สีอาจจะดูบาร์บี้ แต่นี่ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 2026 ยังคงมีกระแสให้พูดถึงอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่คนกำลังให้ความสนใจคือ เมื่อไม่นานมานี้ผู้ชมตั้งข้อสังเกตว่า รองเท้าที่ใช้ในการแข่งขันนัดแรกๆ ของทัวร์นาเมนต์นั้นส่วนมากล้วนมีสีสันสดใส สะดุดตา และมีอยู่สีหนึ่งที่นักเตะราวกับพร้อมใจกันใส่เกือบทั้งสนาม นั่นคือ สีชมพู

จิโอ เรย์นา ยิงประตูสุดประทับใจเปิดสนามฟุตบอลโลกให้สหรัฐอเมริกา, วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงประตูสุดสวยในนัดเปิดสนามของบราซิลคีเลียน, เอ็มบัปเป้ ยิงสองประตูขึ้นนำเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฝรั่งเศส

สิ่งที่นักเตะมีเหมือนกันคือ รองเท้าสตั๊ดสีชมพู?

ในนัดเปิดสนามระหว่างเม็กซิโกและแอฟริกาใต้ นักเตะตัวจริงเกือบทั้งหมด 22 คนจากทั้งสองฝ่าย ต่างสวมรองเท้าสีชมพูลงสนาม

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Nike, Adidas, Puma, New Balance และ Skechers ต่างก็จัดหารองเท้าสตั๊ดสีชมพูสดใสรุ่นพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกให้กับผู้เล่น

แล้วทำไมถึงต้องเป็นสีชมพู

โอดิงกา นิมาโก ผู้บริหารระดับสูงของทีมรองเท้าฟุตบอล Nike ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เนื่องจากในช่วงเวลาของการแข่งขัน นักกีฬาต้องการสิ่งเพิ่มความมั่นใจ รองเท้าที่มีสีสันสดใสเป็นกิมมิคเรียกความมั่นใจเล็ก ๆ ของนักฟุตบอล

ตามหลักจิตวิทยาเมื่อเราสวมใส่สีฉูดฉาดสดใสจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ โดยสร้างวงจรป้อนกลับทางจิตวิทยาในทันที สีสันช่วยกระตุ้นการตอบสนองทางระบบประสาทที่ปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุข (โดปามีน) ซึ่งจะช่วยยกระดับอารมณ์ เพิ่มพลังงาน และแสดงออกถึงอำนาจ

ตรงกับที่ New Balance ได้ให้เหตุผลที่เลือกใช้สีชมพูเป็นสีหลักในคอลเลคชั่นรองเท้าฟุตบอลโลกครั้งนี้ว่า สีชมพูมีความหมายถึงพลัง ความโดดเด่น และความมั่นใจในสนาม

ทั้งนี้ หลายสื่อพูดถึงเรื่องนี้ว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่ในทัวร์นาเมนต์นี้ต่างมีข้อผูกมัดตามสัญญาที่จะต้องสวมรองเท้าสีชมพูที่ได้รับ

เพราะนักฟุตบอลชื่อดังในยุคปัจจุบันต่างก็เป็น Muse ของแบรนด์กีฬา เช่น แอมบาสเดอร์ของ New Balance ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ Eberechi Eze (อังกฤษ), Bukayo Saka (อังกฤษ), Endrick (บราซิล), Timothy Weah (สหรัฐอเมริกา) เป็นต้น

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ได้เพิ่งจะมีการส่งรองเท้าให้นักเตะเช่นนี้ ในทุกทัวร์นาเมนต์แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้แนวทางนี้ในการโปรโมทแบรนด์ของตัวเอง เพราะในฟุตบอลโลกทุกพื้นที่คือโฆษณาที่สามารถสร้างรายได้ได้หมด  ส่งผลให้แบรนด์ต้องคิดหาวิธีทำให้สินค้าของตนโดดเด่น

รองเท้าสตั๊ดสีชมพู

ในปี 1998 ได้เริ่มเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อรองเท้าในวงการกีฬา ก่อนหน้านั้นมักจะมีกำหนดสีดำและสีขาวเป็นมาตรฐาน แต่หลัง 1998 รองเท้าสีเงิน เหลือง และน้ำเงินถูกหยิบมาใส่มากขึ้นในฟุตบอลโลก

แม้ดู ๆ แล้ว สีชมพูเป็นสีที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงมากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว สีชมพูมีบทบาทมากขึ้นในวงการฟุตบอลมานานนับทศวรรษแล้ว

The Guardian รายงานว่า ในปี 2020 ในฤดูกาล 2019-2020 มีผู้เล่นที่สวมรองเท้าสีชมพูทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 636 ประตู เทียบกับผู้เล่นที่สวมรองเท้าสีดำซึ่งทำได้เพียง 36 ประตูเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นดาวเด่นบางคนก็ไม่ได้สวมสีชมพูเสมอไป ยกตัวอย่างลิโอเนล เมสซี ก็สวมใส่รองเท้าสีขาวฟ้าอ่อนที่ผลิตโดย Adidas เพื่อให้เข้ากับชุดทีมชาติอาร์เจนตินา  หรืออย่าง คริสเตียน พูลิซิช ที่สวมรองเท้า Kidsuper Ultra 6 ผลิตโดย Puma เป็นสีขาวมีดาวสีฟ้าคล้ายกับธงชาติสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน Nike ได้ออกแบบรองเท้าฟุตบอลสีทองล้วนรุ่นพิเศษสำหรับคริสเตียโน โรนัลโด เพื่อเฉลิมฉลองการเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 ของเขา ซึ่งจะวางจำหน่ายในช่วงฟุตบอลโลก

สีชมพูกลายเป็นสีประจำฟุตบอลโลกอย่างไม่เป็นทางการ

สีชมพู ทั้งสีชมพูสะท้อนแสง ชมพูสด ชมพูฟูเชีย ช่วยขับเน้นให้สนามดูโดดเด่นตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว เมื่อรับชมผ่านการถ่ายทอดสด ไม่ว่าจะทางโทรทัศน์ เลื่อนดูบนโทรศัพท์มือถือ หรือรับชมสดในสนามกีฬาก็ตาม ก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

ประกอบกับสีชมพูเป็นสีที่ยังไม่มีทีมใดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ใช้ชุดแข่งสีชมพูเป็นหลัก (มีเพียงชุดเยือนของเบลเยียมจากอาดิดาสที่สีใกล้เคียงที่สุด) นั่นพอทำให้การใส่รองเท้าสีชมพูโดดเด่นได้ง่าย ไม่กลืนกับสีเสื้อ

WGSN เคยคาดการณ์ไว้ว่าสีชมพูจะฮิต

ในปี 2024 บริษัทพยากรณ์เทรนด์ผู้บริโภค WGSN ได้ทำนายว่า Electric Fuchsia หรือ ‘สีชมพูฟูเชีย’ จะเป็นหนึ่งในสีเด่นของฤดูร้อนปี 2026 โดยให้เหตุผลว่าเป็นสีแสงนีออนที่สดใส มีลักษณะเคลื่อนไหวและเป็นดิจิทัล อีกทั้งมีเฉดสีที่สว่างไสวอยู่ระหว่างสีชมพูและสีม่วง

ซึ่งปกติแบรนด์ผู้ผลิตก่อนจะออกรองเท้าใหม่รุ่นหนึ่ง ต้องใช้ระยะเวลานานถึงสองปีก่อนวางจำหน่าย แบรนด์มักจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการคาดการณ์เทรนด์อยู่แล้ว เพื่อเรียนรู้ว่าสี ธีม และสไตล์ใดมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมในช่วงที่ออกวางจำหน่าย

ซึ่งนั่นทำให้ สีชมพูฟูเซียคิดเป็น 48.2% ของรองเท้าสตั๊ดสีชมพูทั้งหมด และมีสัดส่วน 1.1% ของสีรองเท้าฟุตบอลโดยรวม ตามข้อมูลของ WGSN

ชื่อเรียกสีชมพูของแต่ละเฉดสีแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ มีตั้งแต่ “Solar Turbo” ของ Adidas ไปจนถึง “Poison Pink” ของ Puma

กล่าวโดยสรุป ‘สีชมพู’ ไม่ได้ทำให้นักเตะเล่นได้ดีขึ้น แต่เป็นเรื่องของจิตวิทยาสีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากกว่า เสริมสร้างความรู้สึกแบบองค์รวม และการที่มีนักเตะพร้อมใจกันใส่สีชมพูพร้อมกันเกือบทั้งสนาม ส่วนหนึ่งมาจากการที่หลาย ๆ แบรนด์ต่างก็ส่งคอลเลคชันสีที่ใกล้เคียงกันมาให้ จนทำให้เราเห็นภาพรองเท้าสตั๊ดสีชมพูเต็มสนามฟุตบอลโลก 2026


อ้างอิง : CNN, theguardian, nytimes, abcnews, bbc