Ooca   เมื่อจิตแพทย์ มาอยู่ ใกล้ตัว

“หมออิ๊กค่ะ”  

เสียงใสๆ หน้าหวานๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าแนะนำตัวยิ้มๆ ทำเอา Marketeer  ยิ้มรับอย่างงงๆ คาดไม่ถึงว่าหมอหน้าตาเด็กๆคนนี้ คือร.ท.ญ. ทพญ.กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ “หมออิ๊ก”   ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม  Ooca สตาร์ตอัพ กลุ่ม Health Tech ที่เป็นแอปพลิเคชั่นปรึกษาจิตแพทย์ผ่านวีดีโอคอล

มีปัญหาอยากเล่าอยากระบาย ไม่กล้าคุยกับพ่อแม่  ไม่กล้าเล่าเพื่อน  ถ้าไปหาจิตแพทย์ก็กลัวคนจะว่าบ้า เจอหมอแล้วบางทีก็อาย ไม่ไว้ใจ  เป็นปัญหาที่วนเวียนมานาน ในสังคมไทยหลายยุคหลายสมัย

แล้วทำไมหมอฟันคนนี้ถึงได้ลุกขึ้นมาหาหนทางกำจัด Pain Point  ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านทางเแพลตฟอร์ม   Ooca โดยเมื่อเดือนพ.ค. 61ที่ผ่านมา ยังได้รับคัดเลือกเป็น 1  ใน 11 ทีมให้เข้าร่วมโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท  ปีที่ 6 

วันนี้ Ooca  กำลังต่อยอดออกเป็นธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นโดยเริ่มบริการจริงประมาณ 9 เดือนที่ผ่านมา

ที่สำคัญนอกเหนือจากคนทั่วไปแล้ว Ooca ได้ให้บริการเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับพนักงานขององค์กรชั้นนำของเมืองไทยอีกด้วย เช่น ปตท., เอสซีจีเคมิคัลล์, สำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(องค์การมหาชน)   แรบบิทดิจิตอล กรุ๊ป และกรุงศรีเฟิร์ท ช้อยส์

อย่าทำเป็นเล่นไปนะคะ ทุกวันนี้ความเครียดอยู่รอบๆ ตัวเรา  โดยลูกค้าที่เข้ามาปรึกษานั้น หมออิ๊กบอกว่าเป็นวัย  20 ปีปลายๆและ 30 ปีต้นๆเป็นส่วนใหญ่ 

มาฟังหมออิ๊ก เล่ากันดีกว่าว่าอะไร เป็นแรงบันดาลใจของเธอที่ทำให้เกิด Ooca ขึ้นมา

 

 

เริ่มจากปัญหาของตัวเอง

คือเริ่มแรกของการสนใจในเรื่องสุขภาพจิตก็คือสมัยเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียนหนัก คนอื่นอาจจะไม่เครียดแต่ตัวเองเครียด นอนไม่หลับติดกันหลายวัน เลยตัดสินใจว่าลองปรึกษาจิตแพทย์ดีกว่า เลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลสวนปรุง”

ถ้าไม่ไปหาหมอทางออกอย่างอื่นๆที่คนส่วนใหญ่ทำกันก็คือการคุยกับเพื่อน กับญาติพี่น้อง หรืออาจารย์ บางคนก็หาหมอดูพึ่งพระ  ซึ่งหลายคนจะรู้ว่าวิธีพวกนี้อาจจะ ไม่ตอบโจทย์ ทั้งหมด  เพราะแต่ละคนจะให้คำแนะนำบนพื้นฐานของความรู้ ความเชื่อ ความคิด หรือประสบการณ์ที่ตัวเองมีอยู่

ในขณะที่จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาจะมีหลักการในการพูดคุย สามารถชี้ชวนให้เห็นจุดบางอย่าง และทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

“ตอนนั้นปัญหาก็เหมือนทุกคน แม้จะเป็นบุคลากรทางด้านการแพทย์  แต่ไม่รู้จะหาหมอที่ไหน หรือจะหาหมออะไรดี   ถ้าถามเพื่อน ๆ จะเข้าใจไม๊ เพราะบางครั้งมีเพื่อนที่ไปหาจิตแพทย์มาก็ถูกเพื่อนคนอื่นมองแบบแปลกๆว่าเป็นคนมีปัญหา ดังนั้นก็ต้องแอบๆไปหาเอง”

หลังเรียนจบ เธอเป็นทันตแพทย์ที่ไปใช้ทุน ในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล  เป็นอีกครั้งที่มีความเครียดจนอยากจะเข้าไปคุยกับจิตแพทย์ แต่พบปัญหาในการเข้าถึงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่มีน้อย จนเข้าถึงยาก

ปัญหาการเดินทางที่ต้องใช้เวลานาน หรือต้องลาไปหาหมอที่กรุงเทพฯที่ต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก รวมทั้งไปถึงโรงพยาบาลแล้วก็ต้องใช้เวลาในการนั่งรอหมออีกนาน

สิ่งที่เจอกับตัวเองเป็นเรื่องที่เธอคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไรดี  เพราะถ้าเกิดขึ้นกับใคร แค่ภาวะเครียดเฉยๆ การเข้ารับคำปรึกษาก็สามารถทำให้สามารถหาทางออกของความขุ่นมัวในจิตใจได้   หมอสามารถทำให้เราพัฒนาตนเองได้  แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานไปโดยไม่ได้รับการแก้ไข คนไข้ก็อาจจะได้รับอันตรายได้เหมือนกัน

