3 น่องเหล็กไทย วิ่งจากใต้สู่เหนือเพื่อส่วนรวม

จบลงไปแล้วสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าว” การวิ่งจากใต้สุดขึ้นไปเหนือสุดของไทย ที่นำโดย “ตูน Bodyslam” เพื่อระดมทุนให้โรงพยาบาลศูนย์ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปรากฏว่าได้เงินบริจาคมากเกินที่ตั้งไว้ พร้อมแสดงให้ทั่วโลกประจักษ์ถึงการร่วมแรงใจกันอย่างท่วมท้นอีกครั้งของชาวไทยทั้งชาติ ขณะเดียวกันยังทำให้ “น่องเหล็กไทย” ที่วิ่งฝ่าทางไกลนับพันกิโลเมตร เพื่อประโยชน์ส่วนรวมเพิ่มเป็น 3 คน

อาจารย์ ไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร

ย้อนไปเมื่อปี 2529 ไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร ว่าที่บัณฑิตจากวิทยาลัยครูเพชรบุรี (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี) ตัดสินใจวิ่งจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา สู่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมทุนเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนยากจน 24 จังหวัดที่วิ่งผ่าน (ยกเว้นกรุงเทพ) หลังเห็นเด็กนักเรียนหิวโซคนหนึ่ง ขโมยตักข้าวจากกล่องข้าวของเพื่อนร่วมห้องแทบทุกคน โดยกว่า 2 เดือนของโครงการได้แรงสนับสนุนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และทำยอดเงินบริจาคได้ราว 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่ใช่น้อยเลยในสมัยนั้น

อ.ไชยวัฒน์ ซึ่งปัจจุบัน อายุ 62 ปี และดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา เผยว่าแม้จะติดขัดเรื่องการสื่อสาร เพราะยุคนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารไม่ได้ทั่วถึง และไร้ Social Media จนต้องใช้โทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญหรือโทรเลข แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดต่างๆ ให้รู้ล่วงหน้าก่อนวิ่งไปถึง และมีแบรนด์สินค้าไม่มากที่ให้การสนับสนุน แต่สภาพร่างกายพร้อมเต็มที่เพราะเคยเป็นนักวิ่งมาก่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

น่องเหล็กรุ่นพ่อยังได้ให้กำลังใจน่องเหล็กรุ่นลูกว่าอย่าหักโหมเกินไป “ขอเอาใจช่วยตูน ขอให้ตูนรักษาสุขภาพ ช่วงไหนหยุดพักได้ก็หยุดบ้าง ตอนที่ผมวิ่งไม่มีคนมาขอถ่ายรูปหรือมาเป็นกำลังใจมาก คือตอนที่ตูนทำมันไม่ปวดหรอก จะไปปวดตอนนอน ขอให้พักผ่อนมากๆ ก็อยากเจอตูน แต่ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเรามีอุดมการณ์เดียวกัน”

จ่าสิบตำรวจ พลาม พรมจำปา

ยากที่จะทราบได้ว่า จ่าสิบตำรวจ พลาม พรมจำปา ทราบเรื่องของภารกิจการกุศลใต้จรดเหนือของ อ.ไชยวัตร เมื่อปี 2529 หรือไม่ แต่อีก 19 ปีต่อมาตำรวจร่างกำยำรายนี้ ก็ออกวิ่งเพื่อผู้อื่นเช่นกัน โดยท่ามกลางสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังทวีความรุนแรงเมื่อปี 2548 จ.ส.ต พลาม ตัดสินใจออกวิ่งจาก อ.เบตง สู่ อ.แม่สาย เพื่อเตือนให้คนในชาติตระหนักถึงปัญหา ร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์และหวังให้เกิดความสันติในพื้นที่ดังกล่าว

“ครูพลาม” เผยว่าหลังเตรียมตัวอยู่ 4 เดือน ตนก็เริ่มออกวิ่งจากอำเภอใต้สุดของประเทศ ด้วยใจมุ่งมั่นและร่างกายที่พร้อมเต็มที่ โดยตลอด 42 วันของภารกิจเพื่อสันติภาพครั้งนี้ ภาพรวมถือว่าเกินคุ้ม เพราะได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 18 จังหวัดที่วิ่งผ่านก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี แม้รองเท้าคอมแบท (ที่ใช้วิ่ง) พังไป 5 คู่ ออกเงินส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ไป 70,000 บาท และทุกคืนต้องนอนตามวัดหรือศาลาริมทางก็ตาม

จ.ส.ต พลาม ซึ่งหลังจากนั้นออกวิ่งระยะไกลอีก 3 ครั้ง โดยหนึ่งนั้นคือการวิ่งเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2550 และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ สถาบันมัชฌิมาการต่อสู้ ได้ร่วมชื่นชม “ตูน Bodyslam” เช่นกันว่า ตามข่าวการวิ่งตลอด เป็นกำลังใจให้เสมอ เชื่อว่า Rocker คนนี้มีหัวใจที่อยากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อส่วนรวมให้เกิดขึ้น และจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการวิ่งแบบเดียวกันตามมาอีกอย่างแน่นอน

อาทิวราห์ คงมาลัย

10 วันแรกของธันวาคมปี 2559 ข่าวของ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือที่วัยรุ่นและชาวร็อคทั่วประเทศต่างเรียกติดปากว่า “ตูน Bodyslam” ไม่ได้เป็นแค่ข่าวบันเทิงอีกต่อไป เพราะเจ้าตัวได้ออกวิ่งจากกรุงเทพถึงบางสะพาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อระดมเงินบริจาคนำไปซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลบางสะพาน ซึ่งปรากฏว่าจบโครงการ ประสบความสำเร็จอย่างบดงามพร้อมระดมเงินได้ 85 ล้านบาท แต่อีก 10 เดือนถัดมา Rocker วัย 38 ปี ขยับเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้น

“ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เบตง – แม่สาย” คือชื่อเต็มของการวิ่งระดมเงินบริจาคครั้งล่าสุดที่นำโดย “ตูน Bodyslam” ปรากฏว่าเมื่อครบ 55 วันของโครงการ เงินจากธารน้ำใจชาวไทยสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท เกินกว่า 700 ล้านบาทที่ตั้งไว้ในตอนแรก ตรงตามปณิธานที่เจ้าตัวตั้งไว้ว่า “อยากที่จะก้าวไปให้ถึงที่สุดเท่าที่พลังของเราและทุกๆ คนจะมีเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าแค่ก้าวเล็กๆ จากทุกคน เมื่อรวมกันแล้วมันจะสามารถกลายเป็น“ก้าวยาวๆ”

แม้จบไปแล้วเมื่อ 25 ธันวาคมที่ผ่านมาแต่โครงการนี้ก็สร้างปรากฎการณ์ไว้มากมาย ทั้งยอดเงินบริจาคมหาศาล การร่วมแรงใจของชาวไทยทั้งประเทศในทุกสาขาอาชีพ สร้างแรงบันดาลในการออกกำลังกาย ชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากของแพทย์-พยาบาลที่ต้องทำงานโดยที่ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ และการทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่สนคำครหาต่างๆ ด้านฝั่งของนักร้องนำวง “ทุ่มสุดตัว” ก็ได้สิ่งตอบแทนมากมายในระดับที่ประเมินค่าไม่ได้แม้ไม่ได้ร้องขอก็ตาม ทั้งคำชมอย่างล้นหลามเรื่องความมุ่งมั่นและการตอบแทนสังคม เพลงให้กำลังใจมากมายจากพี่น้องในวงการดนตรี และจังหวัดสุพรรณบุรี บ้านเกิดที่ขอนำ “อาทิวราห์” และ “คงมาลัย” ชื่อตัวและนามสกุลของตูน มาตั้งเป็นชื่อถนน 2 สายเพื่อเป็นการยกย่องในคุณงามความดี


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer