PTTOR ผู้คุมคนใหม่ของ Oil&Retail

ภารกิจหลักของปตท.เริ่มมาตั้งแต่ปี 2521 คือการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ ด้วยการขุดเจาะสำรวจทั้งในและต่างประเทศ เมื่อจัดหาน้ำมันมาแล้วก็ต้องจัดจำหน่ายให้ทั่วถึงด้วยการสร้างสถานีบริการน้ำมัน

พร้อมๆกับการสร้าง brand awareness เพื่อแข่งกับแบรนด์ฝรั่งที่อยู่ในเมืองไทยมาเป็นร้อยปีให้ได้ ในปี 2535ปตท.เพิ่งมามีส่วนแบ่งการตลาดได้เป็นอันดับ 1   

ดัวยตัวเลขรายได้ และกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วทำไมปตท.ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ทำไมต้อง เปลี่ยนจาก PTT เป็น PTTOR

เหตุผลสำคัญมาจาก 4 ประเด็นหลักๆคือ

1.เป็นการมองการณ์ไกลในเรื่องธุรกิจพลังงานโลกของผู้บริหารปตท.เอง ที่จับเทรนด์ได้ว่าพลังงานน้ำมันมีแนวโน้มการเติบโตที่ช้าลง มูลค่ารวมต่อปีเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 %เท่านั้น 

2.ธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสในการเติบโตได้สูงมาก ปัจจุบันกำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำมันปตท. มีสัดส่วนของน้ำมัน (Oil)  อยู่ที่ 80%  อีก 20 % คือธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ (Non-Oil) ซึ่งคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนจะอยู่ที่ 70:30 และสัดส่วนของธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ มีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการที่สถานีบริการน้ำมันปตท. กำลังปรับตัวให้เป็น Mini Community Mall มากยิ่งขึ้น

3. เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในยุคที่มีการแข่งขันกันสูงความรวดเร็วของระบบการทำงานเป็นเรื่องจำเป็น และทุกวันนี้หลายธุรกิจหลักเช่นสถานีบริการน้ำมัน คาเฟ่ อเมซอน หรือ ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ถูกวางแผนให้เป็นGobal Brand บุกทั้งตลาดเพื่อนบ้านและกำลังลัดฟ้าไกลออกไปอีกหลายประเทศในโลก

4.เมื่อสถานีบริการน้ำมันอยู่ภายใต้บริษัทใหม่ PTTOR ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ภาพลักษณ์เดิมๆของการเป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกมองว่ามีความได้เปรียบในการทำธุรกิจจะได้ลดน้อยลงด้วย

โตแล้วแตก บทบาทที่ชัดเจนของ PTT และ PTTOR

PTTOR จะเป็นบริษัทที่ประกอบไปด้วยธุรกิจค้าปลีกเช่น สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในประเทศและต่างประเทศ, ฟิตออโต้, คาเฟ่ อเมซอน, ร้านอาหารเครื่องดื่ม, ก๊าซหุงต้มและสถานีบริการก๊าซแอลพีจี รวมไปถึงธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมันในอนาคต

ในขณะที่ปตท. ยังมีภาระหน้าที่หลักในเรื่องการจัดหาและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างเดียว เช่น จัดหาก๊าซธรรมชาติ, น้ำมันดิบ, เชื้อเพลิงอื่นๆ รวมทั้งวางท่อก๊าซ สร้างคลังก๊าซแอลเอ็นจี ฯลฯ

ตั้งแต่เดือนก.ค.61 นี้เป็นต้นไป ปตท.จะเริ่มทยอยโอนทรัพย์สินให้กับ PTTOR ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 3/61

โลโก้แบรนด์เปลวไฟที่คุ้นตาสำหรับโปรดักท์หลักๆเช่นสถานีบริการน้ำมันของปตท.ที่มีอยู่ประมาณ 1,700  แห่งทั้งในและต่างประเทศ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนเป็นโลโก้ใหม่แต่จะเพิ่มคำว่า Station ลงไปใต้โลโก้เดิมเพื่อป้องกันการสับสน

ส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสินค้าและบริการอื่นๆของปตท. รวมทั้งโลโก้ในเอกสารอื่นๆ ต้องทยอยปรับเป็นโลโก้ใหม่ของแบรนด์ PTTOR ตั้งแต่เดือนก.ค.

ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษก็คือรูปแบบการทำงานของบริษัท PTTOR คือ โอกาสครั้งสำคัญ ในการสร้างความเติบโตให้เพิ่มขึ้นและเร็วขึ้นในธุรกิจหลักเช่น  สถานีบริการน้ำมัน, คาเฟ่ อเมซอน, น้ำมันหล่อลื่น

จะว่าไปแล้วการที่ปตท. แยกธุรกิจค้าปลีกออกไปจากธุรกิจหลัก เป็นแนวทางปกติในการทำธุรกิจ ที่เมื่อโตแล้วต้องแยกออกไปสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจแต่ละสาขา สุดท้ายบริษัทแม่ก็ได้ประโยชน์ จากกำไรของบริษัทลูกอยู่ดี

รอวันแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ PTTOR

สำหรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่นั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คือ น.ส. จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ที่ร่วมงานกับปตท.มานานถึง31 ปี และได้เข้ามาบริหารจัดการงานต่างๆใน PTTOR มาตั้งแต่กลางปี 2560 ที่ผ่านมา และขณะนี้ที่ประชุมบอร์ดปตท.มีมติเสนอชื่อของเธอไปให้บอร์ด PTTOR แล้ว

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer