สมรภูมิยาสีฟันในไทย มูลค่าตลาด 12,747 ล้านบาท พลิกโฉมจากของใช้ทำความสะอาดพื้นฐานสู่นวัตกรรมความงามและสุขภาพช่องปาก แบรนด์มุ่งเดินหน้ายึดพื้นที่ในกิจวัตรการดูแลตัวเองและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

| ตลาดยาสีฟันไทย สมรภูมิยิ้มหมื่นล้าน
ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อฟันขาว-ปากหอม |
|
|---|---|
| ปี พ.ศ. | มูลค่าตลาดยาสีฟันในไทย |
| 2566 | 10,800 ล้านบาท |
| 2567 | 11,304 ล้านบาท |
| 2568 | 12,025 ล้านบาท |
| 2569 | 12,747 ล้านบาท |
| สัดส่วนมูลค่าตลาด แบ่งตามช่องทางการขาย | |
| โมเดิร์นเทรด 75% | ร้านค้ารายย่อย 20% |
| ช่องทางออนไลน์ 5% | |
| สัดส่วนมูลค่าตลาด แบ่งตามเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ ปี 2568 | |
| Regular & Fresh Breath (สูตรมาตรฐาน / ลมหายใจสดชื่น) | 38% |
| Herbal (สมุนไพร) | 25% |
| Therapeutic / Gum & Sensitive Care (ลดเสียวฟันและดูแลเหงือก) | 20% |
| Whitening (ฟันขาว) | 12% |
| Kids (ยาสีฟันสำหรับเด็ก) | 5% |
| ที่มา: Marketeer รวบรวมจากการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด / สิงหาคม 2569 | |
ตลาดยาสีฟันในประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากที่มีการแข่งขันสูงและเติบโตต่อเนื่อง
ตลาดนี้เคยผ่านจุดที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นเพียงสินค้าที่เน้นแค่การทำความสะอาดและป้องกันฟันผุด้วยฟลูออไรด์ในชีวิตประจำวัน จนทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องเผชิญความท้าทายในการหาจุดเด่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค
กระทั่งก้าวเข้าสู่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์ผู้ขับเคลื่อนตลาดต่างต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยหันมาโฟกัสธุรกิจด้วยแนวทางใหม่ ๆ อย่างเช่น การนำแนวคิดสกินแคร์มาผสมผสานในการดูแลช่องปาก
การชูจุดเด่นเรื่องส่วนผสมที่แก้ปัญหาเฉพาะจุด การทำให้ฟันขาวกระจ่างใส และการดึงสมุนไพรมาผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่
รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่รักการมีลมหายใจหอมสดชื่น ชื่นชอบการใช้สมุนไพร และพร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อยาสีฟันพรีเมียมที่มีผลลัพธ์จับต้องได้
โดยจะพบว่าเซกเมนต์สูตรมาตรฐานที่เน้นลมหายใจสดชื่นและเซกเมนต์สมุนไพร นับเป็นหัวหอกหลักที่ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดรวมกันเกินครึ่ง
ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านยาสีฟันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างบุคลิกภาพ และรักษาการเติบโตของตลาดเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
กลุ่มผู้นำตลาดมวลชน (Mass Market) แข่งเดือดหนีสงครามราคา
ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดมวลชนยังคงมองหาความคุ้มค่าควบคู่กับผลลัพธ์ ทำให้ผู้เล่นแถวหน้าต้องเร่งงัดหมัดเด็ดเพื่อชิงพื้นที่
คอลเกต (Colgate) ยังคงรักษาแชมป์อย่างเหนียวแน่นด้วยกลยุทธ์การทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล อย่างเช่น แคมเปญที่นำเทคโนโลยี AI มาสร้างโลโก้จากรอยยิ้มผู้บริโภค ควบคู่กับการยึดพื้นที่ชั้นวางด้วยแพ็กคู่ประหยัดสุดคุ้ม
ดาร์ลี่ (Darlie) รุกหนักด้วยเกมราคาและความคุ้มค่า ชูจุดขายเชิงปริมาณอย่างการสกัดมินต์เข้มข้นเพื่อดึงดูดใจ ณ จุดขาย
ซิสเท็มมา (Systema) มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยสู่การดูแลอย่างเป็นระบบ พร้อมอัปเกรดสูตรเพิ่มฟลูออไรด์ และจับมือลิขสิทธิ์การ์ตูนดังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
ซอลส์ (SALZ) เดินหน้าสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง อย่างการทำรสชาติชาไทย
โคลสอัพ (Closeup) วางตำแหน่งแบรนด์เป็นผู้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าสังคม พร้อมทุ่มงบสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งระดับโลกร่วมกับฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
กลุ่มพรีเมียมและเวชสำอางเฉพาะทาง (Premium & Therapeutic)
เดนทิสเต้ (DENTISTE’) ครองความเป็นผู้นำในตลาดยาสีฟันกลุ่มพรีเมียม พร้อมทุ่มงบดึงศิลปินระดับโลก ‘ลิซ่า ลลิษา’ มาเป็นแอมบาสเดอร์ต่อเนื่องเพื่อขยายตลาดต่างประเทศ
ออรัล-บี (Oral-B) ผลักดันเทรนด์ความงามช่องปากด้วยผลลัพธ์ฟันขาว พร้อมรสชาติสไตล์บิวตี้อย่างไวท์พีช
เซ็นโซดายน์ (Sensodyne) ย้ำความน่าเชื่อถือผ่านการแนะนำโดยทันตแพทย์เพื่อแก้ปัญหาเสียวฟัน และกำลังขยายขอบเขตสู่เซกเมนต์ฟันขาวควบคู่กัน
ฟลูโอคารีล (Fluocaril) ชูภาพลักษณ์แบรนด์จากฝรั่งเศสและนวัตกรรมฟลูออไรด์ รุกหนักในกลุ่มวัยรุ่นด้วยพรีเซนเตอร์คนดัง
สปาร์คเคิล (Sparkle) เดินหน้ารุกหนักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยพรีเซนเตอร์คนดังและเทคโนโลยีขจัดคราบเพื่อฟันขาว
กลุ่มสมุนไพรและสินค้าทางเลือก (Herbal & Natural) เซกเมนต์นี้ปรับตัวหนักเพื่อขยายฐานลูกค้า
ดอกบัวคู่ (Twin Lotus) ปรับโฉมด้วยการผสมผสานสารสกัดใหม่อย่างฟ้าทะลายโจรและเติมฟลูออไรด์
เทพไทย (Tepthai) ตอกย้ำความคุ้มค่าด้วยปริมาณการใช้เพียงเท่าเมล็ดถั่วเขียว พร้อมออกรสชาติใหม่ ๆ ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่ายขึ้น
ไฮ-เฮิร์บ (Hi-Herb) วางตำแหน่งเป็นยาสีฟันสมุนไพรระดับพรีเมียมที่ดูร่วมสมัย
ส่วนแบรนด์คลาสสิกอย่าง ‘รุ่งอรุณ’ (Roong Aroon) และ ‘หมอจุฬา’ (Moa Jula) ยังคงรักษาฐานลูกค้าด้วยสูตรที่วางตำแหน่งราคาเข้าถึงง่าย
แบรนด์ทางเลือกอย่าง ‘ดี-เฮิร์บ’ (D-Herb) และ ‘ชีววิถี’ (Bio Way) เกาะกระแสสุขภาพด้วยส่วนผสมเฉพาะอย่างเกลือชมพูหิมาลายัน ‘สไมล์ออน’ (SmileOn) ยึดมั่นในช่องทางขายตรงด้วยหลอดขนาดใหญ่พิเศษสุดคุ้ม
กลุ่มสำหรับเด็ก (Kids Segment) มัดใจคุณแม่ ดึงดูดน้อง ๆ
สมรภูมินี้มุ่งสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองควบคู่กับการดึงดูดใจเด็ก ‘โคโดโม’ (Kodomo) สร้างความน่าเชื่อถือด้วยปริมาณฟลูออไรด์ตามมาตรฐานทันตแพทย์และให้ความรู้เรื่องการใช้งานอย่างละเอียดบนกล่อง
ในขณะที่ ‘คอลเกต’ (Colgate) กลุ่มเด็ก เลือกใช้กลยุทธ์ซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนระดับโลกเพื่อดึงดูดความสนใจเด็ก พร้อมตีตราสัญลักษณ์ความปลอดภัยเพื่อซื้อใจพ่อแม่ยุคใหม่
