ภาพของเพนกวินตัวหนึ่งที่เดินมากับฝูง แต่จู่ ๆ ก็หยุดเดิน แล้วหันไปมองเพื่อน ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวเดินแยกไปอีกเส้นทาง มุ่งหน้าสู่เทือกเขาอันหนาวเหน็บเพียงลำพังโดยไม่หันกลับมามองฝูงของมันอีก มันค่อย ๆ ห่างออกไป และไกลออกไปอย่างเดียวดาย
ซีนสะเทือนใจที่ใครได้ชมก็ต้องตกตะกอนความคิดเกี่ยวกับชีวิตหลายอย่าง
ที่มาคลิปเพนกวินเดินโดดเดี่ยว
แม้เป็นซีนในภาพยนตร์สารคดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่มันกลับกำลังได้รับการพูดถึงใน 2-3 วันมานี้อย่างมาก มาจากสารคดีเรื่อง Encounters at the End of the World ปี 2007 โดยผู้กำกับชาวเยอรมัน นามว่า Werner Herzog
ฉากนั้นนกเพนกวินอะเดลีตัวหนึ่งได้เดินออกจากฝูงของมันอย่างกระทันหัน แล้วมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 70 กิโลเมตรจากชายฝั่งเพียงลำพัง ทั้งที่หากมันเดินต่อไปกับฝูงจะไปยังมหาสมุทรอันเป็นที่ที่มันควรจะอยู่
จังหวะที่มันหยุดแล้วเลือกเดินออกจากฝูงไปสร้างเส้นทางใหม่ของตัวเอง แม้ต้องก้าวต่อไปอย่างลำพังก็ตาม ซีนนั้นได้สร้างอิมแพ็คในหัวใจผู้ชมให้นึกสะท้อนถึงชีวิตตนเอง
การแยกตัวของเพนกวินไปยังเส้นทางที่มันเลือกเอง เหมือนเป็นการประกาศกร้าวถึงการยืนหยัดเพื่อตัวเอง
ภาพนี้ได้สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลมีเดีย ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบน Instagram, X (เดิมคือ Twitter), Tiktok และ YouTube Shorts กลายเป็นมีมไวรัลในโลกอินเทอร์เน็ต
ผู้ใช้โซเชียลมีเดียตั้งชื่อให้มันว่า “นกเพนกวินนิฮิลิสต์” (Penguin Nihilist) และเอาไปใช้เป็นมีมที่เป็นสัญลักษณ์ของ
- คนที่กำลังรู้สึกหลงทางในชีวิต
- อยากละทิ้งความคาดหวัง
- ความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณ
- คนที่หมดไฟ
- การลาออกอย่างเงียบ ๆ
ทำไมถึงกลายเป็นไวรัล
คำว่า “เพนกวินนิฮิลิสต์” (Penguin Nihilist) สอดคล้องกับความวิตกกังวลของคนในยุคปัจจุบัน และความปรารถนาที่จะหลีกหนีจากแรงกดดันทางสังคม
เพนกวินได้ก้าวเดินด้วยท่าทีดูตั้งใจ สงบ และแฝงไปด้วยปรัชญาแบบบอกไม่ถูก ราวกับว่ามันได้ทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลังแล้วเดินจากไป
ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วม สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวการเดินทางเพียงลำพังของเพนกวินกับชีวิตของตนเอง ที่บางทีจำต้องเลือกเส้นทางอันโดดเดี่ยวเพราะไม่มีใครสามารถไปกับเราได้ ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลก
อย่างไรก็ดี เพนกวินตัวนี้เพียงกำลังทำตามสัญชาตญาณของมัน แต่โลกอินเทอร์เน็ตวาดเสริมเติมแต่งให้กลายเป็นสัญญะ(Sign) ของอารมณ์สมัยใหม่
ความจริงอันน่าเศร้าเบื้องหลังไวรัลดัง
ผู้เชี่ยวชาญในสารคดี รวมถึง ดร. เดวิด เอนลีย์ นักวิจัยนกเพนกวิน อธิบายว่า เพนกวินกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในใจกลางทวีป มันจะต้องเผชิญกับการเสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะโดยปกติเพนกวินต้องอาศัยอยู่ใกล้ทะเลเพื่อหาอาหารและความปลอดภัย แต่การที่มันกำลังเดินทางเพียงลำพังไปยังที่ที่ไม่มีทะเล ไม่มีอาหาร มีเพียงน้ำแข็ง หิมะ และภูเขาอยู่เบื้องหน้า แต่แม้ว่าจะถูกส่งกลับไปยังฝูง ก็มีแนวโน้มที่จะเดินซ้ำรอยเดิมอีก
นักวิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่า พฤติกรรมนี้อาจเกิดจากการสับสนทิศทาง การเจ็บป่วย หรือความผิดพลาดด้านสัญชาตญาณของเพนกวินตัวนี้ พฤติกรรมนี้พบได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหมู่เพนกวิน
นกเพนกวินเป็นสัตว์สังคม ฝูงของพวกมันให้ความอบอุ่น การปกป้องจากผู้ล่า และวงจรการผสมพันธุ์และการหาอาหารที่ประสานกัน เมื่อนกเพนกวินตัวใดได้รับบาดเจ็บสาหัส ป่วย แก่ หรืออ่อนแอ มันอาจจะหลุดออกจากจังหวะการเคลื่อนฝูง
ดังนั้น การเดินออกจากฝูงอาจเป็นไปได้ทั้งหลีกเลี่ยงการแข่งขันเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรที่มันไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป บางครั้งมาจากความเครียดที่เพิ่มสูงเมื่อถูกบังคับให้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มันรับมือไม่ไหวอีกต่อไป
สัตว์ที่ตระหนักว่าเมื่อใดที่พวกมันไม่เข้ากับระบบอีกต่อไป มักจะจากไปอย่างเงียบๆ
“การเดินอย่างโดดเดี่ยว” จึงเป็นการยอมรับข้อจำกัดของชีวิตที่เหลืออยู่อย่างเงียบ ๆ บางครั้งมันอาจคิดว่าการอยู่รอดหมายถึงการถอยห่างออกมามากกว่าการดิ้นรนต่อไป เป็นการตระหนักรู้ทางชีววิทยาหล่อหลอมโดยวิวัฒนาการนับล้านปี
ลุกลามไปถึงการเมือง
กระแสนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษหลังจากทำเนียบขาวโพสต์ภาพที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินกับนกเพนกวินมุ่งหน้าไปยังกรีนแลนด์ ในภาพนกเพนกวินถือธงชาติสหรัฐฯ ขณะที่ภูเขาแสดงธงชาติกรีนแลนด์ พร้อมคำบรรยายว่า “โอบกอดนกเพนกวิน”
อย่างไรก็ตาม หลังจากภาพนั้นถูกปล่อยออกมา ทำเนียบขาวถูกล้อเลียนอย่างหนักเพราะความจริงกรีนแลนด์ไม่มีนกเพนกวิน มันพบได้เพียงในซีกโลกใต้ โดยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา ในขณะที่กรีนแลนด์อยู่ซีกโลกเหนือ
อ้างอิง : economictimes, NDTV, Tiktok, republic


