เมื่อคนเหนื่อยกับความเพอร์เฟกต์ เบื่อหน่าย AI หมดอาลัยกับโลกคอนเทนต์อันฉาบฉวย ความคิดถึงยุคอนาล็อกแสนธรรมดาแต่สบายใจก็เริ่มขึ้น
ในยุคที่มี AI สุดล้ำ นวัตกรรมเปลี่ยนโลก สิ่งเก่า ๆ ที่เรียบง่าย ให้กลิ่นอายในอดีตกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง สะท้อนจากเทรนด์ใหญ่ในจีนตั้งแต่ปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่กำลังหลงใหลเทคโนโลยีแบบเรโทรและวิถีชีวิตแบบอนาล็อก จะมือถือฝาพับรับสายได้อย่างเดียวก็ดี หูฟังมีสายก็ดี ตลอดจนตลับเทปฟังเพลงของเด็ก 90s ก็ดี ล้วนสวนทางกับความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Y2K เพิ่งครอบงำวงการแฟชั่นไปไม่นาน ก็ลุกลามไปถึงวงการเทคโนโลยีและสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้งเครื่องเล่นซีดีแบบพกพา ทามาก็อตจิ โทรศัพท์ฝาพับ หูฟังมีสาย กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านกระแสการเชื่อมต่อดิจิทัลตลอดเวลา
เทรนด์นี้เป็นมากกว่าแค่กระแสชั่วคราว แต่คือการยอมรับการใช้ชีวิตแบบดิจิทัลอย่างพอเหมาะ ต้องยอมรับว่าในโลกที่ข่าวสารอยู่เพียงแค่ปลายนิ้ว คอนเทนต์ในโลกออนไลน์ก็วนลูปอยู่กับแค่ความสำเร็จ คนมีไฟ การแข่งขัน จนคนรู้สึกกดดัน รู้ตัวอีกทีก็หมดพลังแรงใจ
นั่นทำให้ Gen Z ประสบปัญหาด้านสุขภาพจิตกันมาก กระตุ้นให้คนมองหาทางลดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลง
โทรศัพท์ฝาพับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยลดการแจ้งเตือนของไลน์ ไม่มีเสียงข้อความให้วุ่นวายใจ หรือจะเป็นหูฟังแบบมีสายช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการจับคู่บลูทูธ ตลอดจนกล้องดิจิทัลที่ถ่ายออกมาฟุ้ง ๆ หม่น ๆ เหมือนงานศิลปะ ช่วยปรับไวบ์รูปให้น่าค้นหา สิ่งเหล่านี้ช่วยพาเรากลับคืนสู่ความเรียบง่ายในจังหวะชีวิตที่ช้าลง
ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
จีนคือประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ประชากร Gen Z ของจีนกลับเป็นผู้นำเทรนด์อนาล็อกนี้ คนหันมาใช้เทคโนโลยีแบบเรโทร ลดการท่องโลกออนไลน์ จนนำไปสู่กระแสหลัก(Main Stream)
บนเว็บไซต์ Xiaohongshu คำว่าหูฟังแบบมีสาย (有线耳机) มียอดค้นหา 215.6 ล้านครั้ง ขณะที่โทรศัพท์ฝาพับ (翻盖手机) มียอดเข้าชม 134.3 ล้านครั้ง และเทคโนโลยีแบบเก่ายุคต้น 2000 มียอดเข้าชมสูงถึง 2,400 ล้านครั้ง
ส่วนหนึ่งของเทรนด์มาจากอิทธิพลไอดอลคนดัง เช่น Jennie, Rose Blackpink ใช้หูฟังแบบมีสายเป็นประจำ แร็ปเปอร์ Central Cee ก็ใช้หูฟังมีสายในงาน Paris Fashion Week เช่นกัน
คนรุ่น Gen Alpha และ Gen Z เกิดมาพร้อมยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จึงใช้ชีวิตออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะเหนื่อยล้าจากหน้าจอ สำหรับ Gen Z โทรศัพท์ที่ต้องเปิดฝา การแกะสายหูฟังพันกันไม่ใช่เรื่องล้าหลัง แต่เป็นสิ่งใหม่ที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
โทรศัพท์พับมูลค่าตลาดหมื่นล้าน
กระแสความนิยมนี้ได้กระตุ้นให้อุปกรณ์เทคโนโลยีรุ่นเก่ากลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ยอดขาย
ฟีเจอร์โฟน (Feature Phones) หรือโทรศัพท์แบบธรรมดาที่มีฟังก์ชันพื้นฐานอย่างการโทร ส่งข้อความ และไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ในปี 2025 ตลาดโทรศัพท์ฝาพับ (Flip Phone) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรวมมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ทั่วโลก ในปี 2024 มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะสูงถึงกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการลดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ผู้เล่นหลักในตลาดนี้คือ Samsung, Motorola, Huawei, Xiaomi, Nokia(Nokia 2780 Flip) และ Google (Pixel Fold)
อย่างไรก็ดี โทรศัพท์พับได้ยังคงอยู่ในกลุ่ม Niche Market มีส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มใหญ่เพียง 1-2% เท่านั้น แต่การใช้งานกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะจีน
แบรนด์กำลังหากำไรจากความคิดถึง
หลายแบรนด์กำลังปรับตัวเข้ากับเทรนด์นี้เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ อย่างเช่น บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน Tin Can
ได้เปิดตัว โทรศัพท์บ้านมีสาย แบบย้อนยุคที่ออกแบบมาสำหรับเด็กไว้โทรหากันโดยไม่ต้องใช้โซเชียลมีเดีย ในประเทศจีนคาเฟ่ตามหัวเมืองใหญ่เริ่มจัดโซน “ปลอดโทรศัพท์มือถือ” เพื่อให้คนดีท็อกซ์โซเชียล
สไตล์เก่า ๆ = แฟชั่น
การใช้เทคโนโลยีเก่าไม่ได้ช่วยลดการเสพติดโซเชียลได้อย่างเดียว แต่ยังทำให้คุณดูโดดเด่น แตกต่าง และนำเทรนด์ ซึ่งกลายเป็นแฟชั่นของเด็ก Gen Z ไปแล้ว
ใน Fashion Week ยังได้เห็นนางแบบเดินบนรันเวย์โดยสวมหูฟังแบบมีสาย ในปี 2024 Chanel ก็ได้เปิดตัวนาฬิกา Première Sound Watch นาฬิกาและสร้อยคอพร้อมหูฟังแบบมีสายในตัวราคาประมาณ 16,400 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 5 แสนบาท รูปภาพ8
อีกหนึ่งไอเท็มคือกล้องดิจิทัล Nikkei Asia รายงานว่ายอดการจัดส่งกล้องดิจิทัลของจีนปี 2025 เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแตะระดับ 1.9 ล้านเครื่อง ปัจจุบันจีนครองส่วนแบ่ง 28% ของมูลค่าการจัดส่งกล้องดิจิทัลทั่วโลก การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้มาจากความไม่พอใจกับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนที่มีการปรับแต่งมากเกินไป รูปภาพ9
สิ่งหนึ่งที่เห็นจากกระแสนี้คือ “เทรนด์” มีวัฏจักรเป็นวงกลม ต่อให้โลกจะวิวัฒนาการไปมากขนาดไหน สุดท้ายคำว่าเทรนด์มักจะวนกลับมาที่มุมเดิม ๆ ถูกเล่าซ้ำ ทำซ้ำ แล้วนิยามว่าเป็นกระแสที่คุณไม่ควรพลาด ดังนั้นแล้ว จงรู้เท่าทันเทรนด์ ไม่วิ่งตามจนขาดสติ เพื่อลดการบริโภคเกินจำเป็นอันจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต
อ้างอิง : Chanel, hubofchina, nikkei, RADII, mordorintelligence, grandviewresearch, Forbes, Jingdaily, dailymail