เทคโนโลยีในเรื่องวีดิโอคอล ทำให้เธอปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่ามันน่าจะทำให้คนสามารถเข้าถึงจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ได้อย่างทั่วถึงและง่ายขึ้นกำจัดปัญหาต่าง ๆที่ทำให้การรักษาเป็นเรื่องที่ยากหมดไป  หลังจากทำงานใช้ทุนไป2 ปี   เธอก็เริ่มศึกษาโมเดลการทำธุรกิจนี้จากต่างประเทศอย่างจริงจัง

รวมทั้งหาความรู้ในการสร้าง บิสสิเนส โมเดล  การสร้างทีมทางด้านเทคโนโลยี  พร้อม ๆกับการแชร์ไอเดียนี้ไปยังนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ เพื่อให้เขาได้เข้าใจและมาร่วมทีม

 หลังจากโหลด แอปฯ และเข้าไปในระบบแล้ว โดยคนที่มาใช้บริการของ Oocaไม่จำเป็นต้องบอกชื่อจริง แต่ต้องระบุ เพศ อายุ ให้ถูกต้อง  โดยสามารถเลือกจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ตามวันและเวลาต่างๆที่มีระบุไว้  ถึงเวลาทั้งสองฝ่ายสามารถวีดีโอคอลหากันและคุยกันได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน  

  Ooca มีระบบจองล่วงหน้า จำกัดเวลาไม่เกิน 2 เดือน  เรทราคา จิตแพทย์ 30 นาทีละ 1,500 บาท นักจิตวิทยา 1,000 บาท สามารถนัดเป็น 1ชม หรือ 30 นาทีก็ได้ ถ้าคุยเกิน 1 ชม จะไม่คิดเงินเพิ่ม  และถ้าสะดวกรับวอล์คอิน เขาก็จะกำหนดเอง แพลตฟอร์ม Oocaจะ เป็นแค่เครื่องมือให้หมอและประชาชนเข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น

  “การคุยเป็นวิดีโอคอลอย่างเดียว คือต้องคุยแบบเห็นหน้า เพราะจิตแพทย์ให้ความสำคัญกับการแสดงออกทางสีหน้ามาก  ถึงไม่เท่ากับการเจอหน้าจริงๆ แต่เราพยายามทำให้มันใกล้เคียงการไปพบหมอมากที่สุด” การคุยวีดิโอคอล มีเพียงบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ไว้เท่านั้น ถ้าการรักษาต้องการเปลี่ยนหมอข้อมูลเดิมหมอคนใหม่ก็สามารถขอดูได้แต่ต้องขออนุญาตคนไข้เสมอ

“ขอบเขตการทำงานของเรา ใครก็ได้ที่มีปัญหาชีวิตเข้ามาคุยได้เลย  โดยมีคนมืออาชีพด้านการปรึกษามาช่วยเหลือ ดังนั้นระบบของเราจะไม่มีการจ่ายยา เป็นการพูดคุยปรึกษาปัญหาเบื้องต้นเท่านั้น”

แต่ถ้าพุดคุยแล้วบางท่านอาจจะต้องทานยาประกอบก็จะแนะนำไปโรงพยาบาลอีกครั้ง   

 

องค์กรต้องการกำจัดความเครียดให้พนักงาน

นอกจากคนทั่วไปยังมีลูกค้ากลุ่มองค์กรที่มาทำโปรแกรมแพ็คเกจ ร่วมกับทาง Ooca   เพื่อเป็นสวัสดิการ ในการดูแลจิตใจให้กับพนักงาน

ปัจจุบัน Ooca  มีทั้งนักจิตวิทยาและจิตแพทย์อยู่บนระบบรวมกันมากกว่า 30 ท่าน และให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบน iOs, Android และ เวบไซท์ www.ooca.co   มีลูกค้าที่เข้าลงทะเบียนแล้ว ประมาณ  19,000 คน เป็นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประมาณเดือนละประมาณ 100 กว่าsession

3 หัวข้อหลักที่มีการปรึกษามากที่สุดคือ 1.เรื่องปัญหาภายในครอบครัว 2. เรื่องความสัมพันธ์กับแฟน สามี 3. และเรื่องหน้าที่การงาน  โดยลูกค้าเป็นผู้หญิง ประมาณ70 %

หมออิ๊กบอกว่าจริงๆแล้ว Ooca  ควรที่จะโตเร็วกว่านี้ แต่ปัญหาของการทำงาน คือการหาเพื่อนร่วมงานที่ใช่ เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย 

ที่ผ่านมาเธอเป็นคนหาเงินมาลงทุนเอง  เนื่องจากเป็นเรื่องการแพทย์จึงอยากเป็นคนควบคุมทิศทางขององค์กรเป็นหลัก  แต่หลังจากมีความชัดเจนในการทำธุรกิจมากขึ้น ตอนนี้กำลังคุยกับVC รายใหม่ๆที่กำลังเข้ามา   โดยเงินรอบใหม่ก็จะเอามาใช้ในเรื่องการขยายทีมเป็นหลัก รวมทั้งทำงานทางด้านวิจัย เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับโปรดักท์  

 

วันนี้หมออิ๊ก กำลังทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับ Ooca แบบ ฟูลไทม์   

“เป็นช่วงอดทน และรอเวลาของหมอค่ะ เครียดบ้างเพราะธุรกิจเพิ่งเริ่ม แต่เรามองในระยะยาวมากกว่าอยากให้มันโต แล้วช่วยคนได้จริงๆ เพื่อช่วยลดปัญหาสังคมด้วย”

หมออิ๊ก ยิ้มสวยๆอีกครั้งก่อนที่จะลา Marketeer ไป เพื่อไปเจอกับลูกค้าองค์กรรายใหม่  ที่นัดกันไว้ในช่วงบ่ายวันนั้น

 

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer