คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ Compact Primo Brake

เครื่องยนต์กำลังสูงในรถยนต์อาจพาให้คุณถึงที่หมายได้เร็วขึ้น… แต่เบรกที่ดี คือสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทางไปได้ทุกที่ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และอะไหล่ชิ้นสำคัญที่สุดก็คือ อุปกรณ์ที่เรียกว่า ผ้าเบรก ส่วนประกอบชิ้นเล็กๆ แต่สร้างรายได้มหาศาลกว่า 1,000 ล้านบาท / ปี ให้กับผู้ผลิตอย่าง บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (1994) จำกัด

คุณเกษม อิสระพิทักษ์กุล กรรมการผู้จัดการ เผยถึงความสำเร็จของบริษัทฯ ที่ได้ทำยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท ในปี 2559 และคาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 โดยมีปัจจัยบวกมาจากความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้ใช้รถ และความสามารถในการพัฒนาสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งความพร้อมในการวิจัยและพัฒนาเพื่อรองรับตลาด OE (Original Equipment) ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ Compact Primo Brake ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัท และเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มพรีเมี่ยม ที่ให้ความสำคัญในความปลอดภัยและตอบสนองการเบรกอย่างดีเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งสุนทรียภาพในการขับขี่ รวมถึงเป็นอีกขั้นของการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกด้วยนวัตกรรมใหม่ มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ทำลายผิวจานเบรก ซึ่งเป็นต้นเหตุของเสียงดังในการเบรกและฝุ่นดำเกาะล้อ

ผ่านการทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและการขับขี่จริง ภายใต้การควบคุมของศูนย์พัฒนาและทดสอบเบรกของบริษัท และเป็นศูนย์แห่งเดียวในภูมิภาค ASEAN ซึ่งจัดตั้งเมื่อปี 2551 ด้วยการลงทุนสะสมกว่า 200 ล้านบาท และมีทีมวิศวกรประสบการณ์สูงที่ได้รับการฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกของ Compact ยังได้รับมาตรฐานการรับรองจากยุโรปใน UN-ECE R90 ซึ่งเป็นมาตรฐานผ้าเบรกที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก

 

Compact Primo Brake ยังผ่านการรับรองมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกาที่กำหนดให้ผ้าเบรกต้องมีการจำกัดส่วนผสมของทองแดง (Low Copper and Copper Free) ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่ ในอนาคตของการผลิตผ้าเบรกทั่วโลก ในขณะเดียวกัน วงการยานยนต์ทั่วโลกยังเน้นและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่กระจายของฝุ่นจากการเบรก (Brake Emission) โดยมีแนวโน้มที่จะออกกฎหมายควบคุมในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาออกแบบ Compact Primo Brake ให้ถนอมจากเบรกและมีอายุการใช้งานที่ ยาวนาน เพื่อให้อัตราการสึกหรอของผ้าเบรกและจานเบรกต่ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการแพร่กระจายของฝุ่นจากการเบรก

 

เดินหน้าขยายศูนย์บริการติดตั้ง บำรุงรักษาระบบเบรกโดยเฉพาะ

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว Compact Brake ยังได้คำนึงถึงการพัฒนาศูนย์บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบเบรก เพื่อพัฒนาบริการของเราและส่งมอบความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคแบบครบวงจร ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จึงได้มุ่งเน้นการสร้างศูนย์บริการ Compact Premium Service, Compact Service และ Diamond Service ด้วยการจัดอบรมช่างที่เน้นการพัฒนามาตรฐานการบำรุงรักษาระบบเบรกให้แก่ศูนย์บริการ อีกทั้งให้ความรู้เรื่องเบรกที่ถูกต้องแก่ลูกค้า ซึ่งการพัฒนาด้านดังกล่าวยังเป็นการเข้าถึงข้อมูลการใช้งานของผู้บริโภคโดยตรง เพื่อการพัฒนาสินค้าอย่างเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานเบรกของทุกๆ กลุ่มลูกค้ารองรับการพัฒนาผ้าเบรกให้สอดคล้องกับการใช้งานที่หลากหลาย

คุณมีชัย ศรีวิบูลย์ ผู้อำนวยการด้านเทคนิค บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (1994) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวิจัย พัฒนา และกระบวนการผลิตของบริษัท ว่า ที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนด้วยทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุและการทดสอบ ภายใต้การก่อตั้งศูนย์พัฒนาและทดสอบเบรก (Brake Development and Testing Center) ในปี 2551 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาผ้าเบรกที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ASEAN ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และความร่วมมือทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ รวมถึงความร่วมมือและสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) อย่างต่อเนื่อง

 

และ Compact Primo Brake ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากทาง Compact Brakes ภายใต้เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่สะอาด Clean Drive Formulation Design ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของสูตรผ้าเบรกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบ Anti-Noise & Anti-Dust friction material formulation สูตรการผลิตดิสก์เบรกที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการเกิดเสียงและฝุ่นดำติดล้อ ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ที่มุ่งเน้นความสวยงามและความสะอาดของล้อจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับ Excellent Rotor Care เทคโนโลยีที่ช่วยให้จานดิสก์เบรกมีการอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วยคุณสมบัติการถ่ายเทฟิล์มจากเนื้อผ้าเบรกเคลือบไปยังผิวหน้าจานดิสก์เบรกอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยคงความเรียบ ไม่ทำให้เกิดรอยบนหน้าจานดิสก์เบรก และเกิดการสึกหรอที่ต่ำเมื่อเทียบกับผ้าเบรกทั่วไป

 

เอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะ Compact Primo Brake ได้นำเอาเทคโนโลยีแผ่นชิมพรีเมี่ยมจากประเทศสวีเดน หรือ Multilayer Anti-Squeal Shim Technology มาติดตั้งเข้ากับผลิตภัณฑ์ดิสก์เบรกทุกรุ่น เพื่อให้เป็นส่วนสำคัญในการดูดซับเสียงและแรงสั่นสะเทือนในขณะที่เหยียบเบรก โดยแผ่นชิมดังกล่าวนี้ประกอบไปด้วยยางเคลือบแผ่นเหล็กคุณภาพสูง โดยชั้นบนจะเป็นยางสีส้มเอกลักษณ์เฉพาะของ Compact Primo Brake และชั้นล่างเป็นยางสีดำที่มีความทนทานและยืดหยุ่นต่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูงด้วยชั้นกาวชนิดพิเศษ ซึ่งในขณะที่แตะเบรกผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงความนุ่มและเงียบมากกว่าที่เคยสัมผัส

 

Compact Primo Brake ยังถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในสภาวะการใช้งานที่มีความร้อนสูงหรือการเบรกกะทันหันในขณะที่รถเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงการขับขี่ขึ้นลงเขาที่ต้องมีการเหยียบเบรกบ่อยๆ ด้วย Y Groove Technology เทคนิคการผ่าร่องผิวหน้าผ้าดิสก์เบรกให้เป็นรูปตัว Y พร้อมกันนี้เทคนิคดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายฝุ่นและระบายน้ำไปในตัว และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของการใช้งานได้นำเอากระบวนการ Thermal Scorched ซึ่งเป็นการปรับผิวหน้าผ้าเบรกด้วยความร้อนในอุณหภูมิที่สูงถึง 600°C ทำให้ดิสก์เบรกพร้อมใช้งานโดยที่ไม่ต้องทำการ Run-in ในระยะ 200 กิโลเมตรแรก ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์การขับขี่ในทุกช่วงอุณหภูมิและทุกช่วงระยะเวลาของการใช้งาน

 

หน้าร้านเข้ม เปิดเกมรุกออนไลน์
ชงกิจกรรม
Motor Sport Superclub Supercompact

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายของทาง Compact Brake เน้นความหลากหลายในส่วนของหน้าร้าน ร้านอะไหล่ รวมถึง ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ โดยบริษัทมีศูนย์ Compact Premium Service, Compact Service และ Diamond Service คอยให้บริการลูกค้าทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้นำศูนย์บริการยางรถยนต์ครบวงจร GRIP เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้เปลี่ยนผ้าเบรกที่มีคุณภาพจากศูนย์บริการที่มีความรู้ความชำนาญ

ด้านการประชาสัมพันธ์สินค้า Compact Brake ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้น ในปี 2561 จะเน้นด้าน Online เป็นหลัก เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคมีการใช้ Smart Phone เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ควบคู่ไปกับการสนับสนุน Motor Sport ในรายการ Superclub Supercompact กิจกรรมประลองความเร็วแบบถูกกฎหมายของคาร์คลับที่นอกเหนือจากจะช่วยสร้างเสริมทักษะการขับขี่แล้ว ยังช่วยพัฒนาฝีมือและสร้างโอกาสสู่การเป็นนักแข่งมืออาชีพต่อไปในอนาคต ตลอดจนเป็นพื้นที่ให้เหล่าบรรดาคาร์คลับได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ระหว่างกัน ซึ่งในปี 2560 เหล่าคาร์คลับได้ให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นอย่างมาก


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer