ปี 2568 เป็นปีแรกที่ร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนลดลงจาก 5,916 ร้าน เหลือ 5,781 ร้าน (ข้อมูลจาก JETRO) ตัวเลขนี้อาจเป็นสัญญาณที่บอกถึงความอิ่มตัวของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น แต่สำหรับแบรนด์ที่ชื่อว่า Shichi กลับยังตั้งเป้าที่จะเติบโตต่อไปได้
ย้อนกลับไป 9 ปีที่แล้ว บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งในขณะนั้นยังถูกมองว่าเป็นย่านที่พักอาศัยที่ห่างไกลจากย่านใจกลางธุรกิจหรือ CBD แต่กลับมีร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมตั้งอยู่ แถมยังเป็นร้านที่เรียกได้ว่ามีคิวแน่นแทบทุกเย็น ร้านนั้นคือ Shichi Japanese Restaurant ที่ในวันนี้ได้มาเปิดสาขาที่ 5 แล้วบนถนนสาทร “Shichi Sathorn” ณ Supalai Icon Sathorn
ความหมายของชื่อ Shichi ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เลข 7” ซึ่งเป็นเลขมงคลที่สื่อถึงความโชคดีและการเฉลิมฉลอง และแบรนด์เลือกใช้ชื่อ “ชิชิ” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ซูชิ” และสะท้อนตัวตนของร้านอาหารญี่ปุ่น
โดยมีเมนู Signature ที่ขายดีถึง 2,000 จานต่อเดือน อย่าง Shichi Roll โรลแซลมอนซอสเมนไทโกะ ไปจนถึงซาชิมิและซูชิพรีเมียมที่เน้นการแล่ปลาอย่างประณีต
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Shichi ยังคงรักษามาตรฐานและขยายตัวท่ามกลางการแข่งขันที่สูงลิ่ว มาจากหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น
-
การนำเข้าวัตถุดิบด้วยตัวเอง โดยนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรงถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้สัมผัสกับความสดใหม่
-
เน้นการบริการที่สม่ำเสมอและให้ความเป็นส่วนตัวสูง โดยทุกสาขาที่เปิดจะมีการจัดสรรห้องส่วนตัว (Private Room) ไว้รองรับลูกค้ากลุ่มครอบครัวหรือการคุยธุรกิจ
-
การปรับแต่งรสชาติอาหารให้เข้ากับรสนิยมของคนไทย (Localization) โดยเฉพาะการปรับบาลานซ์ให้มีความกลมกล่อมและรสติดหวานนิด ๆ ทำให้ถูกปากทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ในด้านธุรกิจ ในปี 2025 ที่ผ่านมา แบรนด์ทำรายได้ไปราว 300 ล้านบาท พร้อมกับเป้ากหมายที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
การมุ่งสู่ตลาดทุนนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมทุนเพื่อขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพ และยังเป็นการพัฒนาระบบหลังบ้านให้มีมาตรฐานระดับมหาชน
เป็นเรื่องที่น่าติดตามว่า ท่ามกลางจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลดน้อยลง Shichi จะสามารถรักษามาตรฐานความพรีเมียมและขยายอาณาจักรไปได้ไกลเพียงใด
