ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “เงินติดล้อ” ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินของกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อย เพื่อเป็นที่พึ่งทางการเงินให้กับคนไทย ซึ่งความตั้งใจดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค สะท้อนกลับมาเป็นความไว้วางใจและครองใจผู้บริโภค กระทั่งได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ในหมวดสินเชื่อทะเบียนรถอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

Marketeer ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจสินเชื่อ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังแนวคิดที่ทำให้เงินติดล้อได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ตั้งต้นจากเจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส

หากย้อนถามถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เงินติดล้อยังคงสามารถยืนหยัดเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบนั้นเริ่มต้นจากเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการเป็นสถาบันการเงินที่มุ่งสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรม และโปร่งใส ให้กับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อยที่อาจมีรายได้ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถเข้าถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป (Underbanked) ซึ่งเจตนารมณ์นี้เปรียบเสมือนกระดุมเม็ดแรก ที่ได้รับการกลัดอย่างถูกต้อง

เมื่อเป้าหมายชัดเจน สิ่งสำคัญถัดมาคือการขับเคลื่อนเจตนารมณ์นี้ไปสู่การปฏิบัติจริงผ่าน “คน” ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าขององค์กร ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือการบ่มเพาะสร้างความคิดของพนักงานทุกคนให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร จึงนำมาสู่การสร้างค่านิยมองค์กร 7 ข้อ ซึ่งมีครอบคลุมตั้งแต่การสร้างทัศนคติเกี่ยวกับการสร้างโอกาสให้กับลูกค้าและสังคม การพัฒนาตนเอง การสนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความซื่อสัตย์ รวมไปถึงวิธีการทำงานและการฉลองความสำเร็จไปด้วยกัน กระทั่งในเวลาต่อมาสิ่งเหล่านี้กลายเป็น DNA ที่มีลักษณะเฉพาะและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเงินติดล้อ และได้หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมองค์กรในแบบ “ชาวเงินติดล้อ” ที่ทุกคนมีแนวคิดการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้กับลูกค้า เพื่อเป็นที่พึ่งทางการเงินให้กับลูกค้า อยู่เคียงข้างลูกค้าในยามที่มีปัญหาทางการเงิน หรือเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการของลูกค้า

เมื่อกระดุมเม็ดแรกถูกกลัดได้ถูกที่แล้ว จะเป็นจุดยึดเหนี่ยวเพื่อกลัดกระดุมเม็ดถัดไป คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ สินเชื่อทะเบียนรถเก๋ง-รถกระบะ สินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก สินเชื่อทะเบียนรถบรรทุกซื้อขาย หรือแม้กระทั่งสินเชื่อเพื่อคนมีที่ดิน สิ่งเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างครอบคลุม

นวัตกรรมทางการเงิน ความเข้าใจ สู่การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

สิ่งที่ “เงินติดล้อ” ทำอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลามากกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา คือการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการเงินที่เท่าเทียม ที่ผ่านมาเงินติดล้อจึงสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านทุก Touchpoint โดยผสานช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อในรูปแบบ Omni-Channel เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

เริ่มต้นตั้งแต่การให้บริการอย่างใกล้ชิดแบบ Face-to-Face ผ่านพนักงานเงินติดล้อมากกว่า 5,000 คน ประจำอยู่ที่สาขามากกว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งพร้อมดูแลครอบคลุมทั้งในด้านสินเชื่อและประกันภัย ก่อนต่อยอดไปสู่บริการแบบ Self-Service เพื่อรองรับพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันที่มีความคุ้นชินกับเทคโนโลยีมากขึ้น ผ่านนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากความเข้าใจ เพื่อช่วยทำให้ชีวิตของลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “บัตรติดล้อ” บัตรกดเงินสดที่เป็นวงเงินหมุนเวียน ช่วยให้ลูกค้าได้รับวงเงินวันแรกเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องกู้เผื่อ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้น และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถกดเงินสดหมุนเวียนได้ทันทีผ่านตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ

และ “บริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี” ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนชื่อ “แอปติดใจ” (ชื่อเดิมแอปเงินติดล้อ) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้สะดวก ทุกที่ทุกเวลา รองรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉิน ซึ่งล่าสุด “แอปติดใจ” ยังพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อให้เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มด้านสินเชื่อและประกันภัย โดยเพิ่มฟีเจอร์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเพื่อเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน พร้อมเปิดกว้างให้ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์เหล่านี้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนจากจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนอกเวลาทำการของสาขาซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 50% ของผู้ใช้งานทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน “บริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี” ผ่านแอปติดใจกลายเป็นอีกช่องทางหลักที่ลูกค้าเลือกใช้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่านวัตกรรมทางการเงินของเงินติดล้อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังคงมีบริการสายด่วน Call Center หมายเลข 088-088-0880 ที่มีพนักงานพร้อมให้คำแนะนำและดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

No.1 Brand พร้อมเป็นที่พึ่งทางการเงินของผู้คน

อีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างแต้มต่อและทำให้ “เงินติดล้อ” แตกต่างอย่างโดดเด่น คือการเป็นผู้บุกเบิกในการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของอุตสาหกรรม ผ่านโครงการ “สัญญาโปร่งใส” ที่ปรับเปลี่ยนภาษากฎหมายในสัญญาเงินกู้ที่เคยเข้าใจยากและซับซ้อน ให้กลายมาเป็นภาษาที่อ่านง่าย ตรงไปตรงมา เพื่อรักษาสิทธิและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

ขณะเดียวกันเงินติดล้อยังจัดทำแคมเปญสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละสถานการณ์มากที่สุด โดยในปีนี้เงินติดล้อได้ออกแคมเปญลดดอกเบี้ยพิเศษ 2 โครงการ ได้แก่ แคมเปญ Back to School เปิดเทอมใหม่ พร้อมไปต่อ” มอบดอกเบี้ยพิเศษ 0.94% ต่อเดือน สำหรับผู้ขอสินเชื่อทะเบียนรถเก๋งและรถกระบะ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่กำลังเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังบุตรหลานเปิดเทอม และ แคมเปญ “รีไฟแนนซ์รถเก๋งและรถกระบะ” มอบดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.46% ต่อเดือน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่างวดในแต่ละเดือนจากที่หนักอยู่ให้เบาลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังคงมี “โครงการรวมยอดหนี้” (Balance Transfer) ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินต่อเดือนให้กับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อนักสู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดี แต่ต้องแบกหนี้หลายแห่งพร้อมกัน ให้สามารถรวมหนี้มาไว้ที่เงินติดล้อเพื่อปรับยอดชำระหนี้ต่อเดือนให้ลดลง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดี

ในมิติของการมีส่วนร่วมกับสังคม แบรนด์ยังคงเดินหน้าสื่อสารสร้างแง่คิดและเตือนสติสังคมผ่านหนังโฆษณาที่มีเอกลักษณ์ ชัดเจน จริงใจ และตรงไปตรงมา ในแบบฉบับเงินติดล้อ โดยในปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวหนังสั้นชุด “ทางเลือก” เพื่อกระตุกความคิดสังคมไทยต่อปัญหาหนี้สินเกินตัวที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินความจำเป็น ควบคู่ไปกับการส่งต่อความรู้ด้านการเงินและประกันภัยให้กับคนไทยผ่านโครงการ “นำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้” ที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานมากกว่า 10 ปี เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการเงินให้กับผู้คนในชุมชน ช่วยให้สามารถดูแลเรื่องการเงินของตัวเองและครอบครัวได้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ซึ่ง “เงินติดล้อ” ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่เริ่มมีการจัดหมวดสินเชื่อทะเบียนรถขึ้นมา ถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของพวกเราชาวเงินติดล้อ ที่สะท้อนให้เห็นว่าเจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คนที่พวกเรายึดมั่นมาตลอด ถูกส่งกลับมาเป็นความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบให้ “เงินติดล้อ” แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการรักษาความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในระยะยาว เพื่อให้ทุกครั้งที่ลูกค้าต้องเผชิญกับปัญหาการเงิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฉุกเฉิน หรือต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องในกิจการ จะยังคงนึกถึง “เงินติดล้อ” ในฐานะแบรนด์ที่พร้อมยืนเคียงข้างเพื่อช่วยให้ลูกค้าทุกคนมี “ชีวิตหมุนต่อได้” ตามสโลแกนของเรา

ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ส่วนเติมเต็มเจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสทางการเงิน ด้วยการส่งเสริมการเข้าถึงประกันภัยให้กับผู้คน

สำหรับ บมจ. เงินติดล้อ นอกจากภารกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินแล้ว ยังมีอีกภารกิจสำคัญคือการส่งเสริมการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัย ให้กับผู้คนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ซึ่งประกันเหล่านี้เปรียบเหมือนโล่ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้กับผู้คน โดยให้บริการภายใต้แบรนด์ “ประกันติดโล่” (Shield Insurance Broker) แบรนด์นายหน้าประกันภัยที่พร้อมให้คำปรึกษาและเสนอขายประกันอย่างใกล้ชิด (Face-to-Face) ผ่านนายหน้าประกันมืออาชีพที่มีใบอนุญาตกว่า 5,000 คน ประจำอยู่ที่สาขาเงินติดล้อมากกว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกความคุ้มครอง ทั้งประกันรถ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันโรคมะเร็ง ประกันอัคคีภัย ประกันการเดินทาง และประกันชีวิต นอกจากนี้ประกันติดโล่ยังถือเป็นผู้บุกเบิกบริการแบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินสด ไม่มีดอกเบี้ย ปัจจุบันสูงสุด 10 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงประกันภัยได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี กระทั่งปัจจุบันบริการดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานการให้บริการของธุรกิจนายหน้าประกันภัย สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง

นอกจากนี้ ประกันติดโล่ ยังยกระดับบทบาทธุรกิจนายหน้าประกันภัยแบบเดิม ๆ สู่การเป็น Service Broker ที่ไม่ใช่เพียงขายประกันแต่พร้อมดูแลและอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทางความคุ้มครอง ภายใต้สโลแกน “สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม”

โดยในปีที่ผ่านมาประกันติดโล่ได้ออกโซเชียลแคมเปญ “บรรเทาซวย” โดยหยิบคำว่า “ซวย” ที่เชื่อมโยงความรู้สึกและเป็นคำฮิตติดปากเวลาคนไทยเจออุบัติเหตุหรือเรื่องไม่คาดฝัน นำมาถ่ายทอดให้เห็นว่าประกันภัยคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการเงินได้ ก่อนจะต่อยอดสู่บริการ After ซวย Service 1501 ผ่าน Call Center ประกันติดโล่ ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยสแตนด์บายประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตอกย้ำจุดยืนผ่านซีรีส์โฆษณา “รับจบซวย” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่สร้างสรรค์โฆษณาซีรีส์ความยาวต่อเนื่องถึง 10 ตอน สื่อสารโดยใช้เรื่องราวใกล้ตัวลูกค้าผสานเข้ากับอารมณ์ขัน เพื่อทำให้การประกันภัยเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายสำหรับคนไทยทุกคน โดยแฝงบริการของประกันติดโล่ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในทุกช่วงเวลาที่เกิดเรื่องแย่ๆ กระทั่งสามารถคว้ารางวัล Silver Lions จากเวทีโฆษณาระดับโลก Cannes Lions 2026 มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าจุดยืนของแบรนด์ในการมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้กับลูกค้า สามารถสร้างการยอมรับในระดับสากลได้ และความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่บนเวที แต่ยังสะท้อนออกมาเป็นความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ประกันติดโล่ ยืนยันได้จากสถิติในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จำนวนสายโทรเข้าเพื่อขอรับบริการผ่าน After ซวย Service 1501 เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ยังมุ่งใช้เทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดให้ครอบคลุมผ่านแบรนด์ อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Software-as-a-Service (SaaS) สำหรับนายหน้าประกันอิสระที่สมัครเป็นสมาชิก ช่วยให้สามารถเข้าถึงระบบบริหารงานขาย ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายและมีมาตรฐาน และแบรนด์ เฮ้ กู๊ดดี้ (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล 100% สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อประกันด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถเปรียบเทียบเบี้ยและเงื่อนไขได้เองตลอด 24 ชั่วโมง โดยทั้ง 2 แพลตฟอร์มสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดนายหน้าประกันภัยให้ครอบคลุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการเริ่มต้นด้วยเจตนารมณ์ที่ดี สู่การสร้างค่านิยมที่ใช่ ถูกหล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ “เงินติดล้อ” สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ถูกถ่ายทอดผ่านบริการที่จริงใจจากพนักงานเงินติดล้อทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนกลับมาเป็นความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบกลับมาให้เงินติดล้อ และเราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็น No.1 Brand ที่ครองใจลูกค้าในระยะยาว