สำหรับชาวเกาหลีใต้ กอล์ฟไม่ใช่เพียงแค่กีฬา แต่เป็นสิ่งบ่งบอกสถานะทางสังคม และสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จมาอย่างยาวนาน และในปัจจุบันสนามกอล์ฟก็ยังคงเป็นสถานที่เจรจาธุรกิจและรันเวย์แฟชั่นของชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่
ทว่าด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ในประเทศที่ทำให้การจองสนาม (Tee time) ลำบาก และค่าฟีที่พุ่งสูง คอกอล์ฟเกาหลีจึงนิยมบินไปตีกอล์ฟในต่างประเทศกันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีฐานะดี

อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 และอาจต่อเนื่องถึงปีนี้ด้วย เทรนด์ทัวร์กอล์ฟของชาวเกาหลีใต้ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อกวางโจว เมืองใหญ่ทางภาคใต้ของจีน ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ แซงหน้าคู่แข่งไทยและญี่ปุ่น ที่เคยเป็นอันดับต้นๆ ของคอกอล์ฟชาวเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กวางโจวกลายเป็นผู้ชนะในศึกนี้ คือวิกฤตความเชื่อมั่น โดยสำหรับไทย เดิมทีเคยเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมจากค่าใช้จ่ายที่ถูก แต่เพราะความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับกัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
ประกอบกับข่าวคราวเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ (จากสแกมเมอร์) บริเวณพื้นที่พรมแดนติดกับกัมพูชา และปัญหาการประกันภัยการเดินทางที่ไม่ครอบคลุมในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้สถิตินักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ในไทยช่วงปี 2568 หดตัวลงถึง 17.70% ทำให้ทัวร์กอล์ฟเกาหลีใต้ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระดับสูงสุดจึงเริ่มโบกมือลาสนามกอล์ฟในไทยที่เคยคุ้นเคย
อีกประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทัวร์กอล์ฟเกาหลีใต้แห่ไปจีนคือ ญี่ปุ่น โดยในอดีตญี่ปุ่นเคยครองอันดับ 1 มายาวนาน ก็เริ่มเผชิญขาลง จากค่าใช้จ่ายที่แพง และปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) จนเป็นข่าวน่าตกใจไปทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งเมื่อรวมกับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่กลับมาแน่นแฟ้นมากที่สุดในรอบหลายปี หลังจีน-ญี่ปุ่นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและการที่รัฐบาลจีนรุกหนักด้วยนโยบาย “ฟรีวีซ่า 30 วัน” จีนจึงขึ้นมาเป็นที่หมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ซึ่งแน่นอนว่าในจำนวนนี้มีทัวร์กอล์ฟอยู่ไม่น้อย

ข้อมูลจากสื่อจีนและบริษัทจัดทัวร์ให้คอกอล์ฟชาวเกาหลีใต้ระบุตรงกันว่า ยอดจองทัวร์กอล์ฟเกาหลีใต้ไปจีนพุ่งสูงขึ้นกว่า 300% ซึ่งกวางโจวเป็นเป้าหมายหลักถึง 80% ของยอดจองทั้งหมด เช่นที่สนาม Holiday Islands Golf Club มีนักกอล์ฟเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึง 81%
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากแค่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศและการที่พิษความขัดแย้งเข้าทางเท่านั้น แต่กวางโจวยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “Quick & Quality” ได้ดีกว่าไทยและญี่ปุ่น ด้วยระยะทางบินเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียมที่อยู่ห่างสนามบินไม่เกิน 40 นาที
นี่ทำให้ชาวเกาหลีใต้สามารถลงเครื่องบินแล้วไป “ทีออฟ” ได้ทันทีโดยไม่ต้องเผชิญกับรถติดเช่นในกรณีของไทย หรือความวุ่นวายในสนามกอล์ฟที่แออัดเกินไป และการต้องฝ่าทัพนักท่องเที่ยวเช่นในกรณีของญี่ปุ่น
ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ความปลอดภัย เสถียรภาพ และสถานการณ์ในประเทศนั้นสำคัญมาก โดยท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนของไทย-กัมพูชา และรอยร้าวระหว่างจีน-ญี่ปุ่น กวางโจวจึงได้ใช้จังหวะนี้ปรับภาพลักษณ์จากเมืองอุตสาหกรรมสู่ “สวรรค์ทัวร์กอล์ฟ” ที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย ซึ่งก็ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวจีนในภาพรวมไปด้วย
หากไทยและญี่ปุ่นยังไม่สามารถกู้คืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและแก้ปัญหาความหนาแน่นในสนามได้ กวางโจวจะไม่ใช่แค่ทางเลือกสำรองอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นที่หมายหลักซึ่งต้องปักหมุดไปของทัวร์กอล์ฟเกาหลีใต้ในอนาคต / koreatimes
