“Marketing ไฟท์” ฮีโร่ตัวจริงของ KFC Community Hero 2017

“คำว่า ฮีโร่ สำหรับเรา คือ การได้ลงไปช่วยให้ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีม นั่นคือการที่ชาวบ้านนำโครงการนี้ไปใช้แล้วมีผลตอบรับที่ดี ซึ่งการได้เห็นชาวบ้านทำอาหารมหัศจรรย์ไปให้ปลา ถือเป็นความหมายที่มีค่าสำหรับทีมแล้ว”

เศษอาหารมหัศจรรย์ สู่ชุมชน คนเลี้ยงปลา บ้านบางไหน”

นี่คือความหมายของคำว่า “ฮีโร่” ในมุมมองของทีม “Marketing ไฟท์” ที่นำโครงการที่ชื่อว่า “เศษอาหารมหัศจรรย์ สู่ชุมชน คนเลี้ยงปลา บ้านบางไหน” คว้ารางวัลชนะเลิศ KFC Community Hero เป็นตัวจริงเพื่อสังคม’ 2017 (จากจำนวนแผนที่ส่งเข้าประกวดกว่า 1,000 แผน) ภายใต้แนวคิด “คิดให้ใช่ แล้วไปให้สุด” โครงการประกวดแผนงานพัฒนาสังคม โดย เคเอฟซี ประเทศไทย ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้บอกไว้กับ Marketeer

โดยมีรายชื่อสมาชิกของทีมประกอบไปด้วย สุกัยย๊ะ หมัดอะดั้ม, ศศิธร จับปรั่ง และ สุไมญา หีมอะด้ำ นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา

การทำแผนงานพัฒนาสังคมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อบริหารจัดการเศษอาหารจาก เคเอฟซี ที่เหลือจากลูกค้าทานเหลือทิ้ง นำมาแปรรูปเป็นอาหารปลากะพงขาว มาแก้ปัญหาในด้านของราคาอาหารปลากะพงขาวที่มีต้นทุนสูงในการซื้อแต่ละครั้ง หลังจากได้สำรวจพบว่า อาชีพที่ชาวสงขลาประกอบอาชีพมากที่สุดคือเลี้ยงปลา เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับทะเล โดยชาวบ้านจะนิยมประกอบอาชีพเลี้ยงปลากะพงในกระชังมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการนำมาทำประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนบ้านบางไหน

เหตุที่เลือกชุมชนบ้านบางไหน เป็นเพราะก่อนที่จะลงมือทำแผน มีการลงพื้นที่อำเภอสิงหนคร ซึ่งมีทั้งหมด 6 หมู่บ้าน และทีมก็ได้ลงสัมภาษณ์ทุกๆหมู่บ้าน หลังจากนั้นจึงมีความเห็นที่จะเลือกหมู่บ้านบางไหน หมู่ 3 ตำบลปากรอ  เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ ไม่ค่อยได้มีองค์กรหรือหน่วยงานใดเข้ามา เพราะห่างไกลเลยทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก ขรุขระและเดินทางยาก

 

ความยากคือทำให้ชาวบ้านเชื่อ

เมื่อได้จุดประสงค์ชัดเจน แนวทางต่อไปคือ คิดค้นสูตรอาหารเสริมเพื่อใช้เลี้ยงปลากะพง แต่ก่อนหน้าได้มีการลงพื้นที่วัดขนาดถังขยะของร้านเคเอฟซี สำรวจที่วางถัง และชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการให้ผู้จัดการ และ พนักงานร้านได้รับทราบ หลังจากนั้นจึงออกแบบภาชนะ หรือถังรับเศษอาหารที่ลูกค้าทานเหลือทิ้ง และออกแบบสติ๊กเกอร์ติดถังขยะ แล้วจึงได้มีการนำถังรับเศษกระดูกไก่ หรือเศษอาหารที่ลูกค้าทานเหลือทิ้ง ไปวาง ณ ร้านเคเอฟซีจำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาไดอาน่า หาดใหญ่ และ สาขาวชิรา สงขลา

หลังจากได้วัตถุดิบแล้ว ขั้นตอนต่อมาจึงได้เวลาที่จะลงพื้นที่เพื่อสอนชาวบ้าน โดยสูตรอาหารปลาได้รับคำแนะนำจากกรมประมงจังหวัดสงขลา และผ่านการตกผลึกโดยทีมกว่าจะได้สูตรที่ลงตัวประกอบไปด้วย เศษอาหารเหลือทิ้ง, แป้งสาลี, รำข้าว, กากถั่วเหลือง, ปลาสด, กากน้ำตาล, น้ำหมัก EM ก็ต้องใช้เวลาคิดกว่า 9-10 สูตรเลยทีเดียว

