ข่าวใหญ่สุดในวงการเทคโนโลยี และแบรนด์ระดับโลกในของเมษายน 2026 คงเป็นข่าวไหนไปไม่ได้ นอกจากข่าว การปรับเปลี่ยนซีอีโอของ Apple จาก Tim Cook ที่อยู่ตำแหน่งมา 15 ไปเป็น John Ternus

เมื่อ John Ternus ขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 1 กันยายน 2026 เขาจะกลายเป็นซีอีโอคนที่ 8 ของ Apple มาย้อนดูกันว่ากว่า 50 ปีมานี้มีใครบ้างที่กุมบังเหียนยักษ์เทคแห่งนี้ และยุคของแต่คนมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง
Michael Scott (1977–1981)
ในยุคแรก Steve Jobs และ Steve Wozniak สองผู้ก่อตั้ง Apple ที่อายุเพียง 21 และ 25 ปี ยังถูกมองว่าเด็กเกินไปที่จะคุมบริษัท Mike Markkula นักลงทุนรายแรกของบริษัทจึงไปทาบทาม Michael Scott อดีตเพื่อนร่วมงานจากบริษัทชิป Fairchild มาเป็นซีอีโอคนแรก
แม้ Michael Scott เป็นที่จดจำในฐานะผู้วางรากฐานองค์กรที่เข้มงวด จริงจัง และนำรูปแบบการบริหารบริษัทมาใช้จัดระเบียบ Apple ที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ไม่ต่างจาก Start-up ในปัจจุบัน จนถึงขั้นสั่งแบนการใช้เครื่องพิมพ์ดีดและเคยสั่งปลดพนักงานครั้งใหญ่ แต่ในยุคของเขา Apple ก็มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่น Apple I ออกมา
หลังออกจาก Apple แล้ว Michael Scott ได้ไปร่วมก่อตั้งบริษัทดาวเทียม Starstruck ต่อด้วยการผันตัวไปเป็นนักสะสมอัญมณี และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2025 ด้วยวัย 80 ปี
Mike Markkula (1981–1983)
Mike Markkula คือหนึ่งในผู้เชื่อมั่นใน Apple ตั้งแต่ยังอยู่ในโรงรถ โดย Markkula ใช้เงินส่วนตัว 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) เพื่อแจ้งเกิดบริษัท ก่อนจะรับไม้ต่อเป็นซีอีโออยู่ 2 ปี
ในยุคของเขา Apple สามารถผลักดัน คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่น Apple ออกมาได้สำเร็จ โดยแม้เขาจะเป็นหัวเรือใหญ่อยู่เพียง 2 ปี แต่แต่ก็ยังเป็นบอร์ดบริหารมายาวนานจนถึงปี 1997
หลังลงจากเก้าอี้หัวเรือใหญ่ Apple เขาได้ไปก่อตั้ง Echelon Corporation บริษัทพัฒนาระบบสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ และก่อตั้งสถาบันอบรมการใช้เทคโนโลยีแขนงต่างๆ อย่างจริยธรรมและจรรยาบรรณ
ปัจจุบัน Mike Markkula มีอายุ 84 ปี และสำคัญต่อ Apple ในฐานะนักลงทุนรายแรก
John Sculley (1983–1993)
Steve Jobs ดึงตัว John Sculley มาจาก Pepsi ด้วยประโยคดังในแวดวงธุรกิจที่ว่า “คุณอยากขายน้ำหวานไปตลอดชีวิต หรือจะมาเปลี่ยนโลกกับผม?” โดยในยุคของ John Sculley นั้น Apple ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย
ชัดเจนที่สุดคือคอมพิวเตอร์ตระกูล Macintosh รวมไปถึงคอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่น Powerbook 100 และหนังโฆษณาในชื่อ 1984 อันโด่งดังที่กำกับโดย Ridley Scott ทว่าเขาก็ขัดแย้งกับ Steve Jobs และบริหารผิดพลาดทำให้บริษัทประสบปัญหาต้นทุนและมีสินค้าที่ล้มเหลวหลายตัวจนในที่สุดต้องลาออกไป
หลังออกจาก Apple แล้ว John Sculley ก็ยังทำงานอยู่ในแวดวงเทคโนโลยี ต่อมาในปี 2004 ได้ร่วมก่อตั้ง Zeta บริษัทที่ปรึกษาการตลาดให้บริษัทเทคโนโลยี โดยปัจจุบันเขามีอายุ 87 ปี และได้รับการจดจำในฐานะอดีตซีอีโอคนสำคัญของ Apple
Michael Spindler (1993–1996)
Michael Spindler เป็นผู้บริหารชาวเยอรมันที่ไต่เต้ามาจากฝั่งยุโรป โดยในยุคของเขาแม้ Apple รุ่งสู่ขาขึ้นด้วย PowerPC และเรียกเสียงฮือฮาด้วยนวัตกรรมอย่าง Newton Messege pad แต่ก็เผชิญความล้มเหลวเช่นกัน จากการที่ Newton Messege pad ขายไม่ออก
ก่อนจะออกตำแหน่ง Michael Spindler พยายามหาทางขาย Apple ให้กับบริษัทอื่นแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นเขาก็หายหน้าไปสื่อจนมาเสียชีวิต เมื่อปี 2016 ด้วยวัย 73 ปี
Gil Amelio (1996–1997)
แม้ Gil Amelio จะเป็นซีอีโอของ Apple ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเพียง 1 ปี แต่เขามีบทบาทสำคัญคือการเข้าซื้อบริษัท NeXT ซึ่งเป็นการดึงตัว Steve Jobs กลับมาสู่ Apple อีกครั้ง และผลักดัน Notebook PowerBook 3400 ออกมา
อย่างไรก็ตามภายใต้การบริหารของ Gil Amelio หุ้น Apple ร่วงหนักสุดในรอบ 12 ปี จนถูกกดดันให้ลาออก
หลังออกจาก Apple แล้ว Gil Amelio ได้ไปจับมือกับ Steve Wozniak ตั้งบริษัทผลิตชิป Acquicor Technology ต่อด้วยการผันตัวเองไปเป็นนักลงทุนในวงการเทคโนโลยี โดยปัจจุบันเขามีอายุ 83 ปี
Steve Jobs (1997–2011)
Steve Jobs กลับมาเพื่อกอบกู้ Apple ที่ใกล้จะล้มละลาย โดยตัดสินค้าที่ไม่จำเป็นทิ้งและเน้นไปที่นวัตกรรมกับดีไซน์ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกอย่าง iPod, iPhone และ iPad
ในยุคของ Steve Jobs นั้น Apple ยกระดับขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก และเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะการทำให้สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่คนทั่วโลกต้องมี
แต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2011 Steve Jobs ก็จำเป็นต้องลงจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ และเสียชีวิตลงในเดือนตุลาคมปีเดียวกันด้วยวัย 56 ปี
Tim Cook (2011- 31 สิงหาคม 2026)
Tim Cook รับไม้ต่อจาก Steve Jobs โดยเขาได้เปลี่ยน Apple จากบริษัทนวัตกรรมให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีมูลค่ามหาศาล

มูลค่าบริษัทของ Apple ในยุคของ Tim Cook พุ่งจาก 350,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 11 ล้านล้านบาท) สู่ 4,000,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 128 ล้านล้านบาท) โดยเขาได้ผลักดัน Apple Watch และชิป Apple Silicon รวมถึง Apple Intelligence ออกสู่ตลาด
แม้ Tim Cook จะถูกมองว่าสุขุมกว่า Steve Jobs แต่เขาก็พิสูจน์แล้วว่าผลงานของเขานั้น “ของจริง” อย่างไรก็ตาม 31 สิงหาคมนี้จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายในฐานะซีอีโอ Apple ของ Tim Cook
John Ternus (ตั้งแต่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป)
John Ternus เป็นลูกหม้อที่ทำงานกับ Apple มานานกว่า 25 ปี โดยเริ่มจากทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ในปี 2001 และยังเป็นหัวเรือใหญ่ด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ที่คุมการสร้าง iPhone, Mac และโปรเจกต์ล้ำหน้าอย่าง Apple Vision Pro รวมถึง MacBook Neo รุ่นล่าสุด
ดังนั้นในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกร John Ternus วัย 50 ปี จึงถูกจับตามองว่าจะนำพา Apple สู้ในศึก AI ที่ดุเดือดได้อย่างไร เขาจะรักษามาตรฐานที่ Tim Cook ทำไว้ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ Apple ให้โลกเห็นได้หรือไม่ / observer , cnn, wikipedia
