การกลับมาเป็น CEO ที่ Apple ของ Steve Jobs ในปี 1997 ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีอเมริกันแห่งนี้ทะยานสู่ขาขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง โดยมี iPhone และ Gadget ตระกูล i เป็นทัพหน้าพาสู่ความก้าวหน้า ขณะเดียวกันยังปฏิวัติวงการอุปกรณ์สื่อสารและทำให้บริษัทได้รับการจดจำในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม    

Tim Cook

แต่ปัญหาสุขภาพก็ทำให้ Steve Jobs ต้องลดบทบาท ตั้งแต่การบริหารไปจนถึงเป็นแรงบันดาลใจและหัวเรือใหญ่ที่กระตุ้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรุ่นใหม่ ๆ โดย Tim Cook คือผู้ที่เขาไว้ใจให้มารับช่วงบริหารและพาบริษัทที่ตนร่วมก่อตั้งกับ Steve Wozniak ในโรงรถ ให้ก้าวต่อไป

Steve Jobs 

แม้จุดเด่นด้านนวัตกรรมของ Apple ในมือ Tim Cook ลดลงไป แถมยังโดนคู่แข่งจากเอเชียตะวันออก อย่าง Samsung Huawei และ Xiaomi แซงหน้าในเรื่องยอดขาย Smartphone

แต่ในภาพรวมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Tim Cook คือผู้ที่พา Apple สานต่อความสำเร็จจาก Brand Loyalty สุดเหนียวแน่นของผู้ใช้ทั่วโลก และขยับขยายอาณาจักรธุรกิจไปได้อีกมากมาย

ความสำเร็จของ Apple ในยุคของ Tim Cook ยืนยันได้จากยอดขาย 347,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11.3 ล้านล้านบาท) ในไตรมาส 2 ปี 2021 เพิ่มจาก 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) ของไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 2011

Tim Cook มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการบริหารบริษัทเทคโนโลยีเป็นอย่างดี จากการคว้าปริญญาตรีสาขาวิศวอุตสาหกรรมและบริหารฝ่ายธุรกิจ PC ของ IBM นาน 12 ปี

รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ Compaq อีก 6 เดือน ‘ดีกรี’ เหล่านี้ไปเตะตา Steve Jobs และอยากได้ตัวทาบทามมาทำงานที่ Apple  

Tim Cook ย้ายมาอยู่กับ Apple ในปี 1997 ปีเดียวกับที่ Steve Jobs กลับมาบริหาร Apple และทยอยพา Apple คืนชีพ โดยตำแหน่งแรกของ Tim Cook ที่ Apple คือรองประธานฝ่ายปฏิบัติการที่ดูแลธุรกิจทั่วโลกให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น

และต่อมาช่วงที่ Apple กลับมาสร้างชื่อกับ Gadget ตระกูล i เขาคือผู้มีส่วนสำคัญในการบริหาร Supply ไม่ให้การผลิตและวางจำหน่ายสะดุด

ปี 2009 Tim Cook ขึ้นมาเป็น CEO ขัดตาทัพของ Apple ท่ามกลางอาการป่วยที่มีแต่ทรุดกับทรุดของ Steve Jobs  โดย Tim Cook เผยว่าก่อนเสียชีวิต Steve Jobs เคยกล่าวว่า ทำสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องต่ออนาคตบริษัทไปได้เลยอย่างไม่ต้องลังเล หรือพะวงว่าถ้าเป็น Steve Jobs จะทำอย่างไร  

นี่เป็นเหมือนการปลดล็อกและเปิดไฟเขียวจาก Steve Jobs ให้ Tim Cook พา Apple เดินหน้าต่อ แต่ในทางตรงกันข้ามก็เหมือนสัญญาณชีพจรของ Steve Jobs ที่แผ่วลง

Tim Cook ขึ้นเป็น CEO ของ Apple เต็มตัว สิงหาคมปี 2011 สองเดือน Steve Jobs เสียชีวิต ขณะนั้น Gadget ดังของบริษัทคือ iPhone 4 และสิ้นปีนั้น Apple ทำยอดขายเฉพาะ Smartphone ได้ 89.2 ล้านเครื่องทั่วโลก คิดเป็น 5% ของตลาด โดยที่ Nokia ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด (นับรวม Feature phone) ด้วยยอดขาย 422 ล้านเครื่องทั่วโลก คิดเป็น 23.8% ของตลาด      

อีกหลายปีจากนั้น Tim Cook ก็พา Apple ก้าวหน้าตามลำดับ ท่ามกลางความท้าทายที่รายรอบ ทั้งการขึ้นมาของแบรนด์จีน อย่าง Huawei และ Xiaomi โดยที่ Nokia ร่วงแบบกู่ไม่กลับ

ขณะเดียวกันการเป็นบริษัทใหญ่ของสหรัฐฯ Apple ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ขัดแย้งกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดี Donald Trump ที่ปิดกั้นชาวต่างชาติ ซึ่ง Tim Cook ก็เป็นผู้ลุกขึ้นบอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะบริษัทเทคโนโลยีต้องพึ่งพาคนเก่งจากต่างประเทศอย่างมาก

Tim Cook ยังเปิดเผยว่าตนเป็นเกย์ (เมื่อปี 2014) และร่วมเป็นแกนนำเรียกร้องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) อีกด้วย

Apple ในยุคของ Tim Cook ได้มีการแตก Gadget ออกมาอีกมากมาย ทั้งนาฬิกา Apple Watch มี iPhone และ iPad หลายราคามากขึ้น

ขณะเดียวกันยังรุกสู่อุตสาหกรรมบันเทิงทั้งเพลงและภาพยนตร์ รวมถึง Series โดยอย่างหลังคือ Apple TV Plus ขณะเดียวกันยังมีข่าวออกมาว่าเตรียมรุกธุรกิจยานยนต์อีกด้วย 

ปัจจุบัน Apple ยังคงอยู่ในมือ Tim Cook เป็นแบรนด์แกร่ง โดยปีนี้เป็นแบรนด์ที่มูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 263,375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.6 ล้านล้านบาท) มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก เพิ่มจาก 254,188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.2 ล้านล้านบาท) ของปีก่อน

และเพิ่มขึ้นจาก 29,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 966,000 ล้านบาท) ของปี 2011 ปีแรกที่เขานั่งเก้าอี้ CEO เต็มตัว

ตัวเลขความสำเร็จของ Apple ยุค Tim Cook ยังยืนยันได้จากยอดขาย 199.8 ล้านเครื่องเมื่อปี 2020 เพิ่มจาก 89.2 ล้านเครื่องเมื่อปี 2011 และจำนวนผู้ใช้ปี 2021 ซึ่งมากถึง 1,000 ล้านคน เพิ่มจาก 135 ล้านคนเมื่อปี 2011 ทั้งหมดทำให้ Steve Jobs คิดไม่ผิดที่ให้ Tim Cook ขึ้นมารับช่วงการบริหาร Apple

ส่วน Apple ก็ตอบแทน Tim Cook ด้วยหุ้น 5 ล้านหุ้น ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,400 ล้านบาท)/branddirectory, wikipedia cnn, theverge, cnet, statista

Tim Cook



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน