AI Pet

ราคาช่วงเปิดตัวในงาน CES 2025 เริ่มต้นที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,500 บาท แต่หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ราคาเริ่มต้นเพิ่มเป็น 4,000 – 6,000 บาท และมีตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้ว สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 4,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ สีเทา  สีชมพู และสีครีม 

รู้จักบริษัทผู้ผลิต สตาร์ทอัพกรุงโตเกียวผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ่นยนต์

Yukai Engineering คือบริษัทสตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จากญี่ปุ่นที่เน้นสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น มีชื่อเสียงจากหุ่นยนต์ที่เน้นอารมณ์และความรู้สึก เช่น หมอนหางแมว Qoobo, หมอนหุ่นยนต์ฝึกการหายใจ Fufuly, หุ่นยนต์แมวเป่าระบายความร้อนอาหารและเครื่องดื่ม Nékojita FuFu รูปภาพ04

มีรางวัลการันตีนวัตกรรมมากมาย อาทิ รางวัล GIZOMODO The Best Robots of CES 2025 สำหรับ Mirumi, รางวัล Best Innovations of 2025 จากนิตยสาร TIME สำหรับหุ่นยนต์ทำความเย็นเครื่องดื่ม

กระแสอาร์ตทอยต่อจากนี้

ในปี 2025 ที่ผ่านมา เราเห็นทั้ง Labubu, Fuggler, Monchhichi ตลอดจน Jellycat ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จากการขยายตัวของอิทธิพลวัฒนธรรมป๊อป ศิลปินคนดังและแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ได้เปลี่ยนอาร์ตทอยให้กลายเป็นศิลปะเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น แต่ในปีนี้กระแสเหล่านั้นอาจเดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว แล้วเบาบางลงในที่สุดจนถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่

เมื่อย้อนดูมูลค่าตลาดอาร์ตทอยทั่วโลกปี 2024 อยู่ที่ราว 2,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 90,000 ล้านบาท   และมีการคาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตไปถึง 7,210 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2033 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ประมาณ 10.8% แต่จากนี้การเติบโตจะลดลงตามกระแสหรือไม่

กระแสการประดับประดาของตกแต่งน่ารักบนกระเป๋าอาจไม่ใช่เทรนด์ใหม่อะไร ไม่ว่าจะยุค 90 หรือยุค 2000 ต่างก็เคยผ่านกันมาแล้ว เพียงแต่เทรนด์ปรับตามรสนิยมของคนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย  จากความนิยมที่ห้อยตุ๊กตาเริ่มจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ขยายสู่วงกว้าง เกิดเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ก้าวขึ้นมาเป็นกระแสหลัก  คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือชาร์ม AI เหล่านี้จะยืนระยะความนิยมได้ยาวนาน หรือเป็นเพียงแฟชั่นตามฤดูกาลที่ไม่นานก็หมดอายุ


อ้างอิง : Kickstar, Metastat, techcrunch, Dataintelo, theverge,techradar


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer