มีบริษัทหนึ่งที่ทำรายได้ 34,000 ล้านบาท มีสมาชิกใช้งานสิบล้านคนต่อเดือน แต่มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากเว็บโพสต์รูปรองเท้าของเด็ก ม.ปลาย

ในปี 2001 มีเด็กนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งที่ชื่อว่า Cho Man-ho เปิดกลุ่มพูดคุยเรื่องรองเท้าในโซเชียลมีเดียขึ้นมา ไม่นานหลังจากนั้นกลุ่มนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาจึงตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อแชร์รูปภาพแฟชั่นสตรีท เสื้อผ้า และวิธีแต่งตัวให้เข้ากับรองเท้าสนีกเกอร์ในสไตล์ต่างๆ

โดยชื่อของเว็บก็ตรงไปตรงมา “MUSINSA” มาจากคำย่อในภาษาเกาหลีที่แปลว่า “สถานที่ที่มีรูปถ่ายรองเท้าผ้าใบเยอะมาก”

MUSINSA กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนเกาหลี เนื่องจากในยุคนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดียเจ้าอื่นให้หาสไตล์การแต่งตัวเหมือนทุกวันนี้

จนเกิดเป็นภาพจำว่า ถ้าต้องการอัปเดตเทรนด์แฟชั่นล่าสุด ต้องเข้าไปดูที่ MUSINSA จนกลายเป็น community ที่มีการแชร์รูปภาพการแต่งตัวเยอะมาก

และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรแฟชั่นเกาหลีในปัจจุบัน โดยจุดที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของ MUSINSA เติบโตด้วยการค่อยๆ นำจุดแข็งเดิมของธุรกิจมาต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ เป็นเคสธุรกิจที่หลายบริษัทสามารถนำไปต่อยอดได้

ย้อนกลับมาในปี 2003 – 2005 เมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงแรกก็เกิดขึ้น เมื่อผู้ก่อตั้งต้องการขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น

MUSINSA มีฐานคนดู คนติดตามเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีคอนเทนต์เป็นของตัวเอง

บริษัทจึงโฟกัสไปที่การสร้างคอนเทนต์เป็นของตัวเอง มีการทำนิตยสารเป็นของตัวเอง มีเนื้อหาตั้งแต่เรื่องแฟชั่นในแง่มุมต่างๆ ไปจนถึงการสัมภาษณ์ดีไซเนอร์แต่ละแบรนด์เกี่ยวกับแนวคิดและเบื้องหลังการออกแบบเสื้อผ้า

ซึ่งคอนเทนต์เหล่านี้ประสบความสำเร็จมาก จนหลายแบรนด์อยากเข้ามาร่วมทำงานด้วยมากมาย

เมื่อมีฐานคนดู คนติดตาม และมีความน่าเชื่อถือแล้ว สิ่งต่อไปที่บริษัทพัฒนาต่อคือการเป็นร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ในปี 2009

แต่จะขายเสื้อผ้าเหมือนปกติ ก็อาจจะต้องเจอคู่แข่งเจ้าอื่น จุดหนึ่งที่บริษัทชูเป็นจุดแข็งขึ้นมา คือการทำสินค้าที่มีขายเฉพาะที่ MUSINSA เท่านั้น และมี motto ว่า ‘เราขายเฉพาะของแท้’

และในเวลานั้น แม้การช้อปปิ้งออนไลน์จะเริ่มได้รับความนิยมแล้ว แต่แพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคมั่นใจว่า “ขายของแท้” ยังมีไม่มาก

และในมุมแบรนด์เสื้อผ้าที่มีขนาดเล็ก-กลาง การจะขายสินค้าในห้างสรรสินค้าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ด้วยจุดแข็งของ MUSINSA ที่มีในตอนนั้นทั้งความน่าเชื่อถือ ทั้งจำนวนคนติดตาม ทำให้แบรนด์จำนวนมากต้องการร่วมงานด้วย

อย่างแบรนด์เกาหลีที่ดังมากในไทยอย่าง thisisneverthat ก็เติบโตมาพร้อมกับ MUSINSA ในยุคนั้น

ในมุมหนึ่ง MUSINSA อาจดูเหมือนร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือ เสื้อผ้าหลายแบรนด์ที่ขายบนแพลตฟอร์มนี้หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้

เมื่อมีพื้นที่ขายของแล้ว ก็ต้องมีของแบรนด์ตัวเอง

บริษัทมีการเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง “MUSINSA Standard” ที่เป็นเสื้อผ้าสไตล์เรียบๆ คุณภาพดี จนกลายเป็นหนึ่งในร้านที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยนิยมแวะเมื่อไปเกาหลี

จนในปี 2019 MUSINSA ได้รับเงินลงทุนจากบริษัทอย่าง Sequoia Capital ที่มูลค่าบริษัทที่ 800 ล้านดอลลาร์  เป็นบริษัทยูนิคอร์นตัวที่ 10 ของเกาหลี

หลังได้เงินลงทุนก้อนใหญ่ บริษัทก็ขยับอีกหลายอย่าง ทั้งการเปิดหน้าร้านจริงในเกาหลี สวนทางกับแบรนด์ออนไลน์ทั่วไปที่พยายามหนีค่าเช่า ไปจนถึงการเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอาง

โดยเริ่มจากการขายเครื่องสำอางให้กับลูกค้ากลุ่มเดิมก่อน แล้วเมื่อมีฐานลูกค้ามากขึ้น เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และมองเห็นช่องว่างในตลาด ก็เปิดแบรนด์ของตัวเองอย่าง Oddtype ขึ้นมา คล้ายกับสิ่งที่เคยเห็นในธุรกิจเสื้อผ้า

โดยในปีล่าสุด 2025 MUSINSA ทำรายได้ไป 34,000 ล้านบาท และมียอดสมาชิกที่ใช้งานทุกเดือนมากกว่า 10 ล้านคน

MUSINSA นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของบริษัทที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วขยายธุรกิจอย่างมีแบบแผน

การขยายธุรกิจของบริษัทในแต่ละครั้งอาจดูไม่หวือหวา แต่ถ้าเราสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าบริษัทพยายามนำจุดแข็งเก่าเพื่อมาต่อยอดธุรกิจ ทำให้ธุรกิจที่หยิบมาทำมีแต้มต่อตั้งแต่วันแรกที่คนอื่นไม่มี และประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

https://about.musinsa.com/newsroom/about-musinsa?fbclid=IwY2xjawTY8_lleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFVTjhFOWVvdnZ4THhJYVhlc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHns7Tg6j_x6BO3DUEJuJEeLyAxOD5JGTrcpbN68xCRG9gZMImdXYl_Sxv-9N_aem_pd2qcQIte9M0BrrPzagkvA

https://corp.musinsa.com/en/company

https://about.musinsa.com/newsroom/musinsa-ceo