“สิ่งที่ยากที่สุดในการทำแผนคือการนำเสนออาหารสูตรใหม่ให้แก่ชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะทดลองเพราะเชื่อว่าจะสามารถลดต้นทุน และที่ผ่านมาก็ได้นำเศษอาหารไปให้ปลาอยู่แล้ว ส่วนอีกกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจ เพราะมีความคิดว่า จะต้องซื้ออาหารปลาให้ปลากินถึงจะเจริญเติบโตแล้วขายได้ออกไปได้ อีกทั้งจะต้องเป็นอาหารที่ลอยน้ำ เนื่องจากสูตรที่ทีมคิดมาเป็นอาหารที่ไม่ได้ลอยน้ำ”

อย่างไรก็ตามที่สุดแล้วหลังจากหลังจากได้ทดลองกับกลุ่มที่หนึ่งแล้วสัมฤทธิผล ชาวบ้านกลุ่มที่สองก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสูตรอาหารเหมือนกัน

 

คุณณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดส่วนบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาดเคเอฟซี ประเทศไทย Sent from Messenger : ขึ้นกล่าวต้อนรับน้องเข้าสู่การประกวดรอบชิงชนะเลิศ

ชนะเพราะเห็นผลงานจริงๆ

หนึ่งในสมาชิกของทีมกล่าว และให้ความเห็นว่าเหตุผลที่ทำให้ทีมMarketing ไฟท์ โดดเด่นจนได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นเพราะ

1.ความยั่งยืน เนื่องจากเคเอฟซีค้นหาโครงการที่มีความยั่งยืนที่สุด แล้วโครงการเศษอาหารมหัศจรรย์ สู่ชุมชน คนเลี้ยงปลา บ้านบางไหนที่ทีมสามารถเป็นไปได้จริงๆ

2.ช่วยเหลือชุมชนที่สุดและลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน เห็นได้จากแต่เดิมที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด ชาวบ้านมีต้นทุนในการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง คิดเป็นเงิน 58,960 บาทต่อ1กระชัง ใน 1 ปี ที่เลี้ยงมา เมื่อขายปลากะพงจำนวน 200ตัวต่อ 1กระชัง จะได้เงิน 72,000 บาท ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ใช้ดำเนินชีวิตตลอดทั้งปี 13,040 บาท

แต่หลังจากที่ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้อาหารที่ทำขึ้นใหม่พบว่า ชาวบ้านมีต้นทุนในการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง คิดเป็นเงิน 38,800 บาทต่อ 1 กระชัง ใน 1 ปี ที่เลี้ยงมา เมื่อขายปลากะพงจำนวน 200 ตัวต่อ 1 กระชัง จะได้เงิน 72,000 บาท ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มาใช้ในการดำรงชีพตลอดทั้งปี 33,200 บาท

“ถือว่าโครงการได้รับผลตอบรับที่ดี เพราะหลังจากที่สาธิตให้ชาวบ้านดูชาวบ้านหยิบคู่มือแล้วก็จะบอกว่าเดี๋ยวจะกลับไปทำ ซื้อเครื่องบดอันเล็กๆที่ไหนเท่าไหร่ได้แล้วก็ซื้ออาหารซื้อถั่วเหลืองนี้กิโลละเท่าไหร่ คือพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับเรา เหมือนในวีดีโอคือเราไม่ต้องทำอะไรเลยเราแค่ดูให้ชาวบ้านทำทุกอย่างเลยเพราะอยากทำให้เป็น และจะได้นำกลับไปทำที่บ้าน”

ต่อยอดสู่ชุมชนอื่นๆ

และแม้ว่าโครงการจะจบลงไปแล้ว แต่สำหรับสูตรอาหารที่คิดขึ้นจะได้รับการสานต่อ เพราะผู้ใหญ่บ้านเตรียมจะจัดตั้งกลุ่มองค์กรธุรกิจเล็กๆขึ้นมา ให้ชาวบ้านได้มีกลุ่มแปรรูปอาหารปลา แล้วค่อยต่อยอดกับชุมชนอื่นๆแล้วสร้าง business model ให้กับชุมชนบ้านบางไหนให้เป็นชุมชนต้นแบบ แล้วต่อยอดกระจายออกไปให้กับชุมชนอื่นๆ

รางวัลที่ทีมชนะเลิศจะได้รับ คือ ทุนการศึกษา 150,000 บาท Gift Voucher รับประทานเคเอฟซีฟรี 1 ปี มูลค่า 10,000 บาท เกียรติบัตรพร้อมโล่รางวัล แต่สิ่งที่นอกเหนือจากรางวัล และเป็นสิ่งที่ทีมMarketing ไฟท์ ภูมิใจอย่างมาก ก็คือการมีโอกาสได้ทำชื่อเสียงให้กับทางมหาวิทยาลัย

และที่สำคัญ วันนี้ทีม “Marketing ไฟท์” ได้อินไปกับแบรนด์ “เคเอฟซี” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer