เตรียมพร้อมกันเรียบร้อยสำหรับงาน ‘มอเตอร์โชว์ 2026’ (Motor Show 2026) ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2026 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี
อ่านเพิ่มเติม : มอเตอร์โชว์ 2026 ญี่ปุ่นเอาจริง EV จีนดันเรือธง
ภายในงาน Marketeer ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารแบรนด์ต่าง ๆ เกี่ยวกับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทาย ทั้งจากการเข้ามาดิสรัปต์ของรถยนต์ไฟฟ้า ภาวะหนี้ครัวเรือน และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
คุณรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2025 ที่ผ่านมาจบลงที่ตัวเลขประมาณ 610,000 – 621,000 คัน ซึ่งถือว่ามีการเติบโตขึ้น 8.4% โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจากการขยายตัวของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผู้บริโภคส่วนหนึ่งต้องการเร่งซื้อและจดทะเบียนรถยนต์ให้ทันเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
สำหรับทิศทางในปีนี้ ประเมินเบื้องต้นว่าตลาดรถยนต์จะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ประมาณ 620,000 – 630,000 คัน
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยปัจจุบันถือว่าตกลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในรอบ 7-8 ปี เมื่อเทียบกับอดีตที่ตลาดรวมเคยทำยอดขายเฉลี่ยได้สูงถึง 800,000 – 900,000 คันต่อปี
โฟกัสในกลุ่มตลาดรถกระบะ ปัจจุบันอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด โดยมียอดขายเฉลี่ยเพียงเดือนละ 10,000 คัน ปิดยอดปีที่ผ่านมาได้ที่ประมาณ 140,000 – 143,000 คัน
ซึ่งสัดส่วนตลาดรถกระบะ หดตัวลงอย่างหนักเหลือเพียง 23 – 23.5% ของตลาดรวม จากอดีตที่เคยครองสัดส่วนถึง 42.5% ปัจจัยหลักมาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 87% ของ GDP และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งกระทบกลุ่มผู้ประกอบการอิสระและเกษตรกรโดยตรง
ขณะที่ตลาดรถ PPV (Pick-Up Passenger Vehicle) เติบโตสวนทางกับตลาดรถกระบะถึง 16% มียอดขายรวมประมาณ 40,000 – 44,000 คัน กินส่วนแบ่งตลาดประมาณ 7 – 7.5% และคาดว่าจะเติบโตได้อีกกว่า 10% ในปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากการแข่งขันที่คึกคัก และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ของผู้เล่นในตลาด
แผนงานของฟอร์ด ประเทศไทย ตั้งเป้าประคองยอดขายปี 2026 ไม่ให้ต่ำกว่า 18,000 คัน จากปีที่แล้ว 18,371 คัน กลยุทธ์หลักคือการทวงบัลลังก์ผู้นำในกลุ่มกระบะ 4×4 โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งจากกว่า 30% ให้แตะ 40%
ไฮไลต์คือ การเปิดตัว ‘Ford Ranger Super Duty’ (ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้) กระบะเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ที่เจาะกลุ่มใช้งานหนัก ลากจูงได้ถึง 4.5 ตัน และรองรับน้ำหนักรวม 8 ตัน
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อัตราการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) ของคนไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากสัดส่วนเพียง 2% ในปี 2021 ทะยานขึ้นมาเป็น 23% ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยมียอดขายรวมปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 120,000 คัน ปัจจัยหลักมาจากการแข่งขันด้านราคา และมาตรการ EV 3.0 ของภาครัฐ ที่มีส่วนช่วยดึงดีมานด์ล่วงหน้าไปราว 20,000 คัน
สำหรับปีนี้ ประเมินว่าสัดส่วนของรถยนต์อีวีจะยังคงรักษาระดับไว้ที่ 20-23% ของตลาดรวม หรือประมาณ 120,000 คันเท่าเดิม โดยไม่น่าจะเติบโตไปมากกว่าปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดความตื่นตระหนกเรื่องราคาน้ำมันปรับขึ้นจากภาวะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังพบว่ายอดจองรถยนต์สันดาปลดลงไปถึง 25-30% แต่ยอดจองรถอีวีกลับขยับเพิ่มขึ้นเพียง 10%
สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชะลอการซื้อรถทุกประเภท เนื่องจากความกังวลเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ มากกว่าปัจจัยด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว
ทั้งยังมองว่าในอนาคตระยะยาว หากค่าไฟแพงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ เชื้อเพลิงอย่าง ‘ไฮโดรเจน’ อาจกลายมาเป็นพลังงานทางเลือกสำคัญสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แทนที่การพึ่งพาไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
อีกสิ่งที่น่ากังวลสำหรับตลาดรถยนต์รวมคือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่ระดับราคาตัดสินใจซื้อลดต่ำลง โดยยอดขายหลักย้ายจากกลุ่มรถราคา 700,000 – 1,000,000 บาท มากระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม 300,000 – 600,000 บาท ส่งผลให้มูลค่าเฉลี่ยต่อคันของตลาดรถยนต์ไทยลดลงถึง 20-30% ซึ่งการแข่งขันด้วยราคานี้จะกระทบต่อกำไรของผู้ผลิตอย่างมาก จนน่ากังวลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว
นอกจากนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบให้ตลาดรถยนต์รวม ปี 2026 หดตัวลงได้อีก 10-20%
โฟกัสในกลุ่มตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (เอ็มพีวี – MPV) หรือรถยนต์ครอบครัวประตูสไลด์ แม้ภาพรวมตลาดจะมีขนาดเท่าเดิม แต่เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างอย่างหนัก โดยกลุ่มรถขนาดเล็ก (B-MPV) หดตัวลงเพราะถูกเอสยูวีแย่งตลาด
ขณะที่กลุ่มรถขนาดใหญ่ (D-MPV) กลับเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากการเข้ามาแข่งขันอย่างดุเดือดของค่ายรถจากประเทศจีน
แผนงานของฮุนได ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายขยับขึ้นเป็น 3,000 คันในปี 2026 สำหรับความคืบหน้าของโรงงานในไทย ปัจจุบันสร้างเสร็จและมีการทดสอบแล้ว แต่ต้องชะลอการดำเนินงานเพื่อรอการขออนุญาตเรื่องเขตปลอดอากร (Free Zone) โดยมีแผนที่จะประกอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ IONIQ (ไอออนิค) ในประเทศ
คุณศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในเครือ MGC-ASIA
กล่าวว่า ตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยมียอดขายอยู่ประมาณ 40,000 คันต่อปี ในปีที่ผ่านมา ตลาดอยู่ในสภาวะทรงตัว สำหรับปี 2026 คาดการณ์ว่าตลาดจะทรงตัวหรืออาจฟื้นตัวและเติบโตขึ้นได้อีกประมาณ 3-5%
ผู้เล่นหลักที่เป็นเสาหลักของตลาดนี้คือ แบรนด์ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) และ Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) โดยปีที่ผ่านมา BMW มียอดขายและยอดส่งมอบรวมประมาณ 10,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 25%
ด้านทิศทางการปรับขึ้นของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก พบว่า ลูกค้ากลุ่มตลาดรถหรูส่วนใหญ่เป็นผู้มีกำลังซื้อสูง จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านราคาน้ำมันแพงหรือความผันผวนของเศรษฐกิจมากนัก อย่างมากที่สุดอาจมีเพียงการชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปชั่วคราว แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงตัดสินใจซื้อรถอยู่ดี
ส่วนการขยายตัวของกลุ่ม Premium MPV พบว่าช่วงที่ผ่านมา รถยนต์กลุ่มดังกล่าวเข้ามาทำตลาดและดึงดูดลูกค้าไปได้ 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าครอบครัว และกลุ่มผู้บริหารที่เน้นความสะดวกสบาย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าที่หลงใหลในอรรถรสการขับขี่ ก็ยังคงเลือกใช้รถยนต์ซีดานหรูต่อไป เพราะรถ MPV ไม่สามารถตอบโจทย์ด้านการขับขี่ทดแทนได้ ทำให้ปรากฏการณ์ Premium MPV ขยายตัวสูง จึงถือเป็นการขยายขนาดตลาดรถยนต์หรูโดยรวมให้ใหญ่ขึ้น มากกว่าการมาแย่งยอดขายกันเอง
แผนงานของ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ปัจจุบันสัดส่วนขุมพลังของแบรนด์ BMW แบ่งเป็นเครื่องยนต์สันดาป 50%, รถยนต์อีวี ประมาณ 10-15% และที่เหลือเป็นกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด
ในปีนี้มีเป้าหมายที่จะผลักดันสัดส่วนยอดขายรถยนต์อีวีให้เติบโตขึ้นแตะระดับ 20% ของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งกลยุทธ์ด้านราคามีส่วนสำคัญมากในการกระตุ้นยอดขายหลังจากนี้
อีกทั้งยังมีการเปิดตัว ‘BMW iX3 Neue Klasse’ (บีเอ็มดับเบิลยู ไอเอ็กซ์ 3 นอยเออ คลาสเซอ) เอสยูวีไฟฟ้า 100% จากตระกูล Neue Klasse รุ่นแรกสำหรับตลาดในไทยอีกด้วย
นอกจากนั้น ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในไทย ยอดขายทรงตัวอยู่ที่ราว 1.6 – 1.7 ล้านคันต่อปี กลุ่มผู้นำตลาดอย่าง ไทยฮอนด้า ก็มีการนำ ‘Honda UC3’ (ฮอนด้า ยูซี 3) รถจักรยานยนต์อีวีรุ่นแรกที่จะใช้จำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง มาสร้างการรับรู้อย่างจริงจังในงานมอเตอร์ โชว์ปีนี้ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดรถจักรยานยนต์เครื่องสันดาปที่เริ่มอิ่มตัวมาได้หลายปีแล้ว
