31 สิงหาคมอาจเป็นแค่วันสุดท้ายของคนทั่วไป แต่สำหรับ Apple บริษัทเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ
เพราะเป็นวันสุดท้ายในบทบาทซีอีโอของ Tim Cook ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ จอห์น เทอร์นัส นับจาก 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป
แม้ไม่ได้อยู่กับบริษัทตั้งแต่ยุคก่อตั้ง แต่ ทิม คุก คือผู้ที่สำคัญต่อแอปเปิลอย่างมาก เพราะเขาคือผู้ที่ขึ้นมารักษาการหลายครั้งช่วงที่ สตีฟ จ็อบส์ ลาพักไปรักษาตัว
ขณะเดียวกันเขาคือผู้ที่ทำให้แอปเปิลเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 149 ล้านล้านบาท)
ก่อนที่จะมาอยู่กับแอปเปิล ทิม คุก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของ ไอบีเอ็ม และ คอมแพค มาแล้ว โดยคุณสมบัติเหล่านี้เองที่ไปเตะตา สตีฟ จ็อบส์

ทิม คุก มาเริ่มงานกับแอปเปิลในปี 1998 ช่วงปีเดียวกับที่ออกคอมพิวเตอร์ไอแม็ค ด้วยตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ โดยมีหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการซัพพลายเชนให้ราบรื่น เพื่อให้การผลิตไม่ติดขัด
จากนั้น ทิม คุก ก็เป็นหนึ่งในคนที่ สตีฟ จ็อบส์ ไว้ใจที่สุด ทำให้เขาเลื่อนขึ้นมาเป็นเบอร์ต้นๆ ขององค์กร ซึ่งดูแลทั้งเรื่องซัพพลายเชนและยอดขาย
ปี 2004 สุขภาพของ สตีฟ จ็อบส์ เริ่มไม่ดีจึงต้องไปพักรักษาตัว โดยเขาวางใจให้ ทิม คุก ขึ้นมาเป็นซีอีโอรักษาการ
จากนั้นในปี 2009 และ 2011 สุขภาพของ สตีฟ จ็อบส์ ก็แย่ลงอีก ซึ่งคนที่เขาวางใจให้เป็นซีอีโอรักษาการก็ยังเป็น ทิม คุก เช่นเดิม

ปี 2011 สตีฟ จ็อบส์ ก็เสียชีวิต โดยคนที่เข้าใจแอปเปิลมากที่สุดคือ ประธานฝ่ายปฏิบัติการอย่าง ทิม คุก ที่เคยเป็นซีอีโอรักษาการมาแล้วหลายครั้ง
ดังนั้นเขาจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นซีอีโอแอปเปิลคนต่อไป ซึ่งถือเป็นคนที่ 7 ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
ทิม คุก ส่งอีเมลถึงพนักงานของแอปเปิลผ่านอีเมลเมื่อ 24 สิงหาคม 2011 วันแรกของการเป็นซีอีโอเต็มตัวว่า “แอปเปิลจะไม่เปลี่ยนไป ผมจะรักษากฎธรรมเนียมปฏิบัติและคุณค่าขององค์กรไว้ สตีฟ จ็อบส์ ก่อร่างสร้างแอปเปิลมาให้เป็นบริษัทที่ไม่เหมือนบริษัทไหนในโลก เราจะรักษาดีเอ็นเอนี้ไว้”
ทิม คุก ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะพาแอปเปิลหลังหมดยุค สตีฟ จ็อบส์ ไปต่ออย่างไร โดยแก็ดเจ็ตแอปเปิลตัวแรกในยุคของ ทิม คุก คือ ไอโฟน 4 เอส ที่แม้มี “สิริ” เอไอรุ่นแรกๆ มาเป็นผู้ช่วย แต่นักลงทุนก็ไม่ได้ตอบรับในทางที่ดีเท่าใดนัก
ขณะนั้นนักลงทุนมองว่า ทั้งไอโฟน 4 เอส และ “สิริ” เป็นเพียงของใหม่ที่เรียกความสนใจได้เพียงเล็กน้อย ไม่ต่างจากเสียงฟู่เมื่อตอนเปิดขวดน้ำอัดลมเท่านั้น
ทิม คุก จบปีแรกในการเป็นซีอีโอแอปเปิล ด้วยตัวเลขยอดขายที่ 100,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ล้าน 4.4 ล้านบาท) พร้อมมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 349,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15 ล้านล้านบาท)
ขาขึ้นของแอปเปิลภายใต้การบริหารของ ทิม คุก เริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2015 หลังเปิดตัว แอปเปิล วอทช์ ที่ต่อมาจะเปิดตลาดสมาร์ทวอทช์
และกลายเป็นแก็ดเจ็ตสำคัญต่อจาก ไอโฟน ไอแพด และ ไอพอด ที่ทำรายได้มหาศาลให้แอปเปิล พร้อมกันนี้ยังบีบให้ทั้งบริษัทเทคโนโลยีและนาฬิกาต้องหันมาผลิตสมาร์ทวอทช์อีกด้วย

