ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา sasi แบรนด์เครื่องสำอางภายใต้ร่มเงาของบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยตัวเลขระดับสองหลักทุกปี

จากจุดเริ่มต้นในการเป็นแบรนด์เมกอัพราคาย่อมเยาสำหรับวัยรุ่น วันนี้ sasi กำลังก้าวเข้าสู่การทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญ เพื่อขยายฐานลูกค้าและปูทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค

🔴 จาก “Girls” สู่ “We” ทลายกรอบ Beauty Standard

คีย์เวิร์ดสำคัญของการก้าวสู่ปีที่ 9 คือการขยับ Positioning สู่การเป็น “Beauty & Lifestyle Brand” ที่เข้าถึงผู้คนได้หลากหลายขึ้น

“รวิศ หาญอุตสาหะ” ซีอีโอ และคุณระบิล สิริมนกุล CMO ชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยน Tagline ครั้งใหญ่จาก “Because Girls Can” มาเป็น “Because We Can” (และ Because We Care)

เพื่อทลายกรอบมาตรฐานความงามเดิมๆ ที่เคยกดดันผู้บริโภค แบรนด์ต้องการสื่อสารว่าความงามไม่จำกัดเพศ วัย หรือไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนความกดดันเรื่องความสวยให้กลายเป็นพลังและความมั่นใจให้ทุกคนเป็นตัวเองในแบบที่พอใจที่สุด

🔴 ดึง 9 พรีเซนเตอร์ลุย Music Marketing แบบไม่เน้นขายของ

ในด้านกลยุทธ์การตลาด แคมเปญเฉลิมฉลองปีนี้ใช้ชื่อว่า #ซิ่งศิ ขับเคลื่อนด้วย Music Marketing ผ่านเพลงสไตล์ Modern Thai x Fun Street จังหวะซิ่งโจ๊ะ ที่น่าสนใจคือเนื้อหาเพลงไม่มีการ Tie-in สินค้าเลย แต่เน้นขาย Brand Belief ล้วนๆ

พร้อมกันนี้ ยังสร้างปรากฏการณ์ดึง Face of sasi ถึง 9 คน จาก 3 ยูนิต มาปรากฏตัวพร้อมกันเพื่อเป็นตัวแทนสื่อสารได้อย่างลงตัว

เริ่มตั้งแต่ “เก้า สุภัสสรา” ในฐานะตัวแทนกลุ่มลิปและเมกอัพสีสัน ที่สะท้อนภาพผู้หญิงยุคใหม่ผู้มีความมั่นใจและเป็นธรรมชาติ ผสานกับ “PROXIE” ทั้ง 6 คน ตัวแทนกลุ่มแป้งที่เข้ามาช่วยนำเสนอพลังของคนรุ่นใหม่ ความสนุกสนาน และ Pop Culture

ไปจนถึง “เก่ง-น้ำปิง” ตัวแทนกลุ่มงานผิวและบลัชออน ที่ตอกย้ำภาพความหลากหลาย (Inclusivity) และความมั่นใจในเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน

แม้จะใช้พรีเซนเตอร์จำนวนมาก แต่งบการตลาดปีนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากนัก เป็นลักษณะการใช้งบแบบรวบยอด (Focus) เพื่อให้เกิดอิมแพ็คสูงสุดในแคมเปญเดียว

🔴 ปรับพอร์ตสินค้า ชูไซส์เล็กคู่ไซส์ใหญ่ เจาะทุกช่องทางจัดจำหน่าย

นอกเหนือจากการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ การขับเคลื่อนธุรกิจของ sasi ยังคงมีรากฐานที่แข็งแกร่งจาก 2 หมวดผลิตภัณฑ์หลัก

คือ Color Cosmetics และ Base Makeup ภายใต้จุดเด่น “Affordable Trendy” ที่เน้นคุณภาพ ทันกระแส และมาในราคาเข้าถึงง่ายตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยต้นๆ

เมื่อผนวกกับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ด้วยการทำสินค้า 2 ไซส์ควบคู่กัน ทั้งไซส์ปกติสำหรับวางขายในร้าน Beauty Store

และไซส์เล็กแบบซองสำหรับร้านสะดวกซื้อ จึงช่วยอุดช่องว่างและกระจายสินค้าเข้าถึงมือผู้บริโภคได้เกือบ 100% ทั่วประเทศ

ล่าสุดในงานครบรอบ 9 ปี แบรนด์ได้ต่อยอดความสำเร็จของ Hero Product ด้วยการเปิดตัว Sugar Rush Collection โฉมใหม่ (ลิปทินต์ อายแชโดว์ ครีมบลัช)

และคุชชั่นสูตรสิว Acne Sol เพื่อตอบรับเทรนด์ความสะดวกสบายของกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่

🔴 ฝ่าวิกฤตกำลังซื้อและต้นทุน เน้นทำ Volume

แม้แบรนด์จะเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาคือ กำลังซื้อที่ชะลอตัวและต้นทุน Supply Chain ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกและค่าขนส่ง

อย่างไรก็ตาม sasi เลือกที่จะไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า แต่หันไปบริหารจัดการแผนรับมือด้านอื่นแทน

โดยบริษัทยอมเฉือนกำไรต่อชิ้นให้บางลงเล็กน้อย เพื่อรักษาระดับราคาเดิมไว้ แล้วไปเน้นการสร้าง Volume ให้มากขึ้นผ่านโปรโมชันที่คุ้มค่า

ซึ่งกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้าง Traffic เข้าร้านค้า แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ (Repeat) อย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าของใช้ประจำวันอย่างแป้งและลิปสติก

🔴 ส่งออก T-Beauty ปักหมุด Regional Brand

อีกหนึ่งเป้าหมายระยะยาวคือการผลักดัน “T-Beauty” (Thai Beauty) ให้เป็น Soft Power ส่งออกที่แข็งแกร่ง

ศรีจันทร์ชูคอนเซปต์ T-Skin ที่ออกแบบมาเพื่อทนสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ปัจจุบัน sasi ส่งออกไปแล้ว 4-5 ประเทศ โดยมี “ฟิลิปปินส์” เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด เนื่องจากมีสภาพอากาศ สภาพผิว และวัฒนธรรมความงามที่คล้ายคลึงกับไทย

ซึ่งในระยะต่อไป sasi เตรียมสยายปีกเจาะตลาดเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา และขยายสู่ไทเป (ไต้หวัน) เพื่อปูทางสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็น Regional Brand อย่างเต็มตัว