GoPro เป็นชื่อแรกๆ ที่เคยถูกกล่าวถึงเสมอในตลาด Action Camera หรือกล้องสำหรับบันทึกภาพ-วิดีโอของสายลุย ต่อเนื่องไปถึงการเป็นกล้องคู่ใจของเหล่ายูทูบเบอร์ทั่วโลก 

แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทแรกๆ ในตลาดนี้กลับเผชิญมรสุมหลายด้าน ถึงขั้นเคยประกาศขายกิจการ และยอมรับว่าอาจต้องปิดตัว ทว่าล่าสุดโกโปรได้ไปต่อแล้ว 

สตาร์แมน ออปติคัล บริษัทผู้ผลิตตัวรับสัญญาณด้วยแสงสัญชาติอเมริกันที่ใช้ในการส่งข้อมูลอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ ได้เข้าซื้อหุ้น 90% ของโกโปร ผ่านดีล 285 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) 

แม้ สตาร์แมน ออปติคัล ระบุว่านี่เป็นดีลควบรวมกิจการ แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งจากสัดส่วนหุ้นเกือบทั้งหมดที่ได้ไปทำให้สตาร์แมน ออปติคัล กลายเป็นเจ้าของโกโปร ซึ่งก็คือการซื้อกิจการนั่นเอง 

สื่อธุรกิจในสหรัฐฯ รายงานว่า ดีลนี้จะทำให้หนี้สะสม 92 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ของโกโปรหมดไปเพราะ สตาร์แมน ออปติคัล จะจ่ายให้ 

และแม้จากนี้ โกโปร จะยังได้ผลิตสินค้าเพื่อตลาดกลุ่มผู้บริโภคอย่างกล้อง แอ็กชันคาเมรา ต่อไป แต่กล้องที่ออกมาจะถูกนำไปใช้ตามดาต้าเซ็นเตอร์ กิจการที่เกี่ยวกับเอไอและในธุรกิจรักษาความปลอดภัยมากขึ้น 

ทั้งสองบริษัทแถลงว่านี่จะเป็นการนำสิทธิบัตรที่มีรวมกันกว่า 2,500 ฉบับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยที่ นิโคลัส วูดแมน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ โกโปร ยอมรับว่าจากนี้ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย กิจการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายเอไอ จะสำคัญต่ออนาคตของบริษัท 

ทั้งนี้ดีลควบรวมกิจการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากบอร์ดบริหารของทั้งโกโปรและสตาร์แมน ออปติคัล แล้ว โดยกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น ภายในสิ้นปี 2026 

สำหรับโกโปร ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 หลัง นิก วูดแมน อึดอัดที่ไม่สามารถถ่ายภาพตัวเองขณะเล่นเซิร์ฟได้

เขาจึงได้คิดค้นกล้องผูกติดกับสายรัดข้อมือและส่งไปให้โรงงานรับจ้างผลิตขึ้นมา ส่วนเงินทุนในการผลิตและการก่อตั้งบริษัทก็ไปกู้เงินของครอบครัวมา 

อีก 10 ปีต่อมาโกโปรก็โตแบบก้าวกระโดด จนครองส่วนแบ่งกล้องวิดีโอดิจิทัลในสหรัฐฯ สูงถึง 1 ใน 5 ในปี 2012 และส่งให้ นิก วูดแมน กลายเป็นมหาเศรษฐีในเวลาต่อมา 

ปี 2014 พาโกโปรทำไอพีโอ และยกระดับแบรนด์จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนโลกการถ่ายวิดีโอ ช่วยให้นักกีฬากลางแจ้งอย่างนักเซิร์ฟ นักปั่นจักรยานภูเขา หรือนักเล่นสกี สามารถบันทึกภาพช็อตเท่ๆ ระดับภาพยนตร์ได้ด้วยตัวเอง 

และต่อมากลายมาเป็นกล้องที่เหล่ายูทูบเบอร์ โดยเฉพาะกลุ่มผจญภัยและสายลุยต่างๆ ทั่วโลกใช้กัน 

ทว่าจากนั้นมรสุมธุรกิจก็เริ่มถาโถมเข้าใส่โกโปร เมื่อโดรนที่ผลิตออกมาดับกลางอากาศ และสู้กับแบรนด์อันดับหนึ่งจากจีนอย่างดีเจไอไม่ได้ ขณะที่ โปรเจกต์ Virtual Reality ล้มเหลวไม่เป็นท่า 

นอกจากนี้ยังโดนศึกสองด้านบีบจากการที่กล้องสมาร์ตโฟนพัฒนาได้ดีขึ้นจนสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไปได้มากกว่า และถูกคู่แข่งอย่างดีเจไอและอินสตา360 แซงไปเรื่อยๆ

ต่อมาในปี 2018 โกโปรประกาศปลดพนักงานครั้งที่ 4 และยอมรับว่าอาจต้องขายกิจการ

โดยแม้ในปี 2020–2021 อาการของบริษัทจะดีขึ้นมาบ้างจากการหันไปขายตรงถึงผู้บริโภคและนำระบบสมาชิกมาใช้ แต่สถานการณ์โดยรวมก็ยังไม่น่าไว้วางใจ 

ปี 2025 โกโปร ทรุดหนักกว่าเดิม หลังส่วนแบ่งในตลาดโลกตามหลังคู่แข่งอย่างดีเจไอและอินสตา360 แบบไม่เห็นฝุ่น

กรกฎาคม 2026 โกโปรออกมาประกาศว่าอาจไปต่อไม่ไหว เพราะยอดขายตามหลังคู่แข่ง และมีหนี้สะสม ซ้ำร้ายชิปที่ใช้ในการผลิตก็ขาดแคลนและราคาแพง 

เพราะบรรดาบริษัทผู้ผลิตชิปหันไปผลิตชิปป้อนให้กับดาต้าเซ็นเตอร์และการขยายเครือข่ายเอไอของทั่วโลกมากกว่า 

ทว่าในที่สุดโกโปรก็ยังได้ไปต่อด้วยการควบรวมกิจการกับ สตาร์แมน ออปติคัล แต่ความอยู่รอดดังกล่าวก็แลกมากับการที่โกโปรจะเปลี่ยนไปเป็นกล้องเพื่อการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น

ต่างจากกล้องแอ็กชันคาเมราและกล้องคู่ใจยูทูบเบอร์ที่เคยสร้างชื่อให้บริษัทในอดีต / yahoofinance, techcrunch, cnbc