การแข่งขันในตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มตอนนี้ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องเมนูหรือราคาอีกต่อไป แต่ขยับมาสู่การออกแบบประสบการณ์ให้คนใช้เวลาน้อยลงและเลือกได้ครบมากขึ้นในครั้งเดียว
ล่าสุด กาแฟพันธุ์ไทย และซับเวย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเปิดร้านรูปแบบ Hybrid Store หรือการนำ 2 แบรนด์มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าซื้อทั้งเครื่องดื่มและอาหารได้ในจุดเดียว โดยเริ่มสาขาแรกที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และมีแผนขยายสาขาในรูปแบบนี้รวม 15 แห่งภายในปี 2569
ถ้ามองให้เข้าใจง่าย โมเดลนี้คือการจับ “ร้านกาแฟ” กับ “ร้านอาหารจานด่วน” มาเติมเต็มกัน พันธุ์ไทยมีฐานลูกค้าฝั่งเครื่องดื่มอยู่แล้ว ส่วนซับเวย์มีจุดแข็งเรื่องอาหารอย่างแซนด์วิช เมื่ออยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียว ก็มีโอกาสทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเดินหาร้านแยก และตอบโจทย์ทั้งมื้อเช้า มื้อเที่ยง หรือช่วงเร่งรีบระหว่างวันได้พร้อมกัน
ทังพันธุ์ไทยและซับเวย์คาดว่าโมเดลนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้านมากกว่า 20% และเพิ่มยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลมากกว่า 25% โดยตั้งเป้าผลักดันยอดขายเติบโต 30% จากการขยายสาขาแบบแพ็กคู่ในทำเลที่มีคนใช้งานหนาแน่น โดยเฉพาะย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ

ในมุมธุรกิจ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่าร้านอาหารและเครื่องดื่มกำลังหาวิธีโตผ่าน “การแชร์พื้นที่” และ “การแชร์ลูกค้า” มากขึ้น แทนที่จะต่างคนต่างเปิดสาขาและแข่งขันกันตรง ๆ เพราะยิ่งคนเมืองต้องการความเร็วและความสะดวกมากเท่าไร ร้านที่รวมหลายความต้องการไว้ในที่เดียวก็ยิ่งมีโอกาสดึงคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือ โมเดลแบบนี้ไม่ได้หวังแค่เพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิม แต่ยังหวังให้ลูกค้าของแต่ละแบรนด์ลองอีกแบรนด์ไปพร้อมกัน เช่น คนที่ตั้งใจมาซื้อกาแฟ อาจตัดสินใจซื้อแซนด์วิชเพิ่ม ขณะที่ลูกค้าซับเวย์ก็อาจซื้อเครื่องดื่มจากพันธุ์ไทยกลับไปด้วย เท่ากับเป็นการขยายฐานลูกค้าร่วมกันในทางปฏิบัติ
นอกจากนี้ ทั้งสองแบรนด์ยังเชื่อมสิทธิประโยชน์ผ่านระบบสมาชิก Max Card Plus และ EV เพื่อให้ลูกค้าสะสมแต้มและรับส่วนลดได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกกลไกที่ช่วยให้การใช้งานข้ามแบรนด์เกิดขึ้นง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ทำให้ Movement ครั้งนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่เพราะเป็นการจับมือกันของ 2 แบรนด์ แต่เพราะสะท้อนทิศทางใหม่ของตลาด F&B ในไทย ที่กำลังมองหาวิธีใช้พื้นที่ให้คุ้มขึ้น และทำให้ 1 โลเคชันรองรับได้หลายโอกาสการใช้จ่ายมากขึ้นในคราวเดียว
ซับเวย์ตอบโจทย์อาหารจานหลักเพื่อสุขภาพ ขณะที่พันธุ์ไทยเติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนด้วยเครื่องดื่มและบรรยากาศร้าน ทำให้พื้นที่เดียวสามารถรองรับทั้งการรับประทานอาหาร การพบปะ และการพักผ่อนในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทยให้สามารถยืนเคียงข้างแบรนด์ระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับ “ซับเวย์” กลยุทธ์ Co-location เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขยายการเข้าถึงผู้บริโภคไทย โดยความร่วมมือกับพันธุ์ไทยเป็นโมเดล Hybrid Store ทำให้เกิด Traffic Sharing ระหว่างสองแบรนด์ และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่แต่ละแบรนด์ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง
โดยซับเวย์จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่ต้องการอาหารหลักอย่างแซนด์วิช รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับแบรนด์ ขณะที่พันธุ์ไทยสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มกาแฟและพื้นที่พักผ่อนในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้บริโภค โมเดลร้านรูปแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ โดยสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับแซนด์วิชอบสดจากซับเวย์ พร้อมเครื่องดื่มจากพันธุ์ไทยได้ในร้านเดียว รองรับทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเร่งด่วนก่อนการประชุม หรือแม้แต่มื้อเบาเพื่อสุขภาพในช่วงเย็น
