สำหรับใครหลายคน “รอยแผลเป็น” ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ร่องรอยบนผิวหนัง ลึก ๆ แล้วมันคือ “ความกังวลใจ” ที่คอยบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตทุก ๆ วัน สิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาไม่ใช่แค่เจลทาแผลทั่วไป แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ “ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง” เพื่อให้พวกเขากลับมามั่นใจได้อีกครั้ง
เมื่อการดูแลรอยแผลเป็นเกี่ยวข้องกับความมั่นใจในระยะยาว จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและผลลัพธ์มากกว่าปัจจัยด้านราคา เพราะมันทำให้รู้สึกคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็น “Dermatix Ultra” ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ความเชื่อมั่นดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญ “DERMATIX ULTRA : The One Solution for Severe Scars” หรือ “เอาจริงเรื่องแผลเป็น” ที่ต้องการตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแผลเป็น พร้อมสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มีความจำเป็นในการดูแลแผลเป็นอย่างจริงจัง ทั้งกลุ่มคุณแม่แผลผ่าคลอด กลุ่มศัลยกรรม และกลุ่มแผลผ่าตัด ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่มีความกังวลสูงและต้องการการดูแลรอยแผลเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

แผลเป็นอาจมีที่มาต่างกัน แต่ความต้องการเหมือนกัน
แม้รอยแผลเป็นจะมีที่มาแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความต้องการกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง
คุณแม่หลังคลอดจำนวนไม่น้อยกังวลกับรอยแผลผ่าคลอดที่เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต กลุ่มศัลยกรรมความงามให้ความสำคัญกับการดูแลผลลัพธ์หลังการผ่าตัด ขณะที่ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดจากการรักษาทางการแพทย์ต่างต้องการดูแลรอยแผลเป็นให้ดีขึ้น เพื่อกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
จากความกังวลที่แตกต่างกันนี้ Dermatix Ultra จึงเลือกสื่อสารไปยัง 3 กลุ่มผู้บริโภคหลักที่มีความจำเป็นในการดูแลแผลเป็นอย่างจริงจัง ได้แก่ กลุ่มคุณแม่แผลผ่าคลอด กลุ่มศัลยกรรม และกลุ่มแผลผ่าตัด เพราะแม้ที่มาของรอยแผลจะต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนมองหาเหมือนกัน คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่เชื่อมั่นได้

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับรอยแผลเป็น การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือการมองหา ‘ความคุ้มค่าที่แท้จริง’ จากผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Dermatix Ultra ช่วยให้แผลเป็นแลดูจางลงได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องเสี่ยงเสียเงินและเสียเวลา ซึ่งการันตีด้วยความมั่นใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทำให้แบรนด์นี้ยังคงครองใจผู้บริโภคในฐานะทางเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด
มุมมองดังกล่าวจึงต่อยอดสู่แคมเปญ “DERMATIX ULTRA : The One Solution for Severe Scars” หรือ “เอาจริงเรื่องแผลเป็น” ที่ต้องการสะท้อนว่า การดูแลแผลเป็นเริ่มต้นจากการเข้าใจความกังวลที่อยู่เบื้องหลังรอยแผลแต่ละประเภท และส่งต่อแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
ภายใต้แคมเปญนี้ Dermatix Ultra เดินหน้าสื่อสารเรื่องการดูแลแผลเป็นอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเข้าใจปัญหา การดูแลอย่างตรงจุด ไปจนถึงการใช้งานอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคกลับมามั่นใจในตัวเองได้อีกครั้ง

“เอาจริงเรื่องแผลเป็น”
เจลตัวจบที่เริ่มดูแลอย่างตรงจุด
สำหรับ Dermatix Ultra คำว่า “เอาจริงเรื่องแผลเป็น” ไม่ได้หมายถึงการเข้าใจปัญหาของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่คือความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็น “เจลลดรอยแผลเป็นตัวจริง ตัวจบ ที่ดูแลแผลเป็นแบบตรงจุด” ผ่านนวัตกรรมที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์คือ CPX Technology® เทคโนโลยีซิลิโคนเจล สูตรเฉพาะของ Dermatix ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมช่วยให้เนื้อเยื่อแผลเป็นนุ่มลง และลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ เสริมด้วย Vitamin C Ester ที่ช่วยลดเลือนรอยแผลเป็น และช่วยให้สีผิวบริเวณรอยแผลแลดูสม่ำเสมอมากขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นกลาง เพราะแบรนด์เข้าใจว่าผิวบริเวณแผลเป็นต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษ
นอกจากการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ ดูแลรอยแผลเป็นอย่างตรงจุดแล้ว แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการใช้งานอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง จึงพัฒนาสูตรการใช้จากงานศึกษาวิจัย เป็นแนวคิด “3-2-1 Method” เพื่อช่วยให้การดูแลแผลเป็นเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- 3 : ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน
- 2 : ทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
- 1 : ใช้ปริมาณเท่า 1 เมล็ดถั่วเขียวต่อครั้ง แล้วเกลี่ยบาง ๆ ตามแนวแผลเป็น
แนวคิด 3-2-1 ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้การดูแลรอยแผลเป็นเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมสะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการช่วยให้ผู้บริโภคดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จาก Insight สู่การสื่อสารที่เข้าถึงในทุกจุดสัมผัส
เพื่อให้สารสำคัญของแคมเปญเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครบถ้วน Dermatix Ultra ได้วางกลยุทธ์การสื่อสารแบบ Omni-Channel ที่เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในทุกมิติ
ตั้งแต่ “Thematic VDO” ที่แตกไลน์การสื่อสารสอดคล้องกับพฤติกรรมและ Insight เฉพาะตัวของผู้บริโภคใน 3 เซกเมนต์หลักอย่างชัดเจน
- กลุ่มแผลผ่าคลอด (C-Section): ถ่ายทอดโมเมนต์สำคัญของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับรอยแผลทางกายภาพหลังคลอด โดยแบรนด์ทำหน้าที่ส่งต่อทางเลือกในการดูแลแผลอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลจริง เพื่อให้คุณแม่โฟกัสกับความสุขในการเลี้ยงลูกได้อย่างเต็มที่
- กลุ่มแผลศัลยกรรมความงาม (Beauty Surgery): เจาะลึกอินไซต์ของคนที่เลือกปรับลุคเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ต้องสะดุดกับความกังวลเรื่องรอยแผลหลังศัลยกรรม ซึ่ง Dermatix Ultra เข้ามาตอบโจทย์เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวในขั้นตอนสุดท้าย
- กลุ่มผ่าตัด/ศัลยกรรมในกลุ่ม LGBTQ+: สอดรับกับยุคสมัยที่เปิดกว้างอย่างเท่าเทียม ด้วยเรื่องราวที่สนับสนุนทุกความมั่นใจในการทำศัลยกรรมปรับโครงสร้างหรือสรีระ โดยมอบแนวทางการดูแลแผลผ่าตัดอย่างตรงจุดและเข้าใจ
“สื่อ OOH” ปลุกความตื่นตัวใจกลางเมืองด้วยป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น โดยหยิบเอาข้อความ “เอาจริงเรื่องแผลเป็นศัลยกรรม” มาสื่อสารอย่างเด่นชัด ดึงดูดทุกสายตา และชี้ไปที่กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการสื่อสารฟังก์ชันที่เข้าใจง่าย และตอกย้ำการเป็นผลิตภัณฑ์ตัวจบจากนวัตกรรมความงามที่ดูแลรอยแผลเป็นแบบตรงจุด ช่วยดึงดูดความสนใจและตอกย้ำการรับรู้ให้กับคนเมืองที่ผ่านไปมาในแต่ละวันได้อย่างดีเยี่ยม


รวมไปถึงการตอกย้ำความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม Maternal Class ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง “Medpark Hospital” เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมความพร้อมในการดูแลตัวเองของคุณแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะการแชร์ทริคการดูแลผิวและรอยแผลหลังผ่าตัดคลอด (C-Section) อย่างถูกวิธี ซึ่งการลงพื้นที่ไปมอบความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในครั้งนี้ ช่วยคลายความกังวลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด ไปพร้อมกับสร้างความผูกพันและการรับรู้ในตัวแบรนด์ ตั้งแต่ก้าวแรกก่อนเริ่มต้นบทบาทคุณแม่ได้อย่างลึกซึ้ง รวมไปถึงการเป็น Partner กับ Vincent Clinic เพื่อสร้างความผูกพันกับกลุ่มเป้าหมายในหลากหลายมิติ


ทุก Touchpoint จึงทำหน้าที่เชื่อมแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมส่งต่อสารสำคัญของแคมเปญให้ตรงกับความต้องการของพวกเขามากที่สุด และตอกย้ำแนวคิด “เอาจริงเรื่องแผลเป็น” ผ่านการส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาแผลเป็น
สรุป
สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงให้ความไว้วางใจและเลือกใช้ “Dermatix Ultra” อย่างต่อเนื่อง คือ “ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง” ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว เพราะเป็นการลงทุนที่ให้ผลลัพธ์อย่างตรงจุดตั้งแต่ครั้งแรก ช่วยลดโอกาสในการเสียเงินซ้ำซ้อนและเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูกกับทางเลือกอื่น ๆ ที่อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เรียกได้ว่าคุ้มค่าทั้งในมิติของผลลัพธ์ เวลา และค่าใช้จ่าย
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการส่งต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลแผลเป็นอย่างถูกวิธี เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มดูแลแผลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น
ภายใต้แนวคิด “เอาจริงเรื่องแผลเป็น” สิ่งที่ Dermatix Ultra พยายามส่งมอบจึงไม่ใช่เพียงการดูแลรอยแผลเป็นอย่างตรงจุด แต่คือการช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านความกังวลที่อยู่เบื้องหลังรอยแผลเหล่านั้น และกลับมามั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตอีกครั้ง
