ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ภาพข่าวที่คุ้นตาตั้งแต่ที่วิกฤตนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อนคือ การอพยพอย่างเร่งด่วนของผู้คนและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน

แต่ภายใต้ความวุ่นวายนั้นยังมี “เหยื่อที่ถูกลืม” ซึ่งกำลังเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายไม่แพ้กัน นั่นคือสัตว์เลี้ยง 

สัตว์เลี้ยงหลายพันตัวโดยเฉพาะสุนัขและแมวในดูไบ นครรัฐที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐอาหรับอเอมิเรตส์ (ยูเออี)  และมีชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่มากมาย ต้องไร้บ้านอย่างกะทันหัน เมื่อเจ้าของชาวต่างชาติต้องหนีผลกระทบจากสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ กลับประเทศ 

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความน่ากลัวของสงคราม แต่ยังตั้งคำถามสำคัญถึงความรับผิดชอบของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพาตนเองไม่ได้ในยามวิกฤตอีกด้วย 

วิกฤตการณ์ครั้งนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรและอีกหลายประเทศเริ่มปฏิบัติการอพยพพลเมืองแบบฉุกเฉิน โดยเฉพาะนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีชาวอังกฤษมากกว่า 45,000 คน เดินทางออกจากตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน 

ความโกลาหลที่เกิดขึ้น ณ สนามบินและด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากตกอยู่ในสภาวะจำยอมหรือขาดการวางแผนที่ดีพอ ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงที่เคยได้รับการฟูมฟักในบ้านที่แสนอบอุ่น ต้องกลายเป็นสัตว์จรจัดในชั่วข้ามคืน 

องค์กร RSPCA ในอังกฤษระบุว่า สัตว์เหล่านี้คือ “เหยื่อที่ซ่อนตัวอยู่” ของความขัดแย้ง เนื่องจากพวกมันไม่มีเสียงเรียกร้อง และไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวที่เคยรักกันถึงหายไปอย่างกะทันหัน 

สถานสงเคราะห์สัตว์ในยูเออีหลายแห่งกำลังเผชิญกับสภาวะล่มสลายจากจำนวนสัตว์ที่ถูกนำมาทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หน่วยงานอย่าง K9 Friends ซึ่งดูแลสุนัข และ Dubai Street Kitties ต่างรายงานเป็นเสียงเดียวกันว่า พื้นที่รับรองสัตว์ตอนนี้เต็มทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง หรือแม้แต่ระเบียง ต่างอัดแน่นไปด้วยสัตว์เลี้ยงที่ตื่นตระหนก 

สายด่วนกู้ภัยดังไม่หยุดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้ไปรับแมวที่ถูกทิ้งในบ้านเช่าที่ล็อกไว้ หรือสุนัขที่ถูกผูกทิ้งไว้ตามสวนสาธารณะ ขณะที่อาสาสมัครต้องทำงานอย่างหนักท่ามกลางภาวะขาดแคลนเงินทุนและกำลังคน ซึ่งนับเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าองค์กรการกุศลจะรับมือไหว 

แม้ว่าทางเทศบาลเมืองดูไบจะพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการนำเทคโนโลยีอย่าง “สถานีให้อาหารอัจฉริยะ (AI-powered feeding stations)” จำนวน 12 แห่งมาติดตั้งทั่วเมือง เพื่อบรรเทาความหิวโหยของสัตว์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงอาหาร แต่พวกมันต้องการที่ปลอดภัยและความรักความเข้าใจ 

การที่กฎหมายของยูเออีมีบทลงโทษรุนแรงด้วยค่าปรับมหาศาลสำหรับการทิ้งสัตว์ อาจช่วยปรามได้ในสภาวะปกติ แต่ในยามที่ชีวิตของมนุษย์เองก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย กฎหมายเหล่านี้กลับดูเบาบางลงไปอย่างน่าใจหาย 

จนมีการคาดกันว่า สัตว์เลี้ยงที่ถูกทิ้งให้ไร้บ้านโดยไม่รู้ตัวจากสงครามครั้งนี้อาจเพิ่มถึงหมื่นตัวในไม่ช้า และคงเพิ่มขึ้นอีกไม่หยุดหากสงครามยืดเยื้อ 

ในขณะที่โลกยังคงจับตามองความคืบหน้าของสถานการณ์สงคราม ความช่วยเหลือและแผนการรับมือสำหรับสัตว์เลี้ยงควรได้รับการพิจารณาควบคู่ไปกับการอพยพมนุษย์ด้วยเช่นกัน โดยองค์กรช่วยเหลือสัตว์ต่างพยายามส่งสารไปถึงเจ้าของที่กำลังเตรียมตัวเดินทาง 

ขณะที่สหราชอาณาจักรและอีกหลายประเทศมีข้อตกลงพิเศษในการอำนวยความสะดวกให้นำสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้โดยไม่ต้องกักตัวที่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมองหาทางเลือกอื่นแทนการทอดทิ้ง 

บทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้ย้ำเตือนเราว่า ในยามที่มนุษย์ต้องก้าวเดินต่อไปด้วยความหวัง สัตว์เลี้ยงที่เคยอยู่เคียงข้างเราในวันคืนที่เงียบสงบ ก็ควรจะได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับคน ไม่ใช่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงลำพังท่ามกลางเถ้าถ่านของสงคราม 

สำหรับยูเออี แม้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสงครามนี้ แต่เป็นประเทศที่ชาวต่างชาติระดับมหาเศรษฐีโดยเฉพาะจากประเทศตะวันตกอยู่เป็นจำนวนมาก และที่มากที่สุดคือดูไบ อิหร่านจึงข้ามมาโจมตีด้วย เพื่อทำให้ผลประโยชน์ของชาวตะวันตกในตะวันออกกลางเสียหาย และยังหวังผลทางจิตวิทยาด้วย 

ส่วนดูไบก็เป็นพื้นที่ในตะวันออกกลางที่มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตามบ้านและที่พักมากสุดของยูเออี โดยมีข้อมูลว่า สุนัข-แมว ในดูไบอาจมีมากถึงกว่า 2 ล้านตัว ดังนั้นดูไบจึงถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของยูเออีที่มีมูลค่ามหาศาล 

มีการประเมินว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในยูเออีเมื่อปี 2025 มีมูลค่าตลาดสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 64,300 ล้านบาท) และก่อนหน้านี้มีการคาดกันว่าคงมีแนวโน้มเพิ่มอีกในอนาคต แต่ผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง คงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในยูเออีทรุดอย่างหนัก / theguardian, happypet, petinthecity