ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา BookTok หรือชุมชนคนรักการอ่านบน TikTok ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเทศ 

โดยคลิปวิดีโอแนะนำหนังสือหรือการแชร์รีแอ็กชันหลังอ่านจบเพียงไม่กี่คลิป สามารถสร้างปรากฏการณ์ “ไวรัล” ที่ปลุกหนังสือเก่าเก็บให้กลับมาติดอันดับขายดี (Bestseller) อีกครั้ง และยังช่วยแจ้งเกิดนักเขียนหน้าใหม่ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย

 

อังกฤษต่อเนื่องไปถึงประเทศในกลุ่มสหราชอาณาจักร (ยูเค) ก็เป็นอีกโซนที่เทรนด์ BookTok มาแรง โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แนวหนังสือที่ครองตลาดสูงสุดใน TikTok ของยูเคคือ Romance และ Fantasy รวมถึงแนวลูกผสมที่มาแรงอย่าง Romantasy ซึ่งเป็นการนำสองแนวนี้มารวมกัน 

นักเขียนชื่อดังหลายคนมียอดขายพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดดหลังจากผลงานของพวกเขาถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางใน BookTok เช่น ซาราห์ เจ. มาสส์ กับหนังสือชุด A Court of Thorns and Roses ตามด้วย รีเบคก้า ยาร์รอส กับหนังสือชุด Empyrean ที่เริ่มต้นด้วยเล่ม Fourth Wing ขณะที่ คอลลีน ฮูเวอร์ ก็กลายเป็นเจ้าแม่นิยายรักขวัญใจชาวโซเชียล 

ความนิยมเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเนื้อหาที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบรูปเล่มที่สวยงามและการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จนทำให้นักอ่านทั่วโลกพร้อมใจกันหยิบหนังสือเหล่านี้ขึ้นมาถ่ายรูปและแชร์ความรู้สึกกันอย่างต่อเนื่อง 

นี่ทำให้ล่าสุดมีการจัดอันดับหนังสือ BookTok ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง NielsenIQ กับ Media Control ต่อเนื่องจากชาร์ต BookTok ในเยอรมนี ที่ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันทำ 

ชาร์ตดังกล่าวจะมีรายงานเป็นรายเดือน และเริ่มรายงานครั้งแรกในปี 2026 นี้ โดยเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง “กระแสการตอบรับในโซเชียลมีเดีย” (Social Media Resonance) กับ “ยอดขายจริง” (Real Sales Performance) เข้าด้วยกันอย่างมีระบบและน่าเชื่อถือ เพื่อทำให้สำนักพิมพ์ บริษัทจัดจำหน่ายหนังสือ และนักเขียน รวมไปถึงร้านหนังสือ ทราบถึงความต้องการของตลาดที่เกิดขึ้น 

ปรากฏการณ์ BookTok คือเครื่องพิสูจน์ว่าในโลกยุคดิจิทัล การอ่านหนังสือไม่ได้เป็นกิจกรรมที่โดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ พลังของชุมชนนักอ่านออนไลน์ได้ทลายกำแพงระหว่างการตลาดแบบดั้งเดิมกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคลงอย่างสิ้นเชิง 

จนทำให้หนังสือเล่มหนึ่งสามารถเดินทางไปถึงมือผู้อ่านนับล้านได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ตราบใดที่เนื้อหาในเล่มนั้นสามารถสั่นสะเทือนอารมณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนได้ BookTok ก็พร้อมจะเป็นเวทีที่ส่งต่อเรื่องราวเหล่านั้น 

พร้อมกันนี้ยังสร้างความคึกคัก ต่อชีวิตให้วงการหนังสือ และเป็นการย้ำว่า วงการหนังสือยุคนี้จะมองข้ามเทรนด์ไม่ได้อีกต่อไป 

สำหรับเทรนด์ BookTok เริ่มขึ้นเมื่อปี 2020 ในยุคล็อกดาวน์ ซึ่งผู้คนถูกจำกัดให้อยู่ติดบ้าน และมีการทำคลิปในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนี้ มีคลิป BookTok ที่แนะนำหนังสือรวมอยู่ด้วย และผู้ที่แนะนำหนังสือที่เรียกกันว่า BookToker 

จากนั้นเทรนด์ BookTok ก็โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2021 ได้ปลุกหนังสือนิยายเก่าในยูเคให้กลับมาขายดี และในปี 2022 ยอดคลิป BookTok ก็มียอดวิวมากถึง 84,000 ล้านวิว จน TikTok ได้ไปเป็นสปอนเซอร์ของ Frankfurt Book Fair งานหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

เทรนด์ BookTok ยังโตอีก และส่งผลดีต่อธุรกิจต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมหนังสือ โดยในปี 2024 ช่วยให้เชนร้านหนังสือใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Barnes & Noble กลับมาเปิดสาขาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังปิดไปนานถึง 10 ปี 

มาปี 2026 ป้ายแนะนำเล่มฮิตเล่มดังจากคลิป BookTok ใน TikTok จึงกลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ร้านหนังสือทั่วโลกต้องมี และยูเคกำลังจะมีการรายงานชาร์ตเล่มดังใน BookTok / theguardian