ในช่วงปีใหม่เช่นนี้ หลายคนกำลังมุ่งมั่นกับ New Year’s Resolutions ตั้งปณิธานสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชีวิต จะการลุกมาออกกำลังกายก็ดี อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ งดเหล้า เข้าวัดตั้งสติก็ดี แต่ปณิธานย่อมมาพร้อมความกดดัน

คนกำลังติดกับดักของคำว่า “ปีใหม่-เริ่มใหม่” ต้องวางแผนชีวิตใหม่

จริงอยู่ที่การลุกมาทำอะไรใหม่ ๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา

ปีใหม่ไม่ใช่ฉันคนใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะชีวิตเป็นเรื่องไม่คาดคิด ต่อให้วางแผนไว้ดิบดีแค่ไหนก็ใช่ว่าจะได้ดั่งใจไปเสียหมด

ช่วงเวลาที่ไม่ได้คาดคิดแต่เปลี่ยนชีวิตของเราไป คือสิ่งที่เรียกว่า “Serendipity”

คำว่า “Serendipity” ถูกอธิบายความหมายไว้อย่างน่าสนใจ ความหมายตามพจนานุกรมเคมบริดจ์ หมายถึง การเปิดรับสิ่งที่พบโดยบังเอิญ และยอมรับว่าสิ่งนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่กำลังมองหาอยู่

มันคือการค้นพบสิ่งที่มีค่าหรือน่าพึงใจโดยไม่ตั้งใจ เป็นความโชคดีที่บังเอิญค้นพบ และความลงตัวของโชคชะตา

เคยลองจินตนาการกันไหมว่า หากเราไม่ได้ทำสิ่งที่ทำอยู่นี้ แล้วเลือกไปทำอีกอย่าง ชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้จะต่างออกไปไหม อย่างเช่น หากเราไม่ได้ปฏิเสธงานนั้น ตอนนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร หรือหากเราไม่ได้ย้ายมาอยู่จังหวัดนี้ แล้วจะยังได้พบกับคู่ชีวิตคนนี้อยู่ไหม

เคยมีวิจัยประมาณการไว้ว่า คนในวัยผู้ใหญ่มีการตัดสินใจมากถึง 35,000 ครั้งต่อวัน ทั้งการตัดสินใจอย่างมีสติและการตัดสินใจผ่าน ๆ

การตัดสินใจที่เกิดไปแล้วล้วนแต่กำหนดชะตาชีวิตของเราทั้งสิ้น ทุกการตัดสินใจจะนำพาไปสู่เส้นทางที่ถูกตระเตรียมไว้ แม้จะเหมือนเป็นความบังเอิญ แต่แท้จริงแล้วอาจไม่มีความบังเอิญอยู่จริงหรอก

ความบังเอิญหรือโอกาสที่ถูกสร้างขึ้น

ความบังเอิญมีจริงหรือ? ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดสำหรับคำถามนี้ แต่ Serendipity อาจมิใช่เพียงโชคลางหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นผลจากการจัดวางฐานความคิดของเรา การค้นพบบางสิ่งบางอย่างนั้นอาจเกิดขึ้นจากการที่เรามีความคิดแรกเริ่มอยู่ก่อนแล้ว แต่บังเอิญพบกับสิ่งที่นอกเหนือจากความคาดหมายโดยไม่ตั้งใจ

ความบังเอิญมองเผิน ๆ แล้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องของโชคล้วน ๆ แต่นักจิตวิทยาโต้แย้งว่าความบังเอิญมีเหตุผลเบื้องหลัง คนที่เปิดรับประสบการณ์ใหม่มีแนวโน้มที่จะพบเจอเรื่องดี ๆ โดยบังเอิญมากกว่า เนื่องจากจะสังเกตเห็นความเชื่อมโยงและโอกาสต่าง ๆ ที่คนอื่นอาจมองข้ามไป

ความบังเอิญไม่ใช่แค่โชคแต่เป็นการผสมผสานระหว่างโอกาส ความตระหนักรู้ และการกระทำ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถูกที่ถูกเวลา

ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก

เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนสุ่มอาจส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในอนาคต แม้แต่การพบปะผู้คน การเลือกเส้นทางกลับบ้านที่ต่างออกไป หรือการอ่านบทความเพียงบทเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาลได้  เรียกว่าปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก คือการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตได้

หากมองดูแล้วสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกบางอย่างก็มาจากช่วงเวลาแห่งความบังเอิญ เช่น โพสต์อิท เกิดจากพนักงานบริษัท 3M พยายามสร้างกาวที่ติดทนแน่น แต่ดันได้กาวหลุดง่าย เลยใช้ทำกระดาษโน้ตแบบลอกออกได้ กลายเป็นจุดกำเนิดของกระดาษโน้ตโพสต์อิท

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จบางอย่างก็ไม่ได้เกิดจากการวางแผนเสมอไป บ่อยครั้งก็เกิดจากการเปิดรับสิ่งที่ไม่คาดคิด

ไม่ว่าตอนนี้ชีวิตคุณจะเดินมาถึงจุดไหน จงบอกตัวเองว่า ที่ผ่านมาคุณทำได้อย่างดีแล้ว ทั้งการเลือกมหาวิทยาลัย เลือกคณะ เลือกงานที่ใช่ เลือกคู่ครองที่ดี หากมันยังไม่เข้าที่เหลือเพียงแต่ต้องปล่อยให้เป็นไปตาม Flow

อีกนัยหนึ่ง Serendipity สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดติด ลองเปิดใจรับสิ่งที่ไม่คาดคิด  ยอมรับความไม่แน่นอน และมองเห็นโอกาสในขณะที่คนอื่นมองเห็นเพียงความบังเอิญดู

หากชีวิตของคุณตอนนี้พบเจอเรื่องไม่เป็นดั่งหวัง หรือเส้นทางชีวิตผิดไปจากที่คิด จงพูดกับตัวเองว่า “หากสิ่งนี้กำลังนำพาเราไปสู่สิ่งที่ไม่ธรรมดาล่ะ?”

อย่างน้อยก็ได้พบพาน อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้รู้จักสิ่งที่ไม่ควรรู้จัก

ถ้าไม่เป็นดั่งใจ ก็แค่บอกตัวเองไปว่า “โชคดีที่บังเอิญ” แล้วปล่อยวางความคิดของคุณลง


อ้างอิง : Cambridge, Researchgate, Dmexco, undsci, Sciencedirect


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer