แม้เลือกคนมีชื่อเสียงมาทำหน้าที่เหมือนพรีเซ็นเซอร์และยังได้ดีไซเนอร์ดังมาออกแบบให้ แต่รถอีวีรุ่นแรกของ Ferrari กลับเปิดตัวไม่สวย

เฟอร์รารี ค่ายรถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี เลือกประธานาธิบดีอิตาลีและสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอเป็นคนแรกๆ ที่ได้เข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย Luce (ลูเช่) รถอีวีรุ่นแรกเพื่อช่วยเรื่องการโปรโมท 

ทว่าทัศนะที่มีส่วนใหญ่หลังการเปิดตัวกลับเป็นไปในทางลบ โดย มัตเตโอ ซัลวินี รัฐมนตรีคมนาคมของอิตาลี กล่าวว่า ภาพมันก็ฟ้องอยู่แล้ว อยากรู้เหลือเกินว่า ถ้าผู้ก่อตั้งอย่าง เอนโซ เฟอร์รารี มาเห็นจะพูดถึงรถรุ่นนี้ว่าอย่างไร

อีกคนที่วิจารณ์รถอีวีรุ่นแรกของเฟอร์รารีคือ ลูก้า ดี มอนเตเซโมโล อดีตประธานใหญ่ที่เคยอยู่กับเฟอร์รารีมานาน 23 ปี โดยเขากล่าวว่า รถรุ่นนี้เสี่ยงที่จะทำลายตำนานอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ และควรจะถอดโลโก้ม้าลำพองออกไป 

เสียงวิจารณ์ที่มีต่อรถรุ่นนี้ยังไม่หมดแค่นั้น โดยในแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการวิจารณ์ว่า ไปเหมือนกับรุ่น ลีฟของนิสสัน จนรถซูเปอร์คาร์เหมือนถูกลดเกรดลงไปเป็นรถอีวีที่ขายกันทั่วไป ซึ่งราคาถูกกว่าถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

กระแสวิจารณ์แบบทัวร์ลงเหล่านี้ฉุดให้หุ้นเฟอร์รารีร่วงลง 8% 

สำหรับ รถอีวีรุ่นแรกของเฟอร์รารี มีราคาอยู่ที่ 550,000 ยูโร (ประมาณ 21 ล้านบาท) โดยมาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระ 4 ล้อ ทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที 

ทว่าสิ่งที่กลายเป็นดราม่าคือเป็นผลงานการออกแบบของ โจนี่ ไอฟ์ อดีตหัวหน้าทีมดีไซน์ระดับตำนานของแอปเปิ้ล

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นความกล้าฉีกกรอบ เพราะนอกจากเป็นรถอีวีรุ่นแรกแล้วยังเป็นรุ่นแรกที่มีห้องโดยสารกว้างขึ้นจนนั่งได้ 5 ที่นั่งอีกด้วย 

เบเนเดตโต้ เวจนา ซีอีโอของเฟอร์รารี ย้ำหลายครั้งว่า รถคันนี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เกิดเสียงแตกที่จะช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นอกเหนือจากฐานลูกค้าเดิม แต่ยังคงเน้นกลุ่มมหาเศรษฐีเช่นเดิม 

ส่วนเรื่องโครงสร้างและการออกแบบ เฟอร์รารี อ้างว่า เป็นแบบมินิมอลตามที่ โจนี่ ไอฟ์ ถนัด และโครงสร้างสเกตบอร์ดยังช่วยตัดอุโมงค์เพลากลางรถออกไป ทำให้เบาะหลังกว้างขวางพอที่จะใส่ที่นั่งที่ 5 เข้าไป จนกลายเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง 

ด้านกูรูวงการยานยนต์ ให้ทัศนะว่า แม้ยังมีความเป็นรถซูเปอร์คาร์ทรงสปอร์ต และเป็นการปูทางสู่อนาคต แต่เฟอร์รารีต้องเจอกับโจทย์ใหญ่นั่นคือ จะขายให้ใคร 

เพราะขนาด แมต ริมัค ผู้ก่อตั้งแบรนด์รถอีวีชื่อเดียวกับนามสกุลตัวเองที่เคยสร้างชื่อกระฉ่อนโลก เมื่อเขาเข้ามากุมบังเหียนบูกัตติ เขายังเลือกที่จะผลิตรถเครื่องยนต์สันดาป (หรือรถน้ำมัน) ต่อไป เพราะนั่นคือสิ่งที่มหาเศรษฐีกระเป๋าหนักต้องการ 

อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารี ยังมั่นใจว่ารถอีวี “ลูเช่” ซึ่งชื่อหมายถึงแสงในภาษาอิตาลี จะเปิดตลาดใหม่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงกลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่ที่หลงใหลในความหรูหราแบบไม่ตะโกน (Quiet Luxury)

ทั้งนี้ ค่ายรถหรูหรือรถกลุ่มซูเปอร์คาร์ ต่างก็พยายามปรับภาพลักษณ์แบรนด์และดีไซน์รถเมื่อรุกตลาดรถอีวี แต่จากการที่เปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้วเกินไปกลับก่อเป็นกระแสวิจารณ์และความไม่พอใจ 

มีการวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ ค่ายรถหรูหรือรถกลุ่มซูเปอร์คาร์ มักโดนทัวร์ลง เพราะส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน ดังนั้นแฟนๆ แบรนด์รถกลุ่มนี้จึงมีความอนุรักษ์นิยมสูงและรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงที่มากเกินไป  

เมื่อปี 2024 จากัวร์ ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นหนังโฆษณาในแคมเปญรีแบรนด์รถ แต่กลับไม่มีภาพรถปรากฏให้เห็นเลย และยังใช้ประโยชน์จากความหลากหลายในทางที่ผิด (Woke) อีกด้วย / theguardian