ซึ่งนี่ก็ตรงตามที่ ทิม คุก คาดไว้ว่า “แอปเปิล วอทช์ จะเป็นการเปิดทางให้แอปเปิลไปสู่ยุคต่อไป ผ่านเทคโนโลยีที่ลูกค้าชื่นชอบ การรับรู้ข้อมูลได้ง่ายขึ้นพร้อมสุขภาพที่ดีขึ้น”
สิงหาคม 2018 ทิม คุก ฉลอง 7 ปีของการเป็นซีอีโอแอปเปิลด้วยข่าวดี และหมุดหมายสำคัญขององค์กร ด้วยการเป็นบริษัทแรกในโลกที่มีมูลค่าล้านล้านดอลลาร์
ทิม คุก กล่าว่า “นี่เป็นหมุดหมายสำคัญของแอปเปิล และเป็นเกียรติประวัติในชีวิต แต่ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันของพนักงานแอปเปิลทุกคน”
ในปีท้ายๆ ของการเป็นซีอีโอ ทิม คุก ก็ยังคงพาแอปเปิลไปข้างหน้าด้วยการเจรจาเพื่อนำเอไอของแชตจีพีทีเข้ามาช่วยในระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์แอปเปิลทั้งหมด
แม้ถูกวิจารณ์ว่าช้ากว่าบริษัทคู่แข่งแต่ ทิม คุก ก็กล่าวว่าผ่านการพิจารณา คัดกรองและปรับแต่งอย่างรอบคอบแล้วว่า จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการใช้อุปกรณ์ดีที่สุด
ทิม คุก ยังได้แก้ไขปัญหาการผลิตที่เชื่อมโยงกับการเมืองสหรัฐฯ อย่างการย้ายฐานการผลิตไอโฟนและอุปกรณ์แอปเปิลบางส่วนจากจีนไปอินเดีย เพื่อเลี่ยงไม่ให้ราคาสินค้าแอปเปิลโดนกำแพงภาษีจากนโยบายประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อีกด้วย
31 สิงหาคม 2026 เป็นวันสุดท้ายในบทบาทซีอีโอแอปเปิลของ ทิม คุก โดยเขาจะเลื่อนขึ้นไปเป็นประธานบอร์ดบริหาร

แต่เขาจะได้รับการจดจำในฐานะซีอีโอคนสำคัญผู้พาแอปเปิลสู่ยักษ์เทคมูลค่าทะลุ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ และด้วย 15 ปีในตำแหน่งทำให้เขาเป็นซีอีโอที่อยู่ในตำแหน่งนี้นานที่สุดของแอปเปิลอีกด้วย
ทิม คุก กล่าวถึงการได้เป็นซีอีโอแอปเปิลไว้ว่า “ถือเป็นเกียรติประวัติในชีวิต ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในบริษัทที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และเป็นองค์กรนวัตกรรม ซึ่งคิดค้นและผลักดันสินค้าและบริการออกมาสร้างความประทับใจให้คนทั่วโลก” / euronews, statista, britanica, mcrumors
