SHARP หม้อหุงข้าวที่ครองใจคนไทย ด้วยคุณค่า และความไว้วางใจ คว้าแชมป์ No.1 Brand Thailand 2 ปีซ้อน
หากพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นเสมือน “หัวใจ” ของทุกห้องครัวไทย “หม้อหุงข้าว” คือไอเทมอันดับหนึ่งที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ ทว่าในยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคหมุนไปอย่างรวดเร็ว ตลาดหม้อหุงข้าวคือสมรภูมิการแข่งขันที่ขับเคี่ยวกันด้วยฟังก์ชัน ดีไซน์ และที่สำคัญที่สุดคือ “ความไว้วางใจ”
จากผลสำรวจแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ของ Marketeer ปีล่าสุด หม้อหุงข้าว SHARP ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2026 ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 2 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
Marketeer พาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จและกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ทำให้ “หม้อหุงข้าว SHARP” ยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจคนไทย ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์ของ คุณวรณัน วิสิฐนรภัทร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
สมรภูมิเดือด แต่ SHARP เลือกแข่งด้วย “คุณค่า”
ภาพรวมตลาดหม้อหุงข้าวในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่านี่คือ Red Ocean อย่างแท้จริง เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจัยหลักมาจากการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ทั้งแบรนด์เล็กและแบรนด์ใหญ่รวมกันมากกว่า 40 แบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางออนไลน์ที่มีการทำตลาดในหลากหลายระดับราคา ผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถพบเห็นหม้อหุงข้าวที่มีราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่ร้อยบาท สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นกว่าในอดีต

อย่างไรก็ตาม แม้การแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงเพียงใด แต่SHARPกลับมีมุมมองในการทำตลาดที่แตกต่างออกไป
“ตลาดหม้อหุงข้าวในประเทศไทยมี Segment ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่หม้อหุงข้าวธรรมดา หม้อหุงข้าวดิจิตอล หม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์ และหม้อหุงข้าวอุตสาหกรรม โดยกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจคือ หม้อหุงข้าวดิจิทัล และหม้อหุงข้าวที่มีความจุน้อยกว่า 1.8 ลิตร ซึ่งการเติบโตนี้สอดคล้องกับรูปแบบครอบครัวหรือครัวเรือนในปัจจุบันที่มีขนาดเล็กลง ทำให้ผู้บริโภคมองหาสินค้าที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกและรูปแบบการใช้งานของตนเองมากขึ้น
“นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนไป มีการศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อมากขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อกลับไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคยุคนี้ยังพิจารณาไปถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสมกับการใช้งาน ฟังก์ชันที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ไปจนถึงดีไซน์ของหม้อหุงข้าวซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ในการประกอบการตัดสินใจ”
ด้วยเหตุนี้ SHARPจึงเลือกที่จะแข่งขันด้วย “คุณค่าของสินค้า” มากกว่าการลงไปแข่งขันด้านราคา โดยใช้ Insight ของผู้บริโภคมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ผลลัพธ์ของกลยุทธ์นี้สะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขการเติบโต โดยในปีที่ผ่านมา หม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์สามารถเติบโตได้ถึง 3% ในขณะที่ภาพรวมของตลาดหม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์นั้นเติบโตเพียงแค่ 1% เท่านั้น
ตัวเลขนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า SHARPสามารถเติบโตได้มากกว่าภาพรวมของตลาด และยังสามารถรักษาการเติบโตเหนือตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
“เรามีความภูมิใจและขอขอบคุณผู้บริโภคที่มอบความไว้วางใจให้กับหม้อหุงข้าวSHARP จนได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รางวัลนี้สะท้อนเสียงของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งมีความหมายกับเรามาก เพราะแสดงถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคยังคงมีต่อหม้อหุงข้าว SHARP แม้ว่าวันนี้ตลาดจะมีตัวเลือกมากกว่าที่เคย ทั้งแบรนด์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น”

คุณภาพ ความทนทาน และเสียงสะท้อนจากผู้บริโภค
หากตั้งคำถามว่า อะไรคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์หนึ่งสามารถครองใจคนไทยมาได้อย่างยาวนาน คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในประสบการณ์ตลอดระยะเวลากว่า 53 ปีที่หม้อหุงข้าวSHARPอยู่คู่กับคนไทย
SHARPได้พิสูจน์ตัวเองว่าสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ครอบครัวขนาดเล็ก ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมือง ครอบครัวในต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งร้านอาหารที่ต้องการหม้อหุงข้าวขนาดใหญ่ SHARPมีสินค้าที่หลากหลายซึ่งเหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง
แต่สิ่งที่เหนือกว่าความหลากหลาย คือเรื่องของ “คุณภาพ” สิ่งที่SHARPได้รับการบอกต่อจากผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่นคือ การเป็นหม้อหุงข้าวที่มีคุณภาพ มีความทนทาน สามารถใช้งานได้นานหลายปีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยน และที่สำคัญคือยังคงสามารถหุงข้าวออกมาได้ดีเหมือนเดิม
“นี่คือความภูมิใจของเรา เพราะเราไม่ได้แค่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เราต้องการส่งมอบความมั่นใจในระยะยาวให้กับผู้บริโภค” วรณัน เน้นย้ำ
ปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกหม้อหุงข้าวSHARPยังคงเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญกับหม้อหุงข้าวที่หุงดี ได้ข้าวที่นุ่มฟูขึ้นหม้อ เม็ดข้าวเรียงสวย และผู้บริโภคยังมีความมั่นใจว่าสินค้าจะสามารถใช้งานได้ดีในระยะยาวและมีความทนทาน เนื่องจากหม้อหุงข้าวถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่กับทุกมื้ออาหารของครอบครัว

ความสำเร็จเหล่านี้ ล้วนมาจากการให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผู้บริโภค SHARPมีการทำ Research และรับ Feedback จากผู้ใช้งานจริงทั้งในช่องทาง Online และ Offline กระบวนการนี้ทำให้แบรนด์มองเห็นทั้งพฤติกรรมการใช้งาน ไลฟ์สไตล์ ปัญหาที่ผู้บริโภคพบเจอ รวมถึงมองเห็นความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างทีมพัฒนาสินค้า ทีมบริการหลังการขาย และฝ่ายผลิต เพื่อดึงเอา Pain Point จากการใช้งานจริงกลับมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองโจทย์ของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
“การรักษามาตรฐานคุณภาพและความทนทาน การเปิดใจรับฟังเสียงของผู้บริโภค และการเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการที่ปรับเปลี่ยนไป ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ผสานกันทำให้หม้อหุงข้าว SHARP เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”
ความรวดเร็วในการปรับตัว และความสำเร็จของ “รุ่น CUBE”
ในยุคที่ Consumer Journey และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ แบรนด์ที่จะอยู่รอดและเติบโตได้คือแบรนด์ที่ปรับตัวได้ทันท่วงที ความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์ ทั้งเรื่องครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง เรื่องของเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด และการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบมากขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่แบรนด์ควรทำจึงไม่ใช่แค่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันลงไปในตัวสินค้า แต่แบรนด์ต้องเข้าใจบริบทการใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ และต้องสามารถนำความเข้าใจเหล่านั้นมาใช้พัฒนาสินค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
จุดแข็งที่กลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ ที่สำคัญอีกประการของSHARPคือ การมีฐานการผลิตหม้อหุงข้าวตั้งอยู่ในประเทศไทย และการมีทีมพัฒนาสินค้าของแบรนด์เอง โครงสร้างนี้ทำให้ SHARP สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างฉับไว

อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องมีการปรับตัวให้รวดเร็วเพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่SHARPยังคงให้ความสำคัญอย่างสม่ำเสมอคือ เรื่องของคุณภาพสินค้าที่ผลิตภายใต้มาตรฐานและเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น
“ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจาก Consumer Insight ของผู้บริโภคโดยตรง ตัวอย่างคือการเปิดตัวหม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์ “รุ่น CUBE” (คิวบ์) ซึ่งมีทั้งขนาด 1 ลิตร ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวขนาดเล็ก 1-2 คน และขนาด 1.8 ลิตร ที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน
“หม้อหุงข้าวทั้ง 2 ขนาดนี้ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์ “รุ่น CUBE” ขนาด 1.8 ลิตร ที่สามารถก้าวขึ้นแท่นเป็นสินค้ายอดขายอันดับ 1 ในหมวดหม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์ และยังคงมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
ปรากฏการณ์นี้เป็นเครื่องสะท้อนให้แบรนด์เห็นว่า นอกจากเรื่องประสิทธิภาพในการใช้งานแล้ว เรื่องของ “ดีไซน์” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
Omnichannel และการก้าวสู่อนาคต
เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เสพสื่อและซื้อสินค้าข้ามแพลตฟอร์มไปมา SHARP ได้เดินหน้าพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้สามารถครอบคลุมในทุกๆ Touch Point ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Online หรือ Offline ในปัจจุบัน ช่องทาง Offline ของSHARPมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 600 สาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบายในทุกช่องทางที่ต้องการ
สำหรับทิศทางของ Campaign และ Media Direction ในปีนี้ แม้จะยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่มั่นใจได้ว่า SHARPจะมีไม้เด็ดออกมาสร้างสีสันให้ตลาดอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด เมื่อถามว่า SHARPอยากให้ผู้บริโภครู้สึกอย่างไรเมื่อนึกถึงแบรนด์ วรณัน ตอบอย่างมั่นใจว่า
“เมื่อนึกถึง SHARPอยากให้คิดถึงแบรนด์ที่ผู้บริโภคสามารถ “ไว้วางใจได้เสมอ” เพราะตลอดระยะเวลา 53 ปี แบรนด์ได้สร้างความเชื่อมั่นผ่านตัวสินค้าที่มีคุณภาพ มีความทนทาน และมีการบริการหลังการขายที่แข็งแรง ซึ่งความไว้วางใจเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่แบรนด์พยายามสื่อสารออกไปเท่านั้น แต่ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้บริโภคที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”
SHARP ยืนยันว่าจะไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้หม้อหุงข้าวไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่หุงข้าวให้อร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นสิ่งที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคง่ายขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มย่อยได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
“สำหรับเรา รางวัลนี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของปีนี้ แต่เป็นแรงผลักดันให้เรารักษาความเชื่อมั่นนี้ไว้ และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต”
“ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจหม้อหุงข้าว SHARP มาโดยตลอด เราจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นนี้ไว้ในระยะยาว” คุณวรณัน กล่าวทิ้งท้าย
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
