ตลาดอาหารเจไทยปีนี้ แม้จำนวนคนที่ตั้งใจกินเจจะลดลงต่อเนื่อง แต่เม็ดเงินใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกลับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 46,913-49,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี
จะเห็นได้ว่า ตลาดอาหารเจไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่กินเจอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ กำลังซื้อ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกอาหารตามความสะดวกและความต้องการด้านสุขภาพมากขึ้น
🟥ตลาดอาหารเจ 5 ปี เงินสะพัดเพิ่มทุกปี แม้คนกินลดลง
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า
-
ปี 2565 มูลค่าการใช้จ่าย 42,235 ล้านบาท
-
ปี 2566 มูลค่าการใช้จ่าย 44,558 ล้านบาท
-
ปี 2567 มูลค่าการใช้จ่าย 45,003 ล้านบาท
-
ปี 2568 มูลค่าการใช้จ่าย 45,903 ล้านบาท
-
ปี 2569 คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่าย 46,913-49,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 8% จากปีก่อน

ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อเทศกาลก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน
-
ปี 2565 เฉลี่ย 4,185 บาทต่อคน
-
ปี 2566 เฉลี่ย 4,587 บาทต่อคน
-
ปี 2567 เฉลี่ย 4,696 บาทต่อคน
-
ปี 2568 เฉลี่ย 5,211 บาทต่อคน
-
ปี 2569 คาดการณ์เฉลี่ย 5,576 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจ
แม้จำนวนคนที่ตั้งใจกินเจจะลดลง แต่เม็ดเงินใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนกลับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยต้องพิจารณาปัจจัยด้านราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้นประกอบด้วย ไม่ใช่หมายความว่าความต้องการบริโภคอาหารเจเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว

🟥ทำไมตลาดอาหารเจยังโต แม้คนกินเจลดลง
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ปี 2569 มีคนตั้งใจกินเจ 32% ลดลงจาก 34% ในปี 2568 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้นเป็น 5,576 บาท หรือเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เงินที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคซื้ออาหารเจมากขึ้นทั้งหมด เพราะผลสำรวจพบว่า ในกลุ่มคนที่คาดว่าจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 38.1% ระบุว่าเป็นผลจากราคาอาหารเจที่สูงขึ้น ขณะที่ 22.6% ระบุว่ารับประทานอาหารมากกว่าอาหารปกติ
อีกด้านหนึ่ง พฤติกรรมการกินเจก็เปลี่ยนไป โดยผู้ที่กินเจบางส่วนไม่ได้งดเนื้อสัตว์ตลอดเทศกาล แต่เลือกกินเฉพาะบางมื้อ ขณะที่เหตุผลของผู้ที่กินเจมีทั้งการทำบุญ การลดเนื้อสัตว์ และการดูแลสุขภาพ ซึ่งทำให้อาหารเจมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายกลุ่มมากขึ้น
สำหรับฝั่งผู้ประกอบการ นันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ซีพีแรมเลือกคงราคาอาหารเจจากปีก่อน แม้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น พร้อมเพิ่มสินค้าเป็น 50 รายการ และกระจายจำหน่ายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น และร้านค้ากว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ
อีกเรื่องที่ซีพีแรมเห็นคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้ปฏิเสธการกินเจ เพียงแต่เหตุผลในการกินอาจเปลี่ยนไปจากเดิมที่การกินเจผูกกับเรื่องศรัทธาและการถือศีล วันนี้เรื่องสุขภาพเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
บางคนไม่ได้กินเจตลอดเทศกาล แต่อาจเลือกกินบางมื้อเพื่อลดเนื้อสัตว์ หรือเลือกอาหารที่มองว่าดีกับสุขภาพมากขึ้น จึงเกิดกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้เรียกตัวเองว่า “คนกินเจ” แต่เป็นคนที่ลดการกินเนื้อสัตว์ หรือที่เรียกว่า Flexitarian
โดยตลาดอาหารเจมีโอกาสขยายออกจากฐานเดิมไปยังคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเมนูที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ โปรตีนจากพืช และความหลากหลายทางโภชนาการ แต่สุดท้ายแล้วเรื่องที่ตัดสินว่าคนจะซื้อซ้ำหรือไม่ ยังเป็นเรื่องเดิม นั่นคือ รสชาติ
ขณะที่ อัศวิน ภูริติกานต์ ผู้ช่วยผู้จัดการสาขาสาทร แม็คโคร ให้ข้อมูลว่า ผู้บริโภคหันมาซื้ออาหารเจสำเร็จรูปและอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น เพราะสะดวกกว่าการซื้อวัตถุดิบไปปรุงเอง โดยแม็คโครคาดว่ายอดขายสินค้าเจจะเติบโต 20-30% ในปีนี้
เมื่อดูข้อมูลจากทั้งสองฝั่ง จะเห็นว่าตลาดอาหารเจปีนี้มีทั้งปัจจัยด้านราคาที่ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพพ และความสะดวกมากขึ้น ส่วนการขยายตลาดในระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะทำให้อาหารเจตอบโจทย์ทั้งราคา รสชาติ และการซื้อหาในชีวิตประจำวันได้มากแค่ไหน

🟥เกร็ดความรู้ เทศกาลกินเจปี 2569 เริ่มวันไหน
เทศกาลกินเจปี 2569 ตรงกับวันที่ 10-18 ตุลาคม รวม 9 วัน เป็นช่วงที่ผู้คนงดบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารบางชนิดตามธรรมเนียมความเชื่อ เพื่อถือศีล ทำบุญ และดูแลจิตใจ
สัญลักษณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในช่วงเทศกาลคือธงสีเหลืองที่มีอักษรจีนสีแดง ส่วนอาหารเจนอกจากจะงดเนื้อสัตว์แล้ว ยังมีข้อปฏิบัติให้งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย และใบยาสูบ ตามธรรมเนียมการกินเจแบบจีน
ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเลือกกินอาหารเจได้หลากหลาย ทั้งผัก เต้าหู้ และโปรตีนจากพืช โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารราคาแพง สิ่งสำคัญคือการเลือกอาหารให้เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของร่างกาย
