เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (BJL) ในเครือบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี ประกาศร่วมทุนกับ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ เพื่อยกระดับซัพพลายเชนทางการแพทย์ของไทยให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์และการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาค

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวเป็นการผสานเครือข่ายด้านสุขภาพและความเข้าใจบริบทตลาดในประเทศของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล โดยแต่งตั้ง คุณเคนนี่ ไท ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมทีมพนักงานรวมกว่า 2,500 คน เพื่อเร่งเสริมขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์สำหรับเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ต้องการมาตรฐานการจัดการสูง

บริษัทร่วมทุนจะมุ่งพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์แบบครบวงจร ครอบคลุมคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิหลายระดับ ระบบ Cold Chain มาตรฐาน GDP และระบบติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.45 แสนล้านบาทภายในปี 2573

คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในธุรกิจโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องประสิทธิภาพการขนส่ง แต่เป็นการสร้างโซลูชันที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเข้าใจเชิงลึกด้านการแพทย์ เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรสูงวัยและการขยายตัวของอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะยาว

ด้าน คุณเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน มองว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในช่วงเวลานี้เป็นการวางรากฐานซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ของประเทศให้พร้อมรองรับการเติบโตที่รวดเร็ว โดยมุ่งลงทุนในระบบอัตโนมัติ บุคลากรเฉพาะทาง และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยง และยกระดับการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ของคนไทยทั่วประเทศ

ขณะที่ คุณสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย ชี้ว่า อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์กำลังเผชิญความซับซ้อนมากขึ้นจากสังคมผู้สูงอายุ เวชศาสตร์เฉพาะบุคคล และกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ที่สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ โดยบริษัทร่วมทุนนี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การร่วมทุนครั้งนี้จึงสะท้อนมากกว่าการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ แต่เป็นการวางโครงสร้างซัพพลายเชนด้านสุขภาพในระยะยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของระบบสาธารณสุขไทยในระดับภูมิภาค