จากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแกว่งแรง กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่ทำการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับจีน คู่ค้าหลักของอาเซียนและไทยในปัจจุบัน ทำให้หลายธุรกิจเริ่มมองหาสกุลเงินทางเลือกที่ช่วยควบคุมต้นทุนได้ชัดเจนกว่า
แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF จะปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ดีขึ้นเป็น 2.4% แต่ภาพรวมยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากประเด็นภาษีของสหรัฐฯ และความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐที่เมื่อเทียบกับเงินบาทมีความผันผวนสูงถึง 9% ขณะที่ค่าเงินหยวนผันผวนเพียงราว 3% เท่านั้น
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยอาเซียนเติบโตที่ 4.2% จีนเติบโต 4.5% และยังมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโต 1.6% ในปี 2026 ทำให้การค้ากับจีนยังเป็นโอกาสสำคัญของภาคธุรกิจไทย
คุณศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) มองว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังดูแข็งแกร่ง แต่เริ่มเห็นสัญญาณอ่อนแรงมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากโครงสร้างการค้าโลกและนโยบายการค้าที่ยังไม่นิ่ง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองเรื่องการบริหารความเสี่ยงด้านการเงินอย่างจริงจังมากขึ้น
“การเปิดบริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน ไม่ใช่แค่การเพิ่มบริการใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมเครื่องมือให้ผู้ประกอบการไทยสามารถรับมือกับความผันผวน และปรับตัวได้ในระยะยาว” คุณศรัณย์กล่าว
ข้อมูลของทีทีบีสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของภาคธุรกิจอย่างชัดเจน โดยลูกค้าธุรกิจที่หันมาใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศเติบโตขึ้นกว่า 20% หลังผู้ประกอบการเริ่มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนในปี 2026 ขยายตัวสูงถึง 26.7% และกลุ่ม SME มีสัดส่วนการนำเข้าจากจีนสูงถึง 46.7%
คุณบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ (ทีทีบี) ระบุว่า ภายใต้สภาพแวดล้อมการค้าที่เปลี่ยนเร็ว หากผู้ประกอบการไม่มีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME
“ค่าเงินที่ผันผวนสูงทำให้การวางแผนต้นทุนยากขึ้น การใช้เงินหยวนซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่า จึงช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นต้นทุนชัดเจน และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น” คุณบุษรัตน์กล่าว
จากโจทย์ดังกล่าว ทีทีบีจึงเปิดตัว บริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวนสำหรับลูกค้านิติบุคคล โดยไม่กำหนดขั้นต่ำในการโอน และคิดค่าธรรมเนียมเพียง 300 บาทต่อรายการ (จากปกติค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1,200 บาทต่อรายการ) ช่วยให้คู่ค้าจีนได้รับเงินครบเต็มจำนวน และลดภาระการโอนเผื่อส่วนต่างของผู้ประกอบการ
นอกจากบริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน ทีทีบียังมีโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการค้ากับจีนโดยเฉพาะ ตั้งแต่บัญชีบริหารหลายสกุลเงินอย่าง ttb multi-currency account (MCA) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการถือและบริหารเงินได้หลายสกุลในบัญชีเดียว รองรับทั้งเงินบาทและเงินหยวน ไปจนถึงบริการ Trade Finance ที่รองรับการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศทั้งสกุลเงินหลักและสกุลเงินท้องถิ่น รวมถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงล่วงหน้าในอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวน ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นต้นทุนล่วงหน้าและวางแผนการเงินได้แม่นยำมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทีทีบียังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบโอนเงินหยวนสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้เงินหยวนในการค้าของลูกค้าจากราว 20% ในปัจจุบัน เป็น 30–40% ภายในปี 2026 เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME บริหารต้นทุนและความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


