ดิจิทัล ไอ บริษัทที่ปรึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลในตลาดสื่อสตรีมมิ่งสัญชาติอังกฤษ เผยข้อมูลและตัวเลขน่าสนใจจากกลุ่มตัวอย่างตลาดใหญ่ 20 ประเทศทั่วโลกระหว่างปี 2024-2025 โดยปรากฏว่า ยอดดู YouTube เฉลี่ยของคนทั่วโลกแซง Netflix เรียบร้อยแล้ว
โดยปี 2024 กลุ่มตัวอย่างคนทั่วโลกดูยูทูบเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 87.2 นาที พอต่อมาในปี 2025 เพิ่มเป็น 99.1 นาทีต่อวัน ตรงข้ามกับเน็ตฟลิกซ์ซึ่งในปี 2024 ยอดดูเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 100.5 นาที พอต่อมาในปี 2025 ลดลงเหลือ 93.4 นาที
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกหันมา ดูยูทูบผ่านจอสมาร์ททีวีกันมากขึ้น จนกลายมาเป็นคู่แข่งโดยตรงของเน็ตฟลิกซ์ ท่ามกลางราคาสมาร์ททีวีในปัจจุบันที่ถูกลงกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก
นี่ทำให้ขนาด เท็ด ซารานดอส ซีอีโอร่วมของเน็ตฟลิกซ์ยังออกมายอมรับเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ยูทูบไม่ได้มีไว้แค่ดูคลิปแมวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือทีวีหรือสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ไปแล้ว
ข้อมูลจาก ดิจิทัล ไอ ยังระบุด้วยว่า คนในอังกฤษและกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร หันมาดูยูทูบบนจอสมาร์ททีวีกันมากขึ้น โดยสัดส่วนการดูผ่านจอทีวีพุ่งจาก 28% เป็น 35% ขณะที่การดูผ่านจอมือถือลดลงเหลือ 31% ซึ่งก็ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูล

กลุ่มอายุของคนทั่วโลกที่ติดยูทูบมากสุดคืออายุระหว่าง 14-29 ปี หรือกลุ่ม Gen Z ซึ่งดูคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 111 นาทีต่อวัน
ขณะที่กลุ่มผู้ชายอายุระหว่าง 55-64 หรือ Gen X และ Baby Boomer คือกลุ่มที่ดูยูทูบเพิ่มขึ้นมากสุด โดยเพิ่มมา 15% และผู้หญิงเป็นเพศที่ดูยูทูบเพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัย
ส่วนหากแยกเป็นประเทศ เกาหลีใต้ ครองแชมป์ดูยูทูบนานที่สุด เฉลี่ยสูงถึง 161.5 นาทีต่อวัน โดยมีฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของเวลาดูเพิ่มขึ้นเร็วที่สุด (เพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 3)
ไม่กี่ปีมานี้ ยูทูบ ได้บุกตลาดคอนเทนต์ทีวี ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับพรีเมียม โดยเพิ่งเซ็นสัญญาหลายปีคว้าสิทธิ์สตรีมงานประกาศผลรางวัลออสการ์ รวมถึงการถ่ายทอดสดการเดินพรมแดงของเหล่านักแสดงและคลิปวิดีโอเบื้องหลัง
นอกจากนี้ยูทูบยังชิมลางคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลซึ่งทำสถิติยอดผู้ชมพร้อมกันสูงสุดบนแพลตฟอร์มกว่า 17.3 ล้านคน
ด้านเน็ตฟลิกซ์ก็โต้กลับด้วยการทำวิดีโอพอดแคสต์ซึ่งเป็นแนวคอนเทนต์ที่กำลังโตมากบนยูทูบ โดยได้ไปจับมือกับอดีตนักฟุตบอลชื่อดังทำวิดีโอพอดแคสต์ “เดอะ เรสต์ อิส ฟุตบอล” เพื่อสตรีมแบบรายวันตลอดช่วงฟุตบอลโลก 2026
ทั้งนี้แม้ยูทูบไม่ได้เป็นผู้ลงทุนผลิตคอนเทนต์เอง แต่ความที่เป็นแพลตฟอร์มวิดีโออันดับหนึ่งของโลก ทั้งค่ายคอนเทนต์กับสถานีโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งบรรดาอินฟลูเอ็นเซอร์ ต่างก็ต้องทำคอนเทนต์มาลง
และยิ่งยุคนี้คนดูคลิปวิดีโอและถ่ายทอดสดออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจากอุปกรณ์ใดก็ตาม จึงมีคอนเทนต์แบบถ่ายทอดสดออนไลน์มาลงในแพลตฟอร์มของยูทูบมากขึ้น จนปริมาณคอนเทนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ส่วนใหญ่ไม่ต้องลงแรงหรือลงทุนทำเองเลย
สถานการณ์ดังกล่าว บีบให้ค่ายคอนเทนต์ทั่วโลก ต่างก็ต้องมีช่องบนยูทูบ ซึ่งเน็ตฟลิกซ์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ช่องในยูทูบของเน็ตฟลิกซ์ มียอดสมาชิก 78.2 ล้านบัญชี และมีการส่งสารคดีชุด “เอาร์ แพลนเน็ต” ให้ชมฟรีแบบเต็มคอนเทนต์อีกด้วย
แมตต์ รอสส์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของดิจิทัล ไอ กล่าวถึงพัฒนาการของยูทูบและชัยชนะที่ยูทูบมีต่อเน็ตฟลิกซ์ว่า ผู้ชมไม่ได้มองยูทูบเป็นแค่โซเชียลมีเดียอีกต่อไป แต่มองว่าเป็นแพลตฟอร์มดูคอนเทนต์หลักในชีวิตประจำวันไปแล้ว
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ในที่สุดแล้วยูทูบจะแซงเน็ตฟลิกซ์ได้สำเร็จ โดยนี่ถือเป็นอีกหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการดูคอนเทนต์ที่สำคัญของคนทั่วโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา / theguardian
