ท่ามกลางสมรภูมิความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภาพของ นัสเซอร์ อัล-เคไลฟี ผู้ทรงอิทธิพลลำดับต้นๆ ชาวกาตาร์ของวงการฟุตบอลโลก และประธานสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในลีกเอิงของฝรั่งเศส ที่ต้องติดค้างอยู่ในกรุงโดฮาจนพลาดชมเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดสำคัญ 

ทำให้ต้องดูการแข่งขันผ่านช่องกีฬาในเครือ BeIn ที่เขาก็เป็นเจ้าของเช่นกัน  ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของมหาเศรษฐีคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเปราะบางอย่างมากของ “สปอร์ตโปรเจกต์” ยักษ์ที่กลุ่มประเทศในแถบนี้พยายามสร้างมานับทศวรรษ 

วิกฤตการณ์ครั้งนี้กำลังเผยให้เห็นว่า ความพยายามในการผันตัวเองจากประเทศค้าน้ำมันที่สร้างความมั่งให้มหาศาลไปสู่ศูนย์กลางความบันเทิงและกีฬาระดับโลกนั้น ยังมีปัจจัยลบที่ไม่คาดถึงอย่างสงคราม และพายุทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถทำให้โปรเจกต์กีฬาใหญ่ๆ ต้องล่มได้ทุกเมื่อ 

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อปฏิทินกีฬาโลกอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ ในลักษณะเดียวกับช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19 

แรงปะทะจากสงครามนำมาสู่การยกเลิกอีเวนต์ระดับโลกที่เป็น “หน้าตา” ของภูมิภาคอย่างเป็นทางการ ทั้งการแข่งขันฟอร์มูลาวัน (F1) รายการบาห์เรนและซาอุดีอาระเบียกรังด์ปรีซ์ รวมถึงรายการซัพพอร์ตอย่าง F2 และ F3 เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของทีมงาน 

เช่นเดียวกับแมตช์ฟุตบอลหยุดโลก “Finalissima 2026” ระหว่างสเปนพบอาร์เจนตินา ณ สนามลูเซล สเตเดียม ที่ต้องพับแผนไปเนื่องจากไม่สามารถตกลงเรื่องการย้ายสถานที่จัดงานได้

นอกจากนี้ ปัญหาด้านโลจิสติกส์และการขนส่งอุปกรณ์ยังทำให้รายการยิมนาสติกศิลป์เวิลด์คัพที่โดฮาต้องถูกยกเลิกไป เช่นเดียวกับการแข่งขันเทนนิส ATP Challenger ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ต้องยุติลงกลางคันหลังมีการแจ้งเตือนภัย

ข้อมูลจากที่ปรึกษาด้านธุรกิจกีฬาในโดฮาระบุว่า มีงานกิจกรรมมากกว่า 100 รายการถูกยกเลิกไปแล้วนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น  ซึ่งในจำนวนนี้มีแมตช์กีฬารวมอยู่ด้วยไม่น้อย

สิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและพันธมิตรระดับนานาชาติที่เคยมองว่าภูมิภาคนี้คือ สนามกีฬาแห่งใหม่ของโลกที่ปลอดภัยและมั่นคง 

ไซมอน แชดวิก ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมกีฬา ชี้ให้เห็นว่าโมเดลการสร้างชาติด้วยกีฬาของกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยเฉพาะโซนอ่าวเปอร์เซียยังมีจุดอ่อนใหญ่ นั่นคือการพึ่งพา “ปัจจัยภายนอก” มากเกินไป 

กาตาร์และซาอุดีอาระเบียทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสร้างสนามกีฬาระดับโลก ซื้อตัวนักเตะซูเปอร์สตาร์อย่างคริสเตียโน โรนัลโด หรือจ้างบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติมาบริหารงาน 

โดยแม้แต่ละประเทศจะทำสำเร็จไปแล้ว ยืนยันได้จากการได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 ของกาตาร์ และลีก SPL ของซาอุฯ ที่ดึงนักเตะดังๆ จากยุโรปมาได้อย่างมากมาย 

แต่พวกเขากลับขาดการสร้างระบบนิเวศกีฬาที่ครบวงจรเหมือนประเทศอย่าง ไทย หรือ เวียดนาม ที่มีฐานการผลิตอุปกรณ์กีฬา หรือจีนและเกาหลีใต้ที่สร้างฐานแฟนคลับและอุตสาหกรรมอีสปอร์ตของตัวเองอย่างแข็งแกร่ง 

ดังนั้นเมื่อเกิดสงครามและน่านฟ้าถูกปิด แรงงานฝีมือและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติจึงพร้อมที่จะถอนตัวทันที ทิ้งให้สนามกีฬามูลค่ามหาศาลเหลือเพียงโครงสร้างที่ไร้ชีวิต 

ส่วนนักกีฬาต่างชาติยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง เพราะหลายคนยังไม่ยอมเดินทางออกมาจากบ้านเกิดในยุโรปหรืออเมริกาใต้ เนื่องจากไม่วางใจในสถานการณ์ 

ความทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบียภายใต้แผน Vision 2030 ที่ต้องการดันอุตสาหกรรมกีฬาให้มีสัดส่วนถึง 3% ของ GDP กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซเริ่มติดขัดจากผลของสงคราม ทำให้กองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ (PIF) ต้องเริ่มรัดเข็มขัดและตัดงบประมาณการก่อสร้างสนามฟุตบอลโลก 2034 ลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

นอกจากนี้ ปัญหาความปลอดภัยจากการโจมตีด้วยโดรนบริเวณรอยต่อพรมแดน ระหว่างซาอุฯ กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่อาศัยอยู่ยังสร้างความหวาดกลัวให้แก่เหล่านักเตะระดับโลกและครอบครัว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ “สมองไหล” ของวงการฟุตบอลอาหรับ พากันไปเล่นในลีกประเทศอื่นๆ หลังจบฤดูกาลนี้ 

สถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นเหมือนบทเรียนราคาแพงว่า เงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อเสถียรภาพและความยั่งยืนในระยะยาวได้ หากปราศจากสันติภาพที่แท้จริงในภูมิภาค 

ความพยายามของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียในการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งใหม่นั้น กำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสงครามครั้งนี้ไม่ได้กระทบต่อตารางการแข่งขันหรือสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่กำลังกัดเซาะรากฐานความเชื่อมั่นที่พวกเขาพยายามสร้างมานานนับสิบปี 

การก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้จึงไม่ใช่แค่การกลับมาจัดงานให้ได้ตามปกติ แต่คือการทบทวนกลยุทธ์ว่ากลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียจะสามารถสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนด้วยขาของตัวเองได้อย่างไร ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้วและความขัดแย้งที่เหมือนไม่มีวันจบสิ้น

ซึ่งสุดท้ายแล้วความสำเร็จทางการกีฬาอาจเป็นเพียงภาพลวงตา หากความสงบสุขในตะวันออกกลางยังคงเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม / theguardian