ญี่ปุ่น เป็นทีมที่ทำผลงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้น่าประทับใจให้คนในชาติภูมิใจและชาวเอเชียต่างร่วมกันส่งกำลังใจให้เข้ารอบลึกๆ ได้
อย่างไรก็ตาม วงการฟุตบอลญี่ปุ่น ก็มีปัญหาที่ยังต้องแก้ให้ได้ โดยหากแก้ไม่ตก การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกให้ได้ในอนาคตเป็นทีมแรกของเอเชียอาจไม่เป็นไปตามเป้า
ในวันอาทิตย์อันสดเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภาพของเด็ก ๆ ประมาณ 20 คน วิ่งไล่กวดลูกฟุตบอลอย่างสนุกสนานในสนามโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ นี่คือการซ้อมของสโมสรฮามาดะ-โยชิดากาโอะกะ เอสเอสเอส
แต่หากมองไปรอบ ๆ จะพบว่าสนามฟุตบอลอันกว้างใหญ่ถูกใช้งานเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น โดย โทโยชิ ซากาโมโตะ โค้ชวัย 71 ปีของสโมสรแห่งนี้ เล่าว่า เมื่อก่อน ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด เคยมีเด็ก ๆ ถึง 30 คนในระดับชั้นเดียวด้วยซ้ำ
เดิมทีสโมสรแห่งนี้ใช้ชื่อว่า โยชิดากาโอะกะ เอสเอสเอส ซึ่งเป็นต้นสังกัดแรกสมัยยังเด็กของ อายาเสะ อุเอดะ นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรเฟเยนูร์ด ในลีกเนเธอร์แลนด์

แต่เมื่อเผชิญกับวิกฤตเด็กเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนสมาชิกก็ลดฮวบ จนทำให้ในปี 2023 สโมสรต้องตัดสินใจรวมทีมกับโรงเรียนประถมฮามาดะที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อความอยู่รอด
ปัจจุบัน สโมสรมีสมาชิกทั้งหมด 53 คน (รวมถึงเด็กก่อนวัยเรียน) แม้จะพยายามรับเด็กจากโรงเรียนประถมถึง 9 แห่งมาร่วมทีมเพื่อรักษาขนาดของสโมสรไว้ แต่ก็ยังเจอปัญหาช่องว่างระหว่างวัย
เช่น ในปีการศึกษาที่แล้ว มีเด็ก ป.6 เหลืออยู่เพียง 3 คนเท่านั้น ทำให้การสร้างทีมที่มั่นคงเป็นไปได้ยากมาก
สถานการณ์นี้ก็เกิดขึ้นกับสโมสรเยาวชนอื่น ๆ ในเมืองมิโตะที่ต้องยุบตัวหรือควบรวมทีมไปหลายแห่ง รวมไปถึงเป็นการสะท้อนปัญหาของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นอีกด้วย
ข้อมูลจากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (เจเอฟเอ) ยืนยันวิกฤตนี้อย่างชัดเจน โดยจำนวนสโมสรฟุตบอลที่ลงทะเบียนใน คลาสโฟร์ (กลุ่มอายุระดับประถมศึกษา) ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี หลังจากเคยพุ่งสูงสุดที่ 8,934 สโมสรในปี 2014
แต่ในปี 2025 ที่ผ่านมา เหลืออยู่เพียง 7,888 สโมสร เท่ากับว่าภายในระยะเวลาแค่ 10 กว่าปี มีสโมสรฟุตบอลเด็กหายไปมากกว่า 1,000 แห่ง
อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีที่ลดลง เพราะลิขสิทธิ์ฟุตบอลในปัจจุบันย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบบเก็บเงิน ซึ่งค่าบริการรายเดือนหลายพันเยนถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปสำหรับหลายครอบครัวในยุคที่ค่าครองชีพสูง
นี่ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่ได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ยกเว้นว่าพ่อแม่ชอบฟุตบอลและมีกำลังพอที่จะจ่ายเพิ่มสำหรับค่าบริการของแพลตฟอร์มที่เน้นกีฬา
ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า มีเด็กญี่ปุ่นยุคนี้จำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ดูการถ่ายทอดสดแมตช์ที่ อายาเสะ อุเอดะ ลงเล่น พวกจึงไม่รู้ว่า อายาเสะ อุเอดะ คือ นักเตะที่ทำประตูสูงสุดของลีกเนเธอร์แลนด์ในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป และเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกที่ทำได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากการแข่งขันของทีมชาติญี่ปุ่นทุกนัดจะได้รับการถ่ายทอดสดผ่านทางฟรีทีวี ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงและรับชมฝีเท้าของเหล่านักเตะญี่ปุ่นระดับท็อปของประเทศบนเวทีโลกได้อย่างง่ายขึ้น

โค้ช โทโยชิ ซากาโมโตะ กล่าวด้วยความหวังว่า การที่เด็ก ๆ ได้เห็นอายาเสะ อุเอดะ เล่นอย่างสุดความสามารถในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะมอบความฝันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา จึงหวังว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ หันมาเริ่มเล่นฟุตบอลกันมากขึ้น
ทั้งนี้ ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่อัตราเกิดต่ำสุดติดอันดับต้นๆ ของโลกมานานแล้ว โดยเมื่อปี 2024 ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่ 686,000 คน ถือเป็นการลงสู่ระดับต่ำกว่า 700,000 คนเป็นครั้งแรก นับจากเริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 1899
ซึ่งสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยพอปี 2025 ก็ต่ำลงมาอีก ลงมาอยู่ที่ 671,236 คน จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคม ต่อเนื่องมาถึงวงการฟุตบอลในที่สุด / mainichi
