20 มกราคม – วันคนรักชีส (National Cheese Lovers Day) หากย้อนกลับไปราวสิบปีก่อน สำหรับผู้บริโภคในไทย ‘ชีสและเนย’ อาจถูกมองว่าเป็นเพียงส่วนประกอบในเมนูอาหารตะวันตกหรือเบเกอรี แต่ในวันนี้ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จากนมกลุ่มนี้เปลี่ยนไปแล้ว ในปี 2026 ชีสและเนยมีมูลค่าตลาดรวมกันขยายตัวแตะหนึ่งหมื่นล้านบาท
อ้างอิง บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำธุรกิจผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าชีสและเนย ประเมินว่าตลาดชีสและเนยในไทย กลับมาเติบโตต่อเนื่องหลังผ่านพ้นช่วงวิกฤตโรคระบาด โดยสามารถรักษาอัตราการเติบโตอยู่ในระดับ 7-9% ต่อปี
| National Cheese Lovers Day
ตลาดชีสและเนยในไทย โตแตะหมื่นล้าน |
||
| ปี ค.ศ. | มูลค่าตลาดชีสในไทย | มูลค่าตลาดเนยในไทย |
| 2022 | 4,575 | 2,949 |
| 2023 | 4,924 | 3,200 |
| 2024 | 5,292 | 3,440 |
| 2025 | 5,689 | 3,698 |
| 2026 (คาดการณ์) | 6,116 | 3,975 |
| หน่วย : ล้านบาท | ||
| ที่มา : KCG, 2025 | ||
หากเราลองมองปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของตลาดชีสและเนย
ตลาดชีส ส่วนสำคัญมาจากการไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมนูอาหารตะวันตก เช่น พิซซ่า, ซีซาร์สลัด, พาสต้า หรือขนมหวานอย่างชีสเค้ก แต่ได้ขยายตัวไปยังเมนูอาหารที่อยู่ในกระแสความต้องการสูง เช่น ชาบูชีส, ปิ้งย่างชีส, ไก่ทอดชีส, ชีสบอล หรือแม้กระทั่งสตรีทฟู้ดอย่างหมูปิ้งชีส ซึ่งการนำชีสมาฟิวชั่นกับเมนูอาหารคาวที่ผู้บริโภคนิยมทาน ทำให้ชีสสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น
ทั้งพฤติกรรมของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคสายสุขภาพ เริ่มมองหาชีสที่มีโปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ ตลอดจนนิยมทานชีสหลากหลายชนิด ส่งเสริมให้ชีสเกรดพรีเมียมมียอดขายที่สูงขึ้น
ด้านการเติบโตของ ตลาดเนย สอดคล้องไปตามการเติบโตของตลาดขนมปังและเบเกอรี มูลค่าตลาดราว 46,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้เนยในฐานะวัตถุดิบพื้นฐานจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ทั้งการที่ร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ นิยมใช้เนยแท้หรือเนยนำเข้าที่มีคุณภาพในกลุ่มเบเกอรี เพื่อสร้างตำแหน่งเมนูขนมปังหรือเค้กให้มีความพรีเมียม ซึ่งการใช้เนยเกรดสูง ทำให้มูลค่าตลาดเนยยิ่งเติบโต เพราะมีราคาต่อหน่วยสูงกว่าเนยทั่วไป 2-3 เท่า
ส่วนพฤติกรรมการทำขนมกินเองที่บ้าน ก็ส่งผลให้ยอดขายเนยในร้านค้าปลีกเติบโตควบคู่ไปกับภาคการผลิตและการนำเข้า ทั้งบนชั้นวางสินค้า เราจะเริ่มเห็นเนยที่ไม่ใช่แค่เนยจืดหรือเนยเค็ม แต่มีอย่างเช่น เนยผสมเห็ดทรัฟเฟิล, เนยหวานรสผลไม้ เข้ามาเป็นทางเลือกในการสร้างสรรค์มื้ออาหารของเราให้พิเศษมากขึ้น
ขณะที่การเติบโตของตลาดชีสและเนยโลก พบว่าสอดคล้องกันกับการเติบโตของตลาดไทย โดยมีอัตราขยายตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยราว 5-7% ต่อปี
จากข้อมูลของ Statista พบว่า
ปี 2023 ตลาดชีสโลกมีมูลค่า 88.42 พันล้านดอลลาร์ (3.12 ล้านล้านบาท)
ปี 2024 มูลค่า 92.36 พันล้านดอลลาร์ (3.26 ล้านล้านบาท)
ปี 2025 มูลค่า 96.65 พันล้านดอลลาร์ (3.41 ล้านล้านบาท)
ส่วนตลาดเนยโลก
ปี 2023 มูลค่า 46.51 พันล้านดอลลาร์ (1.64 ล้านล้านบาท)
ปี 2024 มูลค่า 49.88 พันล้านดอลลาร์ (1.76 ล้านล้านบาท)
ปี 2025 มูลค่า 53.51 พันล้านดอลลาร์ (1.89 ล้านล้านบาท)
