ในวันที่งบโฆษณาพุ่งสูงขึ้นทุกปี และผู้บริโภคเลื่อนผ่านโฆษณาได้ในเสี้ยววินาที แบรนด์จำนวนไม่น้อยกำลังค้นหาวิธีใหม่ในการแทรกตัวเข้าไปอยู่ในความสนใจของผู้คน และหนึ่งในกลยุทธ์ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งก็คือ “การตลาดแบบกองโจร”

กลยุทธ์ที่ไม่ได้แข่งกันด้วยงบ แต่แข่งกันด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าเล่นนอกกรอบ

การตลาดแบบกองโจร คืออะไร?

การตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)  คือ การใช้วิธีการสื่อสารที่แปลกใหม่ คาดไม่ถึง และต้นทุนต่ำ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้แบรนด์ถูกพูดถึงในวงกว้าง

แทนที่จะซื้อสื่อราคาแพง แบรนด์เลือกเข้าไปอยู่ในชีวิตจริงของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นบนถนน สวนสาธารณะ หรือแม้แต่ฟีดโซเชียลแบบไม่ทันตั้งตัวมากกว่า

Key Success สำคัญมีอยู่ 3 อย่าง คือ Surprise สร้างความประหลาดใจ Engagement สร้างการมีส่วนร่วม และ Shareability ต้องกระตุ้นการถูกแชร์ต่อ

ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงกลับมาเวิร์กอีกครั้ง

ในยุคที่ Attention span ของผู้บริโภคลดลงเรื่อย ๆ โฆษณาแบบเดิมที่พูดกันตรง ๆ กลับถูกมองข้าม ซึ่ง Guerrilla Marketing เข้ามาตอบโจทย์ตรงจุดนี้ด้วยการทำตรงกันข้าม คือไม่พยายามขายทันที แต่มันสร้างประสบการณ์ก่อน และนั่นทำให้คนอยากหยุดดู ถ่ายรูป แชร์ต่อ ซึ่งสุดท้ายกลายเป็น Earned Media ที่ทรงพลังยิ่งกว่าสื่อที่เสียเงินซื้อมา

4 รูปแบบ Guerrilla Marketing ที่แบรนด์นิยมใช้

1. Street Marketing เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็นสื่อ

จากทางม้าลายกลายเป็นเฟรนช์ฟรายส์  หรือจากสนามหญ้ากลายเป็นโฆษณามีดโกน แบรนด์ไม่ได้แค่วางโฆษณา แต่เปลี่ยนความหมายของพื้นที่ เพราะคนไม่ชอบโฆษณาแต่ชอบสิ่งที่ฉลาด

  1. Experiential Marketing ให้คนรู้สึกกับแบรนด์

ไม่ใช่แค่เห็น แต่ต้องได้ลอง เช่น Pop-up, Interactive Installation หรือกิจกรรมเซอร์ไพรส์ ตัวอย่างแคมเปญสุดคลาสสิกคือ แคมเปญห้องนั่งเล่นกลางเมืองของ IKEA ที่ทำให้คน “ใช้ชีวิตกับสินค้า” ได้จริง เพราะประสบการณ์คือความทรงจำ ที่สามารถสร้าง Brand Love ได้

  1. Viral Marketing จุดไฟให้คนช่วยกันแชร์

คอนเทนต์ที่ดีใน Guerrilla Marketing ไม่ได้จบที่หน้างาน แต่มันต้องไปต่อบนโซเชียลมีเดียได้ ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram, Facebook เพราะยิ่งคนแชร์มาก แบรนด์ยิ่งประหยัดงบมาก เพราะคนเชื่อเพื่อน ๆ กัน มากกว่าแบรนด์

  1. Ambush Marketing เกาะกระแสแบบไม่ต้องจ่ายแพง

การเข้าไปอยู่ใกล้อีเวนต์ใหญ่ โดยไม่ต้องเป็นสปอนเซอร์ เช่น ตั้งบูธ แจกของ หรือสร้างแคมเปญรอบงาน เพราะไม่ต้องเป็นเจ้าของเวที ก็ขโมยซีนได้

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือโปรเจกต์ Stratos ของ Red Bull การกระโดดจากขอบอวกาศที่ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มันไม่ใช่แค่สตันต์แต่คือ Brand Positioning ที่ชัดเจนว่า Red Bull เป็นแบรนด์ของคนที่ไปสุด

แม้จะไม่ใช่แคมเปญต้นทุนต่ำ แต่แก่นของมันคือการสร้างประสบการณ์ที่โลกไม่เคยเห็น

จุดแข็งของ Guerrilla Marketing

  • ใช้งบน้อย แต่ Impact สูง
  • สร้างการจดจำได้ดีกว่าโฆษณาปกติ
  • กระตุ้น Word-of-Mouth ได้เร็ว
  • เหมาะกับแบรนด์เล็กที่อยากสู้แบรนด์ใหญ่

แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ว่า หากไม่ทำให้ว้าวจริง ๆ คนจะเกิดความงุนงง ไม่เข้าใจ มากกว่านั้นคือจะวัดผลยากกว่าสื่อแบบ Performance ซึ่งบางแคมเปญอาจเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ Guerrilla Marketing จึงไม่ใช่แค่ไอเดียเจ๋ง แต่ต้องคิดอย่างถี่ถ้วนรอบด้านด้วย

สูตรลับแบบ Marketeer ที่อยากเล่า ทำยังไงให้ปังจริง

  1. เริ่มจาก Insight ไม่ใช่ Idea เข้าใจคนก่อน แล้วค่อยสร้างความเซอร์ไพรส์
  2. ออกแบบให้ถ่ายคอนเทนต์ได้ เพราะถ้าไม่ถูกแชร์ งานของคุณก็จะเสียของไปเลย
  3. เชื่อมออนไลน์กับออฟไลน์ หน้างานคือจุดเริ่ม แต่โซเชียลคือ Amplifier
  4. วัดผลให้เป็นไม่ใช่แค่ไวรัล แต่ต้องโยงถึง Business Impact

โดยสรุปการตลาดแบบกองโจร คือบทพิสูจน์ว่างบไม่ใช่ทุกอย่าง ในโลกที่เต็มไปด้วยโฆษณา แบรนด์ที่ชนะไม่ใช่แบรนด์ที่เสียงดังที่สุด แต่คือแบรนด์ที่คนอยากพูดถึงมากที่สุด และบางครั้ง
ไอเดียเล็กๆ หนึ่งไอเดียก็อาจสร้างอิมแพกต์ได้มากกว่าสื่อหลักล้าน