กระแสการโหยหาประสบการณ์จริงนอกจอออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยและคนรุ่นใหม่ยังแรงไม่แผ่ว เปลี่ยนผ่านจากแค่การชมภาพยนตร์ทั่วไปสู่ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนระดับไฮเอนด์ เอสเอฟ ซีเนม่า และ โอมาซซ์ เล็งเห็นโอกาส ทุ่มงบอัปเกรดโฉมใหม่และปักหมุดสาขาพัทยา เจาะกลุ่มลูกค้ารายได้สูงและวัยรุ่นเจนซี

คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โอมาซซ์ โฮลดิ้ง จำกัด 

ร่วมกันเปิดเผยว่า ภาพรวมความร่วมมือระหว่าง เอสเอฟ และ โอมาซซ์ ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อปี 2563 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ครอบครัวของคุณสุวิทย์เป็นลูกค้าที่นอนโอมาซซ์อยู่แล้ว จึงได้แลกเปลี่ยนไอเดียกันเพียง 3 นาทีและตกลงปั้นโปรเจกต์โรงภาพยนตร์เตียงนอนทันที

ปัจจัยผลักดันสำคัญมาจากวิสัยทัศน์ที่ตรงกันระหว่าง เอสเอฟ ที่มุ่งมอบบริการอันใส่ใจเหนือความคาดหมาย เช่น การที่พนักงานนำเบาะมารองขาให้คุณแม่ของคุณทีปกรโดยไม่ต้องร้องขอเมื่อครั้งไปชมภาพยนตร์เรื่อง หลานม่า ที่สาขาเซ็นทรัล ศาลายา ผสานเข้ากับปรัชญาของโอมาซซ์ที่เชื่อว่าความสงบคือความสุขที่แท้จริง

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยยุคนี้โหยหาการสัมผัสประสบการณ์จริงทางกายภาพที่เหนือกว่าการรับชมผ่านหน้าจอออนไลน์อย่างชัดเจน

บริษัทจึงวางกลยุทธ์เจาะตลาดครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยตลาดทั่วไปใช้แบรนด์ ซิกม่า ซีนีสเตเดียม จำนวน 14 สาขา ที่อัดแน่นด้วยเครื่องฉายระบบเลเซอร์คมชัดสูง ระบบเสียงระดับโลก และเก้าอี้พรีเมียม

ส่วนตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงได้ส่งโรงภาพยนตร์เตียงนอน เดอะ เบสต์ ซีเนม่า บาย โอมาซซ์ เข้ามารองรับ ในราคาบัตรวันธรรมดา 1,000 บาท และวันเสาร์-อาทิตย์ 1,100 บาท ซึ่งรวมป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มเติมไม่อั้น ให้ผู้ชมได้นอนดูหนังบนชุดเตียงไฟฟ้าระดับล้านอย่างคุ้มค่า

ปัจจุบันโรงภาพยนตร์เตียงนอนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของกลุ่มผู้ใหญ่กระเป๋าหนัก แต่ยังกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของคู่รักและวัยรุ่นเจนซีที่มาสร้างความประทับใจในโอกาสพิเศษ

ข้อมูลรายงานพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกชี้ชัดว่า กลุ่มเจนซีกำลังตบเท้ากลับเข้าโรงภาพยนตร์อย่างคึกคัก หลังจากอิ่มตัวกับโลกโซเชียลที่ทำให้สมาธิสั้นลง

สอดรับกับตลาดโรงภาพยนตร์ไทยที่พึ่งพาหนังฮอลลีวูดถึง 70% ซึ่งปีนี้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการที่ค่ายหนังลดภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แบบเดิมๆ แล้วหันมาทำพล็อตเรื่องโดนใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น สไปเดอร์แมน ที่ทำรายได้สูงสุดติดอันดับ 3 ของปี ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ความยาว 3 ชั่วโมงครึ่งเรื่อง ดิ โอดิสซีย์ ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่กวาดรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มีความรู้เรื่องภาพยนตร์เป็นอย่างดี นิยมตีตั๋วเข้าโรงภาพยนตร์พิเศษเป็นประจำทุกเดือน และหันมาหลงใหลเสน่ห์ของสิ่งที่จับต้องได้จริง เช่น การเล่นกล้องฟิล์ม ฟังแผ่นเสียงไวนิล และเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าวินเทจในร้านมือสอง

เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับยอดจองที่นั่งของโรงภาพยนตร์ เดอะ เบสต์ ซีเนม่า บาย โอมาซซ์ ที่ขายหมดเกลี้ยงตลอดเวลา และมักถูกจองเต็มข้ามวันเมื่อมีหนังฟอร์มยักษ์ความยาวตั้งแต่ 2 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 3 ชั่วโมงครึ่งเข้าฉาย อาทิ สไปเดอร์แมน ออปเพนไฮเมอร์ และ อเวนเจอร์ส

นอกจากนี้ยังเกิดกระแสรีวิวบอกต่อแบบธรรมชาติบนติ๊กต็อกและอินสตาแกรมจากผู้ใช้บริการจริงทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนมียอดวิวหลักแสนถึงหลักล้านโดยไม่ต้องจ้างโฆษณา

ขณะที่ในปี 2569 นี้ ทั้งสองแบรนด์ได้เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ครั้งใหญ่จนมีสาขาเปิดให้บริการรวม 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ (40 ที่นอน) เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา (30 ที่นอน) เซ็นทรัล ลาดพร้าว และสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล พัทยา บีช (48 ที่นอน)

โดยที่สาขาต้นแบบชั้น 9 เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ทุ่มงบประมาณ 50–60 ล้านบาท โละเตียงนอนใหม่ทั้งหมดในโอกาสครบรอบ 6 ปี เป็นรุ่นท็อป มาเจสติก ที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติระบบทาลาเทค 5 ชั้น นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ระบายอากาศดีเยี่ยมและตัดเย็บขอบเตียงด้วยมือทรงเต้าหู้สุดประณีต

พร้อมเสริมทัพด้วยหมอนข้างแบบแบน หมอนอิง ระบบนวดในตัว และปุ่มปรับระดับการนอนไร้น้ำหนัก ซีโร่กราวิตี้ ที่คลุมด้วยผ้าปูโทนสีใหม่ บัตเตอร์ครีมโกลด์ ซึ่งคุณสุวิทย์ทดลองนอนและเลือกสีด้วยตัวเอง โดยมีการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ทุกรอบฉาย 100% ตามมาตรฐานโรงแรมชั้นนำ

ทั้งนี้ สาขาใหม่ล่าสุดที่ เซ็นทรัล พัทยา บีช ซึ่งเปิดให้บริการรอบพิเศษไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดถึง 48 ที่นอน โดยทุ่มงบลงทุนกว่า 60 ล้านบาท ทุบโรงภาพยนตร์เฟิร์สคลาสเดิมทิ้งเพื่อสร้างใหม่ทั้งหมดตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าในโลกออนไลน์

ทำเลพัทยาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทำงานในพื้นที่ซึ่งมีกำลังซื้อสูง พร้อมรองรับช่วงไฮซีซั่นและขบวนหนังฟอร์มยักษ์ปลายปีอย่าง อเวนเจอร์ส ดูมส์เดย์ และ ดูน รวมถึงทัพภาพยนตร์ไทยทั้ง คุณยายวรนาถ ของผู้กำกับ บรรจง ปิสัณธนะกูล ธี่หยด ผลงานของ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และ นาคี

สำหรับกลยุทธ์การรุกตลาดท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการดิสรัปต์ของเอไอ ทั้งสององค์กรยึดหลักการบริหารที่ว่าบริษัทอาจยิ่งใหญ่แต่ต้องทำตัวให้เล็กเพื่อปรับตัวให้ไว

ในส่วนของโอมาซซ์ได้ใช้โรงภาพยนตร์แห่งนี้เป็นป้ายโฆษณาที่มีชีวิต ให้ลูกค้าได้ทดลองนอนเตียงระดับล้านนานกว่า 2–3 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อจุดประกายให้หันมาใส่ใจการนอนและซื้อกลับไปใช้ที่บ้าน

โดยมีที่นอนตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 39,000 บาท ไปจนถึงการจับมือกับ เบสต์เวย์ เปิดบริการระบบสมาชิกผ่อนชำระนาน 36 เดือน เพียงเดือนละ 3,000–5,000 บาท โดยไม่ล็อกวงเงินบัตรเครดิต

ด้านเอสเอฟซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายรวม 68 สาขา 398 โรงภาพยนตร์ ตั้งเป้าขยายสาขา เดอะ เบสต์ ซีเนม่า บาย โอมาซซ์ ทุก ๆ 2 ปีต่อ 1 สาขา เพื่อรักษาความพิเศษเฉพาะตัว โดยวิเคราะห์ข้อมูลกำลังซื้อและทราฟฟิกของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นหลัก